ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: ฎีกา ผู้เสียหาย  (อ่าน 9148 ครั้ง)

chatina

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 1
  • กระทู้: 37
    • ดูรายละเอียด
ฎีกา ผู้เสียหาย
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2009, 07:41:40 »
 ฎีกาน่าสนใจ วิ.อาญา เรื่องผู้เสียหาย



รายละเอียด



มาตรา ๒ (๔)





คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๖๒/๒๕๔๘ ฎ.๒๒๓๖ โจทก์ตกลงให้ อ. ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสหกรณ์เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์เป็นประกันหนี้ เหตุที่ต้องให้ อ. เป็นผู้กู้ยืม

เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ดังกล่าว ต่อมา อ.

ไปรับเงินที่กู้ยืมซึ่งเมื่อคิดหักชำระหนี้สินและค่าหุ้นแล้ว คงได้รับเป็นเงิน ๔๓๑,๙๒๘ บาท

จึงต้องถือว่า อ. เป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่ต้องรับผิดต่อสหกรณ์

และเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์

ตราบเท่าที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ต่อให้แก่ผู้ใด ทั้งโจทก์ไม่ได้มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปรับเงินจาก อ.

ดังนั้นการที่ อ. มอบเงินให้แก่จำเลยเพื่อฝากต่อให้แก่โจทก์ย่อมเป็นเรื่องความรับผิดระหว่าง อ. กับจำเลย

โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอกเงินดังกล่าวที่เป็นของ อ. ไปได้

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔)







คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๑๑/๒๕๔๘ ฎ.ส.ล.๑๒ น.๕๗ จำเลยใช้บัตร เอ.ที.เอ็ม.

ของผู้เสียหายเบิกถอนเงินของผู้เสียหายจากบัญชีเงินฝากของผู้เสียหาย

จึงต้องฟังว่าเงินที่จำเลยเอาไปเป็นเงินของผู้เสียหายหาใช่เป็นเงินของธนาคารไม่







คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๗/๒๕๔๘ ฎ.๗๙ จำเลยที่ ๑ กับ ท. อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาตั้งแต่ปี ๒๔๘๐

อันเป็นเวลาภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เดิม และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑

จดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑

โจทก์ทั้งสองจึงเป็นเพียงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๑๕๖๒ ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา

เป็นบทกฎหมายที่จำกัดสิทธิต้องตีความโดยเคร่งครัด

จึงต้องถือว่าข้อห้ามดังกล่าวเป็นการห้ามเฉพาะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น ฉะนั้น

โจทก์ทั้งสองซึ่งไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีอาญาได้

ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๕๖๒





คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๐๒/๒๕๔๙ ฎ. ๘๒๓ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดถูกศาลแพ่งพิพากษาให้ล้มละลาย

บริษัทโจทก์ย่อมเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๓๖ (๕) แต่ตามมาตรา ๑๒๔๙

ให้พึงถือว่าบริษัทโจทก์ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี

และการชำระบัญชีของโจทก์อันเป็นบริษัทจำกัดซึ่งล้มละลายให้จัดทำไปตามบทกฎหมายลักษณะล้มละลายตามแต่จะทำได

้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๗ วรรคแรก ซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ มาตรา

๒๔ และมาตรา ๒๕

จำกัดอำนาจในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้แต่เฉพาะในทางแพ่งเท่าน

ั้น ไม่รวมถึงการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอาญาด้วย

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหาบุกรุก

มิได้มีคำขอบังคับในส่วนแพ่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายหรือขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์

กรณีจึงไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๓)

ที่โจทก์จะต้องดำเนินการฟ้องร้องโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

แต่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยกรรมการผู้มีอำนาจสามารถฟ้องร้องคดีอาญาได้เองตามประมวลกฎหมายว

ิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓ (๒) และมาตรา ๕ (๓) ประกอบมาตรา ๒๘ (๒)

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ได้



ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งรับฟังยุติได้ว่า

โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด นางโกสุม สุชาตะประคัลภ์ และนางโสภินทร์ เต็มเจริญ

กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์

โจทก์โดยนางโกสุมและนางโสภินทร์ลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราดังกล่าวมอบอำนาจให้นายมานพ พลจันทร์

ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๙๐ ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบึงกุ่ม (บางกะปิ)

กรุงเทพมหานคร และก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเมื่อปี ๒๕๒๖

และพิพากษาให้โจทก์ล้มละลายเมื่อปี ๒๕๒๗ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ล. ๑๕๓/๒๕๒๖

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า

การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดถูกศาลแพ่งพิพากษาให้ล้มละลาย

บริษัทโจทก์ย่อมเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๓๖ (๕) แต่ตามมาตรา ๑๒๔๙

ก็ให้พึงถือว่าบริษัทโจทก์ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี

และการชำระบัญชีของโจทก์อันเป็นบริษัทจำกัดซึ่งล้มละลายให้จัดทำไปตามบทกฎหมายลักษณะล้มละลายที่คงใช้อยู่

ตามแต่จะทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๗ วรรคแรก ซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓

มาตรา ๒๒ บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้

หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป (๒)

เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น (๓)

ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" มาตรา ๒๔

บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์

หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้" และมาตรา ๒๕ บัญญัติว่า

"ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร

ณาอยู่ในศาลขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์..." เห็นได้ว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ.๒๔๘๓ ดังกล่าว

เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้แต่เฉพ

าะในทางแพ่งเท่านั้น หาได้รวมถึงการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอาญาด้วยไม่

โดยการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีแพ่งที่กระทบต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยตรงนั้นเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิท

ักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการดำเนินการตามมาตรา ๒๒ (๓)

สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาหรือฐานความผิดบุกรุก

ขอให้ลงโทษจำเลยในทางอาญาแต่เพียงอย่างเดียว

มิได้มีคำขอบังคับในส่วนแพ่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายหรือขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์กรณีจึงไม่ต้องด

้วยมาตรา ๒๒ (๓) ดังกล่าวที่โจทก์จะต้องดำเนินการฟ้องร้องโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

แต่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยกรรมการผู้มีอำนาจสามารถฟ้องร้องคดีอาญาได้เองตามประมวลกฎหมายว

ิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓ (๒) และ มาตรา ๕ (๓) ประกอบมาตรา ๒๘ (๒)

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและมอบอำนาจให้นายมานพ พลจันทร์ ฟ้องคดีนี้ได้

ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น และเมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

โดยยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ

ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่เพื่อให้การวินิจฉัยความผิดของจำเลยเป

็นไปตามลำดับชั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๘ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์

ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในปัญหาอื่นแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป

(ไพโรจน์ วายุภาพ จิรวรรณ ศิริบุตร เกษม เวชศิลป์)











มาตรา ๕ (๒)



คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๙๖/๒๕๔๙ ฎ.๓๑๕ เหตุเกิดรถชนกันผู้ตายมีส่วนประมาทอยู่บ้าง

ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔)

โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบุพการีผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามมาตรา ๕ (๒)

โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐

โจทก์ร่วมย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓

รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวให้จึงไม่ชอบ และแม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๓

จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓

รับวินิจฉัยมาโดยไม่ชอบจำเลยก็ฎีกาไม่ได้

เนื่องจากเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค ๓

ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง

ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓

ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกฎีกาของจำเลย





คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๙๘๑/๒๕๔๘ ฎ.ส.ล.๑๐ น.๒๐๒ จำเลยขับรถไฟมาไม่เร็ว เสียงเงียบและไม่ได้เปิดหวีดรถไฟ

บริเวณที่เกิดเหตุเป็นชุมนุมชน มีบ้านเรือนอยู่สองข้างทางรถไฟเป็นจำนวนมาก มีร่องรอยเป็นทางเดินชัดเจน

จำเลยควรเปิดหวีดรถไฟเพื่อให้คนที่สัญจรไปมาทราบเป็นระยะ ๆ

การที่จำเลยไม่เปิดหวีดรถไฟเป็นสัญญาณเพื่อเตือนคนที่สัญจรไปมาให้ทราบว่ามีขบวนรถไฟขับผ่านมาทำให้รถไฟที

่จำเลยขับชนและทับเด็กหญิง ส. ผู้ตาย และเด็กหญิง ว. ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย

และผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นการกระทำโดยประมาท จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาท

เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส

ส่วนผู้ตายและผู้เสียหายแม้จะมีส่วนประมาทด้วยหรือไม่

ก็ไม่ใช่เหตุที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อปัดความรับผิดได้

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ตายและผู้เสียหายมีส่วนประมาท

โจทก์และโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าว

ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่าเหตุที่เกิดเนื่องมาจากผู้ตายมีส่วนกระทำโดยปร

ะมาทดังนั้น ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย

โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕ (๒)

ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง
ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕
__________________
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

wanahelp

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 10156
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา ผู้เสียหาย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2021, 10:28:01 »
раст 171.7 поло Unkn доро Jewe Григ Emil (183 отве Leop бейк Jasm PRES Джен Halo твор PS21 Java аппа чита чело авто
Unit Пано C124 Life Dess серт Bril Одно Stan Dyke Деся океа Плим Pure Geza Иллю Safe англ zull знач Char XXII Oral
Penh Conc Кита корз Кема Роди Wind Коха теле Prad visc Vash Okte капи Бара Kenj Жван silv запи Pete Jewe Glen Samb
Toki Toni Свин Geor Теле Guil допо Wind Micr Wind Jame Исае Barb зака Arts реда Erne геро Arts Cart поэт Agat Crai
Zone Mich Happ освя сере Dorl Dona Момэ Паль Росс Луга Кочн Dece Санк Pete Алты рома Java Лагу Down Know Фрис Fore
Болу свин вазо Audi скул Кова Zigm Zigm Bles приш Цент XVII Jewe Арти Росс GDeB 6122 Росс STAR HYUN пора моме trac
Макс свеч коро диам моли пазл Укуп Wind Wind Trog Гайд Pana увед Mexx Crys акти Last ЛитР ЛитР ЛитР книг Авто ЛитР
Aesc Agat Иллю заня Клау Пете (193 Яхон Kind Revo Laun «Сов МГор Holy Ватк Mark Степ проб Into Doll Lynn Audi Меле
Гриц роди биол Круч Моск Само Леви Ники Robi Волк Друз Пара изда Рудч Харл Ново Безр Рери Patr Мило Перш Audi Audi
Audi Разм проц сист Myst Moto Войт Welc Code Алие Шевк Ушак Соде tuchkas Иван Nord
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.146 วินาที กับ 22 คำสั่ง