ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: ฏีกา..การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย!!  (อ่าน 5957 ครั้ง)

หมอเค้ก

  • บุคคลทั่วไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  663/2550

ป.พ.พ. มาตรา 8

ป.วิ.พ. มาตรา 23

      ครบกำหนดอุทธรณ์วันที่ 3 มิถุนายน 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2548 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ จำเลยมีทนายความและรูปคดีไม่มีข้อยุ่งยากสลับซับซ้อน ย่อมสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว แต่จำเลยหาได้ยื่นอุทธรณ์ไม่ การที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 20 มิถุนายน 2548 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไปอีก 3 วัน โดยอ้างว่า ทนายจำเลยนำอุทธรณ์ไปยื่นต่อศาลชั้นต้นแต่ระหว่างทางการจราจรติดขัดเนื่องจากมีการก่อสร้างสะพานใหม่และมีรถเฉี่ยวชนกัน ทำให้ทนายจำเลยเดินทางไปถึงศาลชั้นต้นเลยเวลาทำการไปเกือบ 30 นาที และไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันกำหนดนั้น ล้วนเป็นเหตุที่สามารถป้องกันและคาดหมายได้ล่วงหน้า กรณีมิใช่เหตุสุดวิสัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 8 ที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้

     คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 8, 9, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำคุก 3 เดือน ต่อมาวันที่ 3 มิถุนายน 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2548 ครั้นวันที่ 20 มิถุนายน 2548 จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548 ซึ่งเป็นวันศุกร์ ทนายจำเลยนำอุทธรณ์ไปยื่นต่อศาลชั้นต้น แต่ระหว่างเดินทางการจราจรติดขัดเนื่องจากมีการก่อสร้างสะพานใหม่และมีรถเฉี่ยวชนกัน ทำให้ทนายจำเลยเดินทางไปถึงศาลชั้นต้นเลยเวลาทำการไปเกือบ 30 นาที จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันกำหนด ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก 3 วัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า เหตุที่จำเลยอ้างไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ยกคำร้อง

     จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา

     ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 ในเบื้องต้นจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนด 1 เดือน คือวันที่ 3 มิถุนายน 2548 ต่อมาในวันครบกำหนดอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2548 จำเลยมีทนายความและรูปคดีของจำเลยไม่มีข้อยุ่งยากสลับซับซ้อน จำเลยย่อมสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว แต่จำเลยหาได้ยื่นอุทธรณ์ไม่ การที่ทนายจำเลยอ้างว่า ทนายจำเลยนำอุทธรณ์ไปยื่นต่อศาลชั้นต้น แต่ระหว่างทางการจราจรติดขัดเนื่องจากมีการก่อสร้างสะพานใหม่และมีรถเฉี่ยวชนกัน ทำให้ทนายจำเลยเดินทางไปถึงศาลชั้นต้นเลยเวลาทำการไปเกือบ 30 นาที และไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันกำหนดนั้น ล้วนเป็นเหตุที่สามารถป้องกันและคาดหมายได้ล่วงหน้า กรณีมิใช่เหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น”

     พิพากษายืน...


หมายเหตุ  

     การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จะยื่นคำร้องภายหลังสิ้นกำหนดระยะเวลาได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุสุดวิสัย

     คำว่า "เหตุสุดวิสัย" ดังกล่าวมิได้ถือตามความหมายดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 แต่หมายถึง เหตุที่ทำให้คู่ความไม่สามารถยื่นคำขอก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลา ซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลานั้น (คำพิพากษาฎีกาที่ 8659/2548)

     คดีนี้ทนายจำเลยนำอุทธรณ์ไปยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันสุดท้ายแต่ศาลปิดทำการไปเกือบ 30 นาทีแล้ว เนื่องจากการจราจรติดขัดเพราะมีการก่อสร้างสะพานใหม่และมีรถเฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุให้ทนายจำเลยไม่สามารถเดินทางไปถึงศาลทันเวลาทำการได้ ย่อมถือได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ แต่ศาลปิดทำการแล้วทั้งวันถัดมาเป็นวันเสาร์อาทิตย์ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันจันทร์ที่ศาลเปิดทำการ จึงถือว่ามีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถยื่นคำร้องก่อนสิ้นกำหนดเวลาดังกล่าวได้ตามมาตรา 23 ศาลน่าจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไป 3 วันตามขอ แม้จะมิใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ก็ตาม.....
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

pluskit009

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ฏีกา..การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย!!
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2012, 14:48:19 »
 >:( >:( >:(
บันทึกการเข้า

Traviss

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ฏีกา..การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย!!
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2015, 10:49:12 »
ข้อมูลดีครับ มีประโยชน์มากครับ
บันทึกการเข้า

nongmoonoi

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ฏีกา..การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย!!
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 07, 2018, 10:19:21 »
ขอบคุณข้อมูลค่ะ
บันทึกการเข้า

saibennn

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 21
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
Re: ฏีกา..การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย!!
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2018, 22:46:51 »
 :(
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 25 คำสั่ง