ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: ฎีกา..อายุความ!  (อ่าน 6509 ครั้ง)

หมอเค้ก

  • บุคคลทั่วไป
ฎีกา..อายุความ!
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 13:17:08 »

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7053/2540
   
ป.พ.พ. มาตรา 172 เดิม, 193/14(1), 456, 601

ป.วิ.พ. มาตรา 94

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 4, 10, 18, 21


     ผู้บริโภคได้ตกลงจะซื้อที่ดินตามฟ้องโดยมีการวางเงินมัดจำ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง จึงมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้มีพยานเอกสารมาแสดง ดังนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารได้ หรือศาลมีอำนาจรับฟังพยานบุคคลของโจทก์ได้

     จำเลยได้ตกลงจะสร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองให้แก่ผู้บริโภคแต่แล้วก็ไม่สร้างให้โดยคิดค่าสร้างเขื่อนตารางวาละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ดังนี้ จำเลยจึงต้องคืนเงิน 150,000 บาท ให้แก่ผู้บริโภค

     ผู้แทนของจำเลยได้ทำบันทึกต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคือโจทก์ว่า จำเลยยอมรับจะซ่อมแซมบ้านส่วนที่ชำรุดบกพร่องให้แก่ผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ถ้าผู้บริโภคไม่ติดใจฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลยนั้น เป็นเพียงหนังสือบันทึกถ้อยคำหรือคำให้การของจำเลยในฐานะผู้ถูกร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์กรปกครองที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค อันเป็นกรณีที่จำเลยให้ถ้อยคำไปตามหน้าที่ที่ถูกร้องเรียน และมิใช่กระทำต่อเจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้ทั้งยังเป็นการยอมรับจะชำระหนี้คือซ่อมแซมบ้านส่วนที่ชำรุดบกพร่องโดยมีเงื่อนไขว่าผู้บริโภคต้องไม่ติดใจฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลย ดังนี้กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้อีกด้วย จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ซึ่งใช้บังคับขณะยอมรับจะชำระหนี้(มาตรา 193/14(1) ที่แก้ไขใหม่)

     ฟ้องโจทก์ในส่วนที่ให้จำเลยชำระหนี้ เป็นการฟ้องร้องที่โจทก์อ้างอิงสิทธิเรียกร้องของผู้บริโภค เมื่อผู้บริโภคตรวจพบความชำรุดบกพร่องของบ้านที่จำเลยก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2533 ซึ่งเป็นวันเริ่มนับสิทธิเรียกร้อง แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน 1 ปีคดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601
 
     โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับการร้องเรียนจากนางตารเกศ ศิริบูรพา ผู้บริโภคว่าผู้บริโภคกับจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเนื้อที่ 100 ตารางวา ราคาตารางวาละ18,500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่รวมค่าสร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองในราคาตารางวาละ 1,500บาทด้วย และได้ทำสัญญาจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อมาจำเลยไม่สร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองให้ผู้บริโภค คิดคำนวณเป็นเงิน 150,000 บาท แต่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมทั้งส่งมอบบ้านให้แก่ผู้บริโภคล่าช้าจากกำหนดวันแล้วเสร็จ และยังให้ผู้บริโภคชำระดอกเบี้ยของเงินค่าที่ดินและค่าก่อสร้างบ้านที่ค้างชำระ119,490 บาท อ้างว่าชำระเงินล่าช้า ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินได้ บ้านที่จำเลยก่อสร้างมีความชำรุดบกพร่องไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายคือค่าซ่อมแซมความชำรุดบกพร่อง 1,315,254 บาท ค่าเช่าห้องชุดอยู่อาศัยซึ่งเสียค่าเช่าไปแล้ว 84,000 บาท และนับแต่เดือนกรกฎาคม 2534 ต้องเสียค่าเช่าเดือนละ6,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,668,744 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้บริโภค และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องแล้วเสร็จ

