ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: ฎีกาน่าสนใจอีกที (จาก shasimada /siam jurist.com ) ขออนุญาตนำเผยแพร่  (อ่าน 9381 ครั้ง)

chatina

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 1
  • กระทู้: 37
    • ดูรายละเอียด
 คำพิพากษาฎีกาแพ่ง ปี 2544 และ 2545 ที่น่าสนใจ

1. คำพิพากษาฎีกาที่ 291/2544 (ม.224 ผิดนัด , ม.349 แปลงหนี้ใหม่)
จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ยืมเงิน ยังมิได้ชำระหนี้ การที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้แปลงหนี้เป็นหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวนหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจึงเป็นหนี้ใหม่ โจกท์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาขายลดและในตั๋วสัญญาใช้เงินได้ ไม่เป็นการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

2. คำพิพากษาฎีกาที่ 878/2544 (ม.880 ประกันภัย รับช่วงสิทธิ)
จำเลยทำสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยกับบริษัทอ.โดยยินยอมชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัท อ. ในกรณีที่ทรัพย์สินสูญหายเนื่องจากการโจรกรรม ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินของบริษัท อ. สูญหายไปเนื่องจากการโจรกรรม จำเลยจึงต้องรับผิดต่อบริษัท อ. ตามสัญญา เมื่อทรัพย์สินที่สูญหายเป็นทรัพย์สินที่บริษัท อ. ได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ และโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท อ. ไปแล้ว จึงเข้ารับช่วงสิทธิของบริษัท อ. เรียกร้องเอาจากจำเลย ตามสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 880

3. คำพิพากษาฎีกาที่ 1246/2544 (ม.383 เบี้ยปรับ , ม.391 เลิกสัญญา)
การที่ธนาคารโจทก์บอกเลิกสัญญาทรัสต์รีซีท เพื่อให้จำเลยนำเงินค่าสินค้า ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่โจทก์ชำระแทนจำเลยไปแล้ว คืนโจทก์ทันทีพร้อมดอกเบี้ย เป็นผลเพียงให้สัญญา ทรัสต์รีซีทสิ้นสุดลง ส่วนความผูกพันในเรื่องดอกเบี้ยตามสัญญาที่ล่วงมาแล้วก่อนบอกเลิกสัญญายังคงมีเหมือนเดิม กรณีไม่อาจนำเรื่องการกลับคืนสู่ฐานะเดิมมาใช้บังคับ
สัญญาทรัสต์รีซีท ที่ให้สิทธิโจทก์คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลย ในอัตราสูงสุดที่ธนาคารโจทก์เรียกเก็บได้ตามประกาศของธนาคารโจทก์ มีลักษณะเป็นการกำหนดค่าสินไหมทดแทนความเสียหายไว้ล่วงหน้า จึงเป็นเบี้ยปรับตามสัญญา ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้

4. คำพิพากษาฎีกาที่ 1958/2544 (ม.1615 สละมรดก)
การสละมรดก หมายถึง การสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิเช่นนั้นแล้วบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1615 วรรคสอง จะไม่มีผลบังคับ ดังนั้น หนังสือที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจะยกให้ ด. ผู้เดียว จึงมิใช่เป็นการสละมรดก ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้

5. คำพิพากษาฎีกาที่ 2039/2544 (ม.1469 สัญญาระหว่างสามีภริยา)
บันทึกที่โจทก์จำเลยทำขึ้น แม้จะมีข้อความว่าโจทก์และจำเลยตกลงหย่ากัน แต่ตราบใดที่ยังไม่จดทะเบียนหย่าก็ต้องถือว่าเป็นสามีภริยากันอยู่ เมื่อข้อตกลงนั้นมีส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย จึงเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยา หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยาก็ได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 1469 การที่จำเลยยื่นคำให้การว่าบอกเลิกข้อตกลงแล้ว ย่อมถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างไปในตัว ในขณะยังเป็นสามีภริยากันอยู่ จึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์จำเลยอีก ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแก่โจทก์ได้