     จำเลยให้การว่า ราคาในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นราคาที่ไม่รวมค่าก่อสร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองด้วย สัญญาจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านมิได้กำหนดวันแล้วเสร็จไว้ผู้บริโภคยอมให้จำเลยเรียกเก็บดอกเบี้ยเอง ค่าซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องไม่เกิน20,000 บาท จำเลยซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องและผู้บริโภครับมอบบ้านไว้แล้วโดยมิได้อิดเอื้อน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าเสียหายในค่าซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องอีก ฟ้องโจทก์ที่ให้จำเลยชำระค่าเสียหายในค่าซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องขาดอายุความแล้ว เพราะฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่ผู้บริโภคได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง ขอให้ยกฟ้อง

     ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 119,450 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้บริโภค

     โจทก์อุทธรณ์

     ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

     โจทก์ฎีกา

     ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อที่ดินจากจำเลย ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.1 คือที่ดินโฉนดเลขที่ 55010 เป็นที่ดินแปลงติดริมคลอง เนื้อที่ 100 ตารางวา ราคาตารางวาละ 18,500บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาที่ดินแปลงอื่น ตารางวาละ 1,500 บาท และผู้บริโภคทำสัญญาจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านบนที่ดินดังกล่าว แล้วบ้านที่จำเลยก่อสร้างมีความชำรุดบกพร่อง และข้อเท็จจริงยังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยต้องคืนเงิน119,450 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้บริโภค

     มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จะสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารคือสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.1 ได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า คดีนี้เป็นการทำสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการวางมัดจำ10,000 บาท ในวันจอง แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ จึงไม่ใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารหรือหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง แม้ต่อมาได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.1 ก็ตาม โจทก์ก็นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเอกสารได้ ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2535 ระหว่าง นายเข้มมฤคพิทักษ์ โจทก์ นายปรีชา สกุลมุทิตา กับพวกจำเลย เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้ว่า นางตารเกศ ศิริบูรพา ผู้บริโภคได้ตกลงจะซื้อที่ดินตามฟ้องโดยมีการวางมัดจำ1,000 บาท ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง จึงมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้มีพยานเอกสารมาแสดง ดังนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารได้ หรือศาลมีอำนาจรับฟังพยานบุคคลของโจทก์ได้ และวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้ตกลงจะสร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองให้แก่ผู้บริโภคหรือไม่ว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักให้รับฟังได้มากกว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยได้ตกลงจะสร้างเขื่อนกั้นดินริมคลองให้แก่ผู้บริโภคแล้วไม่สร้างให้ จำเลยจึงต้องคืนเงิน150,000 บาท ให้แก่ผู้บริโภค

     มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สามตามฎีกาของโจทก์ว่า สิทธิเรียกร้องเพื่อความชำรุดบกพร่องของบ้านที่จำเลยก่อสร้างขาดอายุความหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การให้ถ้อยคำของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.18 และ จ.19 เป็นการยอมรับจะซ่อมแซมบ้านส่วนที่ชำรุดบกพร่องอันเป็นการแสดงเจตนาจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คือโจทก์แล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า การที่นายวิชัย รังนกใต้ผู้แทนของจำเลยได้ทำบันทึกต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคือโจทก์ว่า จำเลยยอมรับจะซ่อมแซมบ้านส่วนที่ชำรุดบกพร่องให้แก่ผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ถ้าผู้บริโภคไม่ติดใจฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลย เป็นเพียงหนังสือบันทึกถ้อยคำหรือคำให้การของจำเลยในฐานะผู้ถูกร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นองค์กรปกครองที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค อันเป็นกรณีที่จำเลยให้ถ้อยคำไปตามหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนและมิใช่กระทำต่อเจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้ ทั้งยังเป็นการยอมรับจะชำระหนี้ คือ ซ่อมแซมบ้านส่วนที่ชำรุดบกพร่องโดยมีเงื่อนไขว่าผู้บริโภคต้องไม่ติดใจฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลย ซึ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้อีกด้วย กรณีจึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ซึ่งใช้บังคับขณะยอมรับจะชำระหนี้ (มาตรา 193/14(1)ที่แก้ไขใหม่) ซึ่งการนำกฎหมายเอกชนมาปรับใช้กับกรณีนี้เพราะฟ้องโจทก์ในส่วนนี้ที่ให้จำเลยชำระหนี้นั้นเป็นการฟ้องร้องที่โจทก์อ้างอิงสิทธิเรียกร้องของผู้บริโภคเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้บริโภคตรวจพบความชำรุดบกพร่องของบ้านที่จำเลยก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2533 ซึ่งเป็นวันเริ่มนับสิทธิเรียกร้อง แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2534 จึงเกิน 1 ปี คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601

     พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงิน 150,000 บาท แก่ผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์....
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

หมอเค้ก

  • บุคคลทั่วไป
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 13:21:39 »

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2058/2549   

ป.พ.พ. มาตรา 172 วรรคหนึ่ง, 193/14(1), 193/15, 193/30, 1387, 1389

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง


     โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 15658 และตกลงซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นถนนที่อยู่ติดกับที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15658 ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินอันเป็นการชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วน ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) อายุความย่อมสะดุดหยุดลง ระยะเวลาทีล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความและเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 สัญญาจะซื้อจะขายไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2521 ในวันที่ 27 ตุลาคม 2530 จำเลยทำหนังสือว่าได้รับเงินจำนวน 50,000 บาท จากโจทก์เป็นค่าที่ดินส่วนที่เป็นถนนตามสัญญาจะซื้อจะขายลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ส่วนที่เหลือจะชำระให้ในวันที่ไปทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ ข้อความในหนังสือดังกล่าวบ่งชี้ว่าจำเลยรับว่ายังมีหนี้ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่เป็นถนนให้แก่โจทก์อยู่อีก จึงเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงอีกครั้งหนึ่ง ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2530 เป็นต้นไป ซึ่งนับถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2540 ที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

     โมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ปัญหาว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะหรือไม่ จึงเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะยกปัญหานี้ขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง แม้ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนในหมู่บ้านที่จำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดสรรที่ดินและตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ก็ตาม แต่ภาระจำยอมนั้นเพียงแต่ทำให้เจ้าของภารยทรัพย์ต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้นเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น และห้ามเจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1387 และ 1389 เท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ทั้งไม่มีบทกฎหมายใดห้ามเจ้าของภารยทรัพย์ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด จำเลยในฐานะเจ้าของที่ดินพิพาทจึงมีสิทธิขายที่ดินพิพาทได้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นโมฆะ จำเลยจึงต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์
 
     โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยโจทก์ตกลงซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 15658 ตำบลวัดอรุณ (บางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ) อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในราคาตารางวาละ 3,200 บาท เป็นเงิน 182,400 บาท กับตกลงซื้อที่ดินส่วนที่เป็นถนนซึ่งอยู่ติดกับที่ดินดังกล่าวเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวา เป็นเงิน 64,000 บาท ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15658 ให้แก่โจทก์ และส่งมอบที่ดินส่วนที่เป็นถนนเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวา ให้โจทก์ครอบครอง โจทก์จึงครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี วันที่ 27 ตุลาคม 2530 จำเลยรับเงินค่าที่ดินส่วนที่เป็นถนนเป็นเงิน 50,000 บาท จากโจทก์ โดยจำเลยทำหนังสือการรับเงินไว้เป็นหลักฐานอ้างว่าจะไปดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ และยืนยันว่าเมื่อแบ่งแยกโฉนดที่ดินเสร็จจะดำเนินการไถ่ถอนจำนองและแจ้งให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยได้แบ่งแยกโฉนดที่ดิน ส่วนที่เป็นถนนที่ขายให้โจทก์เสร็จเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2522 เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 19631 มีเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 7 ตารางวา โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ แต่จำเลยให้ทนายความมีหนังสือปฏิเสธการโอนและบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ชำระค่าที่ดินแล้ว 50,000 บาท คงเหลือเพียง 14,000 บาท เมื่อแบ่งแยกโฉนดที่ดินเสร็จมีเนื้อที่ 27 ตารางวา ที่ดินมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นอีก 7 ตารางวา เป็นเงิน 22,400 บาท รวมเป็นเงิน 36,400 บาท แต่ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวมีราคา 540,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยให้จำเลยส่งมอบโฉนดเลขที่ 19631 แก่โจทก์เพื่อดำเนินการและให้จำเลยรับเงินจำนวน 36,400 บาท จากโจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายที่ดินและค่าภาษีเงินได้จากการขายที่ดินของจำเลยหากไม่ชำระให้โจทก์ชำระแทนโดยให้จำเลยคืนเงินส่วนนี้แก่โจทก์

     จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

     ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 19631 ตำบลวัดอรุณ (บางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ) อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ดิน 27 ตารางวา แก่โจทก์ และให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยให้โจทก์และจำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายที่ดินฝ่ายละเท่ากัน ให้จำเลยรับเงินค่าที่ดินจำนวน 36,400 บาท จากโจทก์

     จำเลยอุทธรณ์

     ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

     จำเลยฎีกา

     ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นบริษัทจำกัดประกอบกิจการจัดสรรที่ดิน โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2519 มีนายศรายุทธ อัศวทิพย์ไพบูลย์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยผูกพันจำเลยได้ โจทก์เป็นลูกค้าซื้อที่ดินในโครงการ 1 ของจำเลย โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินที่จัดสรรโฉนดเลขที่ 15658 ตำบลวัดอรุณ (บางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ) อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 57 ตารางวา ตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่โจทก์ และโจทก์ยังได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทแปลงติดกันอีก 1 แปลง อันเป็นส่วนของที่ดินที่ขณะจำเลยจัดสรรแบ่งขายได้กันไว้เป็นถนนภายในหมู่บ้าน โดยด้านหนึ่งของที่ดินพิพาทจดคลองมอญ อีกด้านหนึ่งจดที่ดินที่โจทก์ซื้อจากจำเลยดังกล่าว ตามแผนผังเอกสารหมาย ล.1 (จ.24) ต่อมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2522 มีการแบ่งแยกที่ดินพิพาทเป็นโฉนดเลขที่ 19631 ต่างหากออกมาจากที่ดินส่วนที่กันเป็นถนนเป็นเนื้อที่ 27 ตารางวา ตามเอกสารหมาย จ.10

     ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยได้รับเงินค่าที่ดินพิพาทจากโจทก์จำนวน 50,000 บาท ตามหนังสือการรับเงินเอกสารหมาย จ.9 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนางยุพา พุ่มคชา เป็นพยานเบิกความสนับสนุนคำเบิกความของตัวโจทก์ว่า ลายมือชื่อผู้รับเงินตามหนังสือรับเงินเอกสารหมาย จ.9 เป็นลายมือชื่อของนายศรายุทธ อัศวทิพย์ไพบูลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทจำเลย และเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลย แม้นางยุพาจะไม่รู้เห็นขณะมีการทำหนังสือรับเงินเอกสารหมาย จ.9 แต่นางยุพาเคยทำงานกับจำเลยและนายศรายุทธเชื่อได้ว่านางยุพาเคยเห็นและจำลายมือชื่อของนายศรายุทธได้ คำเบิกความของนางยุพาจึงไม่ใช่พยานบอกเล่า แต่เป็นความเห็นและรับฟังเป็นพยานได้ไม่ต่างจากประจักษ์พยาน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบลายมือชื่อของนายศรายุทธในหนังสือการรับเงินเอกสารหมาย จ.9 กับลายมือชื่อของนายศรายุทธที่ปรากฏในเอกสารอื่น เช่น คำขอจดทะเบียนเอกสารหมาย จ.9 และใบรับรองเอกสารหมาย จ.20 เป็นต้นแล้ว ก็เห็นได้ว่ามีลักษณะการเขียนและลายเส้นเหมือนกัน นอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยโดยละเอียดแล้วซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และไม่จำต้องกล่าวซ้ำอีก ฎีกาอื่นของจำเลยในปัญหานี้ล้วนเป็นข้อปลีกย่อยมิใช่เป็นข้อสาระสำคัญ แม้วินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้น้ำหนักพยานหลักฐานของโจทก์เสียไป ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้รับเงินค่าที่ดินพิพาทจากโจทก์จำนวน 50,000 บาท ตามหนังสือการรับเงินเอกสารหมาย จ.9 ชอบแล้ว

     ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย จ.4 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15658 ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.4 อันเป็นการชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วน ถือเป็นการรับสภาพหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) อายุความย่อมสะดุดหยุดลง ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 สัญญาจะซื้อจะขายไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2521 ในวันที่ 27 ตุลาคม 2530 จำเลยทำหนังสือว่าได้รับเงินจำนวน 50,000 บาท จากโจทก์เป็นค่าที่ดินส่วนที่เป็นถนนตามสัญญาจะซื้อจะขายลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ส่วนที่เหลือจะชำระให้ในวันที่ไปทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ ปรากฏตามหนังสือการรับเงินเอกสารหมาย จ.9 ข้อความในหนังสือดังกล่าวบ่งชี้ว่าจำเลยรับว่ายังมีหนี้ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่เป็นถนนให้แก่โจทก์อยู่อีก จึงเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงอีกครั้งหนึ่ง ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ และเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2530 เป็นต้นไป ซึ่งนับถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2540 ที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นนี้ชอบแล้ว

     ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า โมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ปัญหาว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะหรือไม่ จึงเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะยกปัญหานี้ขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ในปัญหานี้แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนในหมู่บ้านศิวาลัยเคหะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่จำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดสรรที่ดินและตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ก็ตาม แต่ภาระจำยอมนั้นเพียงแต่ทำให้เจ้าของภารยทรัพย์ต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้นเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น และห้ามเจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใดๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 และ 1389 เท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ทั้งไม่มีบทกฎหมายใด ห้ามเจ้าของภารยทรัพย์ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด จำเลยในฐานะเจ้าของที่ดินพิพาทจึงมีสิทธิขายที่ดินพิพาทได้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นโมฆะดังที่จำเลยกล่าวอ้างจำเลยจึงต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น”