6. คำพิพากษาฎีกาที่ 2711/2544 (ม.155 เจตนาลวง)
โจทก์จำเลยเจตนาทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาก ไม่มีเจตนาที่จะผูกพันตามสัญญาขายที่ดินพิพากที่ทำกันไว้ สัญญาขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างโจทก์จำเลย ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ส่วนสัญญาขายฝากที่ถูกอำพรางไว้โดยสัญญาขายก็ตกเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 155 วรรคสอง และมาตรา 152 เมื่อสัญญาทั้งสองฉบับต่างตกเป็นโมฆะ โจทก์จำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม กรณีต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้ โดยโจทก์ต้องคืนเงินให้จำเลย จำเลยต้องคืนที่ดินที่พิพาทให้โจทก์

7. คำพิพากษาฎีกาที่ 2702/2544 (ม.728 บังคับจำนอง , ม.745 อายุความ)
โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองโดยระบุจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชำระคลาดเคลื่อนไป แต่จำเลยก็มีสิทธิที่จะโต้แย้งจำนวนเงินดังกล่าวได้ จึงไม่เป็นเหตุให้การบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ
จำเลยจำนองทรัพย์สินเป็นประกันหนี้ของบุคคลอื่น การที่หนี้ดังกล่าวขาดอายุความ และจำเลยสละประโยชน์แห่งอายุความ เป็นกรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 745 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้รับจำนองจะบังคับจำนองแม้เมื่อหนี้ที่ประกันนั้นขาดอายุความแล้วก็ได้ แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่าห้าปีไม่ได้ โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนฟ้องย้อนหลังไปมีกำหนด 5 ปี

8. คำพิพากษาฎีกาที่ 5801/2544 (ม.1382 ครอบครองปรปักษ์)
จำเลยครอบครองและได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอยู่ก่อน แต่เมื่อ ส. ขออกโฉนดที่ดิน จำเลยไม่ได้คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้แก่ ส. ที่ดินตามโฉนดที่ดินซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส. ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ตั้งแต่วันที่ออกโฉนดที่ดิน คือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 เป็นต้นไป ต่อมามีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของโจทก์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2533 เนื่องจากโจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ซึ่งยังไม่ถึง 10 ปี เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง การครอบครองปรปักษ์ที่มีอยู่ก่อนนั้นจึงสิ้นไป แม้จำเลยครอบครองต่อมาก็ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองใหม่ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้วันที่ 7 มิถุนายน 2539 ยังไม่ถึง 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามมาตรา 1382

9. คำพิพากษาฎีกาที่ 5897/2544 (ม.241 สิทธิยึดหน่วง)
จำเลยจ้างโจทก์ทำเพลทแม่พิมพ์หลายครั้ง แต่ในการจ้างแต่ละครั้งสามารถแยกออกจากกันได้ หนี้ค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำเพลทแม่พิมพ์ครั้งที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่เกี่ยวกับการว่าจ้างครั้งที่ 4 และไม่เป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์เกี่ยวด้วยเพลทแม่พิมพ์ตามสัญญาจ้างครั้งที่ 4 ที่โจทก์ยึดถือไว้ ทั้งหนี้ค่าจ้างทำเพลทแม่พิมพ์ครั้งที่ 4ก็ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เนื่องจากโจทก์ให้เครดิตแก่จำเลยเป็นเวลา 90 วัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะยึดหน่วงเพลทแม่พิมพ์ดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 241 ได้ การที่โจทก์ยึดเพลทแม่พิมพ์ไว้จึงถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

10. คำพิพากษาฎีกาที่ 6449/2544 (ม.315 ผู้รับชำระหนี้ , ม.656 ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น)
ศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ป. เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 นับแต่วันดังกล่าวทายาทย่อมหมดอำนาจจัดการทรัพย์มรดกและกระทำนิติกรรมใดๆกับบุคคลภายนอก โจทก์ทั้นที่มีอำนาจรับชำระหนี้เงินกู้ยืมแทน ป. จำเลยโอนที่ดินเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวแก่จำเลยร่วมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2540 แม้จำเลยร่วมจะเป็นทายาทของ ป. ก็ไม่มีสิทธิรับชำระหนี้แทน ป. ประกอบกับการโอนที่ดินเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม ไม่มีการคิดเป็นหนี้เงินที่ค้างชำระโดยจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งที่ดินในวันที่จดทะเบียนอันเป็นการส่งมอบ ขัดกับ ป.พ.พ. มาตรา 656 วรรคหนึ่ง และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรคท้าย จึงไม่ทำให้หนี้เงินกู้ระงับ