     พิพากษายืน....
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 23, 2020, 18:46:12 »
Roku is a streaming device, which is a reasonable roku activation and other Set-up Box. Roku is a bundle of amusement, where client can stream for boundless motion appears, web arrangement, news, animation and a lot more projects.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:36:07 »
https://sites.google.com/site/howtoinstallmcafeeantivirus/ You can download and install your McAfee product key , After activate mcafee account ,.now you can visit our site https://sites.google.com/site/mcafeewwwmcafeecomactivate/   for more information.install our antivirus to make your computer virus free , for download https://sites.google.com/site/commcafeecomactivate/   visit our site ,and see how to protect your pc from virus.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:36:53 »
https://sites.google.com/site/howtoinstallmcafeeonwindows10/ ,McAfee antivirus provides all-around protection by blocking unwanted threats, malware, the virus which can harm your computer, laptop, etc. To download, install McAfee visit https://sites.google.com/site/mcafeeactivateentercode/ , follow the very easy process and https://sites.google.com/site/activatemcafeecomactivate/ with activation code with activation code.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:38:16 »
https://sites.google.com/site/installmcafeeactivationcode/   to log in to your mcafee account and Enter the 25-digit alphanumeric code in the space provided.Allow for the activation to process. This might take a few minutes.You can now use your McAfee product on Windows.and you can visit our site for further information Install https://sites.google.com/site/activatemymcafeeproductkey/ without any hassle. We provide best installation service ,It protect against virus ,click here mcafee.com/activate  for more details. download and install mcafee antivirus using simple steps given in this site. click here :  https://sites.google.com/site/downloadmcafeealreadypurchased/ You need a mcafee account and 25 digit mcafee activation code to complete the process. and for activate mcafee account visit our site.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:39:39 »
https://sites.google.com/site/mcafeemcafeeproductactivation/ - Go to the download link and get McAfee. download and install the file. Visit https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatekeycode/ and enter your 25-digit alphanumeric product key.and protect your pc and leptop from virus .https://sites.google.com/site/activatemcafeeactivationcode/   the highly professional tech team and get rid of antivirus from computer click the link for more details.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:40:33 »
Protect your devices from the virus. Scan and block viruses, and more, you can visit https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatemyaccoun/ for more information and enjoy  Total Protection features like web protection, password manager. https://sites.google.com/site/mcafeecommcafeecomactivate/ in citation is an antivirus program. this program secure your PC with tainting so you can display it. to see significantly more please visit  https://sites.google.com/site/mcafeeactivationcode/ our site .
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:41:33 »
mcafee antivirus is widely used antivirus helps to detect and neutralize computer virus, the mail worms,the trojan programs,and also helps your system free of virus and other malware is quite a daily challenge.to uninstall the mcafee, or for more details visit: https://sites.google.com/site/mcafeemcafeemcafeecomactivate/ .McAfee antivirus provides all-around protection by blocking unwanted threats, malware, the virus which can harm your computer, laptop, etc. To download, install McAfee visit https://sites.google.com/site/mcafeecomwwwmcafeecomactivate/ , follow the very easy process and https://sites.google.com/site/mcafeecomactivateproductkey/ .
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:43:08 »
https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatetotalprotecti/   is easy to use, works for Mac, PC & mobile devices & best  to stay safer online. Purchase our trustworthy antivirus software now! and https://sites.google.com/site/mcafeecomactivateenterkey/   for more details. install our antivirus to make your computer virus free , for download mcafee.com/activate enter key visit our site https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatelivesafe/ ,and see how to protect your pc from virus. download and install mcafee antivirus using simple steps given in this site. click here :
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:44:31 »
https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatelogin/ You need a mcafee account and 25 digit mcafee activation code to complete the process. and for activate mcafee account visit https://sites.google.com/site/sitemcafeecomactivate/ .Mcafee login To Activate your 25 Digit Product Key Login Mcafee on your PC with ... https://sites.google.com/site/mcafeecomactivateurl/ You can without much of a stretch sign into your mcafee my account and activate the product visit here.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:45:19 »
Activate your user account to manage your Mcafee protection and virus with https://sites.google.com/site/mcafeeactivationkey/ .  To activate your account download https://sites.google.com/site/mcafeecomactivateusa/ and you may now click the site mcafee activate.Present mcafee thing with no issue. We give best foundation advantage. visit https://sites.google.com/site/mcafeecomactivatecard/ today.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:46:24 »
https://sites.google.com/site/enterproductkeyformcafee/   - Go to the download link and get McAfee. download and install the file. Visit https://sites.google.com/site/mcafeeenteractivationcode/   and enter product key for mcafee and protect your pc and leptop from virus .McAfee Activate! you can start incitation with https://sites.google.com/site/entercodeformcafee/   at  and visit for more details.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: ฎีกา..อายุความ!
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 14:47:18 »
activate the McAfee product in your device. you may now visit mcafee activate to log in to your https://sites.google.com/site/mcafeeantiviruscodeentry/ and Enter the 25-digit alphanumeric code in the space provided.Allow for the activation to process. This might take a few minutes.You can now use your https://sites.google.com/site/mcafeeproductcodeactivation/ on Windows.and you can visit our site for further information https://sites.google.com/site/mcafeeactivationcodeentry/   with the highly professional tech team and get rid of antivirus from computer click the link for more details.
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.211 วินาที กับ 23 คำสั่ง