11. คำพิพากษาฎีกาที่ 7203/2544 (ม.1605 กำจัดมิให้รับมรดก)
จำเลยที่ 1 ได้ที่ดินมาโดยรับมรดกจากบิดามารดา และดำเนินการออกโฉนดที่ดินโดยเปิดเผย หลังจากที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนชื่อตนเป็นเจ้าของ จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรของตน ย่อมเป็นเรื่องปกติของผู้เป็นมารดายกทรัพย์อันเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทรุ่งถัดไปของตนตามประเพณีนิยมทั่วไป เพราะจำเลยที่ 1 เชื่อว่าเป็นสิทธิของตนที่จะได้ทรัพย์มรดก ไม่มีความมุ่งหมายที่จะยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น จึงไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก การที่ทายาทคนใดประกาศขายที่ดินมรดก หากมีความเข้าใจว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้นแล้ว ก็ย่อมไม่ใช่การยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น จึงไม่ถูกกำจัดมิให้ได้มรดก

12. คำพิพากษาฎีกาที่ 8153/2544 (ม.387 เลิกสัญญา)
หนังสือสัญญาจะซื้อขายกำหนดแต่เพียงเวลาให้จำเลยชำระเงินค่าซื้อบ้านพิพาทส่วนที่เหลือ แต่มิได้กำหนดวันเวลาให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทแก่จำเลย ทั้งตามหนังสือทวงถมให้จำเลยชำระค่าซื้อบ้านพิพาทส่วนที่เหลือและบอกเลิกสัญญาโจทก์ กำหนดระยะเวลาให้จำเลยชำระเงินค่าซื้อบ้านพิพาทส่วนที่เหลือ มิได้กำหนดระยะเวลาที่โจทก์จะต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่จำเลย จำเลยย่อมมีอำนาจที่จะไม่ชำระราคาค่าบ้านพิพาทส่วนที่เหลือแก่โจทก์ จนกว่าโจทก์จะกำหนดเวลาที่โจทก์จะต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่จำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 จะถือว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลาที่โจทก์กำหนดอันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 387 หาได้ไม่

13. คำพิพากษาฎีกาที่ 8587/2544 (ม.241 สิทธิยึดหน่วง , ม.354 คำเสนอ , ม.378 มัดจำ , ม. 386 เลิกสัญญา , ม.391 ผลของการเลิกสัญญา)
โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ และโจทก์ได้รับมอบรถยนต์แล้ว จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามข้อความในแผ่นปลิวโฆษณาเชิญชวนให้ซื้อรถยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขในข้อเสนอขายของจำเลย โดยส่งมอบโทรศัพท์มือถือ และทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ ทั้งต้องดำเนินการเพื่อให้โจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัท ท. แต่จำเลยละเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ให้ถูกต้องครบถ้วน ทั้งยังนำรถยนต์กลับไปไม่ส่งคืนให้โจทก์ได้ใช้ประโยชน์ตามสัญญาซื้อขาย จึงเป็นการผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาซื้อขาย ทั้งฟ้องคดีนี้ จึงถือได้ว่าสัญญาซื้อขายรถยนต์เลิกกันโดยปริยาย อันมีผลให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง จำเลยต้องส่งคืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ตามมาตรา 378(3)
โจทก์จองซื้อรถยนต์ตามข้อเสนอเชิญชวนให้จองซื้อรถยนต์โดยทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยแล้ว ย่อมเป็นที่เข้าใจตามแผ่นปลิวโฆษณาว่า จำเลยต้องส่งมอบโทรศัพท์มือถือ และจัดทำประกันภัยรถยนต์ให้แก่โจทก์ทันทีที่ตกลงทำสัญญาซื้อขาย มิใช่เป็นเรื่องที่ต้องกำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายกันอีก เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยต้องปฏิบัติการชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทันทีที่โจทก์จองซื้อรถยนต์
จำเลยนำรถยนต์ที่ซื้อขายคืนมาจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อเพื่อตรวจเช็คสภาพตามเวลาและระยะทาง แต่ไม่ส่งมอบคืนให้โจทก์ หนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยรถยนต์ซึ่งครองอันจะก่อสิทธิแก่จำเลยที่จะยึดหน่วงรถยนต์ไว้ ต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ที่โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลยเท่านั้น หนี้เงินดาวน์ส่วนทีเหลือของโจทก์ที่ต้องชำระแก่จำเลย มิใช่หนี้ที่จะก่อให้เกิดสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ได้

14. คำพิพากษาฎีกาที่ 8587/2544 (ม.680 ค้ำประกัน)
สัญญาค้ำประกันการทำงานระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2 ขอทำหนังสือค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่บริษัท ส. และบริษัทในกลุ่มบริษัท ก. ทุกบริษัท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งจากบริษัท ส. ให้ย้ายไปปฏิบัติงาน มีความหมายว่าจำเลยที่ 2 จะค้ำประกันจำเลยที่ 1 แก่บริษัท ส. และเฉพาะแก่บริษัทในกลุ่มบริษัท ก. ทุกบริษัทซึ่งมีสภาพเป็นนิติบุคคลอยู่แล้วในขณะที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันเท่านั้น เมื่อในขณะที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ก. ยังไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นลูกจ้างของโจทก์ สัญญาค้ำประกันก็หาได้ครอบคลุมถึงโจทก์ด้วยไม่ จำเลยที่ 2 ไม่จำต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์

15. คำพิพากษาฎีกาที่ 8727/2544 (ม.1387 ภาระจำยอม)
ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายก่อตั้งเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น อันเรียกว่า สามานยทรัพย์ การที่จำเลยเป็นเจ้าของตึกแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่อยู่ติดทางพิพาท แต่จำเลยใช้ทางพิพาทวางสินค้าเพื่อจำหน่ายในกิจการค้าของจำเลย เป็นการใช้ทางพิพาทเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยโดยเฉพาะ มิได้
ฏีกา ให้ไป้ร์จ้า ...
เกี่ยวกับประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์ที่จำเลยเป็นเจ้าของ ภาระจำยอมจึงไม่อาจเกิดมีขึ้นได้

16. คำพิพากษาฎีกาที่ 9221/2544 (ม.193/14 รับสภาพหนี้ , ม.349 แปลงหนี้ใหม่)
จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ขึ้นเพื่อรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงเท่านั้น มิได้เป็นการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และมิใช่เป็นการทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้และวิธีการชำระหนี้ จึงมิใช่การแปลงหนี้ใหม่อันจะทำให้หนี้เดิมระงับ หนี้ตามสัญญาค้ำประกันการเช่าซื้อย่อมไม่ระงับเช่นกัน จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงหาหลุดพ้นความรับผิดไม่ แม้จำเลยที่ 2 มิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ ยินยอมค้ำประกันการชำระหนี้ตามหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ด้วยก็ตาม เพราะโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงินที่ค้างชำระตามหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ซึ่งเป็นจำนวนหนี้ค่าเช่าซื้อค้างชำระที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์ตามสัญญาค้ำประกันและหนี้ยังไม่ระงับนั่นเอง

17. คำพิพากษาฎีกาที่ 520/2545 (ม.823 ตัวแทน)
ตามสัญญาจ้างจัดทำงานระบบไฟฟ้าและสื่อสารระหว่างโจทก์จำเลย ตอนท้ายของสัญญาลงลายมือชื่อ อ. แม้จะไม่ปรากฏว่า อ. เป็นกรรมการของบริษัทจำเลย หรือได้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ทำสัญญาจ้างดังกล่าวก็ตาม แต่การที่จำเลยยอมรับงานที่โจทก์ดำเนินการตามสัญญาจ้างโดยสั่งจ่ายเช็คชำระเงินให้แก่โจทก์ และเมื่อเช็คดังกล่าวไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ จำเลยก็เสนอให้โจทก์รับชำระหนี้ด้วยบ้านและที่ดิน ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกรรมการของจำเลย ถือได้ว่าเป็นการยอมรับและให้สัตยาบันแก่การนั้น ย่อมผูกพันจำเลยในฐานะตัวการซึ่งได้ว่าจ้างโจทก์ตามสัญญาจ้างแล้ว

18. คำพิพากษาฎีกาที่ 1112/2545 (ม.374 สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก , ม.406 ลาภมิควรได้ , ม.861 ประกันภัย)
กรมธรรม์ประกันภัยระบุชื่อบรรษัท ง. เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งผู้รับประโยชน์หาต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตาม ป.พ.พ.มาตรา 863 ไม่ กรณีเช่นนี้เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ซึ่งบรรษัท ง. จะมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนหากเกิดวินาศภัยต่อเมื่อได้แสดงเจตนาว่าจะขอเข้ารับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยต่อโจทก์แล้วตามมาตรา 374 มิใช่เพียงแต่มีชื่อเป็นผู้รับประโยชน์จะทำให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทันที เมื่อบรรษัท ง. มิได้แสดงเจตนาเป็นผู้รับประโยชน์ จึงยังไม่มีสิทธิใดๆตามกรมธรรม์ประกันภัย เมื่อสิทธิของบรรษัท ง. ยังไม่บริบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว จำเลยผู้เอาประกันภัยในฐานะคู่สัญญาประกันภัยย่อมเป็นผ็รับประโยชน์ที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 861 การที่จำเลยได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์จึงเป็นการได้รับไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย มิใช่เป็นลาภมิควรได้ตามมาตรา 406

19. คำพิพากษาฎีกาที่ 1156/2545 (ม.155 เจตนาลวง)
ขณะที่จำเลยที่ 2 จดทะเบียนรับขายฝากที่ดินขากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่านิติกรรมการให้ที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นเจตนาลวง จำเลยที่ 2 จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น โจทก์จึงไม่อาจยกข้อต่อสู้เรื่องการแสดงเจตนาลวงดังกล่าวต่อจำเลยที่ 2 ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมขายฝากได้ เมื่อการขายฝากมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ไถ่ถอน จำเลยที่ 2 โดนให้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ขายต่อให้จำเลยที่ 4 นิติกรรมการให้และการซื้อขายก็ไม่อาจเพิกถอนเช่นเดียวกัน
ตอบกลับแบบอ้างข้อความ
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

pakornlawyer

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 1
  • กระทู้: 10
    • MSN Messenger - pakornlawyer@gmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
ขอบคุณมาเลยอ่านแล้วจำได้ดี เอามาลงอีกเน้อ เดี๋ยวแวะมาอ่านใหม่ขอรับ  ::)
บันทึกการเข้า

pong

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

wanahelp

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 8194
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกาน่าสนใจอีกที (จาก shasimada /siam jurist.com ) ขออนุญาตนำเผยแพร่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2021, 08:43:01 »
троф 142.3 обла PERF Пиро Turn Visi проз Вэйх Буял Fisk Duns Tesc Skag прич 1с66 Jewe OZON Brad John Дэвл Орло Brit
Стар Полу Eric учил Repo Mipa Heal Паль Клик Vino обор Воро Фрез серт серт сбор Петр Шака Коты Иллю Гриб John Puma
серт Черн Сказ Иллю Тара Шату экза Хашк молн расс Кита Volu Carn Sink Стра ссыл Moor инст Тарт Defo Русс вккж Time
Wind серт грвк член Kare Mich Cleg Holm Вели Horr Shir RASZ Wind сере Fran Иллю Жада друг Одно John собс Nvid Смир
3000 Borl Arts сере RHIN двор Уэдс Marr Бень Михе Ridl Aris Литв Will Olym Emir Niel Wind OZON Stev Spri Бесс Kons
Trac клей след эксп пати Найм Pari Zanu язык карт Wind раст Карн Pola Чари Hear Соде Фили STAR Volk пора инст Greg
Core рамк сбор What Sant MULT язык 2808 Wind Wind Meda Glov Глин Trus DM-1 ЛитР Secr Ремч ЛитР ЛитР Pame XVII XVII
Дюрс ЛитР Моде Моде Мюлл Ulls Крей Worl Само Синд Thom Loli филь Stra Yell Bonu (Баб Перо мобп Вави чита Алек Manf
Wind Щерб Глад Крюч ВСДа соба учил авто Ткач Dono Jack Толс Холо заве Коче неме Wind Аник чита малы Craz эксп эксп
эксп Nive John Шоры Goin Нико Ники Patr Цвет газе Шест Холи Кост tuchkas Бере Patr
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.124 วินาที กับ 22 คำสั่ง