ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ  (อ่าน 26364 ครั้ง)

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:11:26 »
สรุปสัมมนาวิแพ่งท่านอาจารย์ประเสริฐ บรรยาย ( ภาคปกติ )

ขอขอบคุณ คุณ kankokub  สุดหล่อ (จริ๊งๆ  เห็นมากะตา)  ผู้สละเวลาถอดคำบรรยายมา ณ  โอกาสนี้ด้วยครับ

 :) :) :)


สรุปคำบรรยาย ชั่วโมงที่1 พุธ 13/11/52
สำหรับในกฎหมาย วิชาสัมมนากฎหมายวิแพ่ง ก็จะบรรยายเรื่องทั่วๆไป ในประมวลกฎหมายวิแพ่ง ปีนี้อาจารย์มีโอกาสบรรยายมากกว่าปีก่อนๆ เราจะพูดเรื่องโครงกฎหมายวิแพ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก เพราะถ้าไม่เข้าใจมัวแต่ไปจำฏีกา เราก็จำไม่ไหว อาจารย์ก็อยู่กองผู้ช่วยก็เป็นผู้ตรวจข้อกฎหมายวิแพ่ง ทำให้เข้าใจว่า เป็นในแนวเดียวกันหมด ในการบรรยายของเรา จะมีฏีกาที่มาศึกษาเพื่อให้เข้ากับตัวบทวิแพ่งใหม่ ที่แก้เมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา นักศึกษาที่ใช้ตัวบทดั่งเดิมก็ดูนะครับว่าใช้ได้กับยุคสมัยหรือไม่ ครับ
แล้วกฎหมายวิแพ่ง สำหรับผู้สอบในชั้นเนฯความจริงไม่ยากเลย เพราะประกาศว่าวิแพ่งข้อไหน อยู่ในข้อไหน เป็นเรื่องง่าย
เนื่องจากอาจารย์ก็เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับห้องสอบเนฯมาสิบสองปีแล้ว ก็ได้เห็นทั้งยากและง่าย สำหรับภาคที่แล้ว ทำไมกฎหมายแพ่งได้มากมายเพียงนี้ แล้วเวลาได้น้อย ไม่เห็นพูดกัน เป็นเหตุการณ์ปรกติ ต้องไปดูว่า เพียงแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้สอบได้จำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะว่านักศึกษาเก่งกันมาก
สำหรับวิแพ่ง ถามว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับอะไร ตอบว่า เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณา นับตั้งแต่เสนอคำฟ้องต่อศาล เพื่อให้รับรอง คุ้มครอง หรือ บังคับตามสิทธิหน้าที่ นี่คือกฎหมายวิแพ่ง
ในลำดับแรกต้องเข้าใจเบื้องต้นก่อน ว่าคดีแพ่งที่ขึ้นมาสู่ศาลนั้นมาได้วิธีใดบ้างซึ่งเรื่องนี้ ในสมัยก่อน ที่มีการสอนกฎหมายวิแพ่ง ท่านอาจารย์อุดมก็เล่าให้ฟังแล้ว ว่าสมัยโบราณสอนมาตราเดียวคือ มาตรา 55 แล้วไม่ออกสอบด้วย เนื่องจากเป็นบทมาตราหลัก เราก็มาดูนะครับ ว่าวิแพ่งมาตรา 55 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิ ตามกฎหมายแพ่ง กฎหมายก็ให้เสนอคดีต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้
อย่างในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 194 เรื่องหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ อีกมาตราคือ 213 ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียเจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้บังคับชำระหนี้ก็ได้
กฎหมายเปิดช่องให้เรียกร้องได้ เมื่อไม่ชำระก็เป็นการโต้แย้งสิทธิ คดีแพ่งที่ขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลในคดีแรก เราเรียกว่าคดีมีข้อพิพาทก็มีโจทก์ จำเลย ที่ทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อน คดีข้อพิพาทคือคดีที่มีโจทก์จำเลย เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง คดีที่มีข้อพิพาทการเริ่มต้นคดีเริ่มอย่างไร ก็ดู มาตรา 172 วรรคหนึ่งก่อน
คดีมีข้อพิพาท จะเริ่มจากการที่โจทก์เสนอข้อหาของตนโดยทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้นถ้าคดีแพ่งสามัญต้องทำเป็นหนังสือ มียกเว้นคือ คดีมโนสาเร่ คดีที่ราคาพิพาทไม่เกินสามแสนบาทกฎหมายระบุไว้เป็นพิเศษ ว่าให้แถลงข้อหาด้วยวาจาก็ได้
แต่ในคำว่าแถลงข้อหาด้วยวาจาอย่าไปเข้าใจว่า มาที่ศาลแล้วกล่าวหาในทางแพ่งกับศาลเลย ไม่ใช่นะครับ เขาก็มีแบบพิมพ์ มาที่ศาล กรอกรายละเอียดลงไป มันก็เป็นหนังสืออย่างหนึ่งแหละครับ
ประการต่อไปคดีมีข้อพิพาทซึ่งต้องเสนอข้อหาโดยทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้น ประการต่อไปคือ มีบทบัญญัติศาลที่เสนอคำฟ้อง อยู่ที่มาตรา 4 ( 1 ) มีข้อยกเว้น มาตรา 4 ทวิ และ 4 ตรี เรื่องเขตอำนาจศาล ซึ่งเราค่อยลงเล็กประการต่อไป สำหรับคดีที่มีข้อพิพาทนี้ เวลาโจทก์นำคดีมาฟ้อง ในวิแพ่งมาตรา 149 กฎหมายก็บัญญัติไว้เลย บอกว่า ให้คู่ความผู้ยื่นคำฟ้อง เป็นผู้ชำระค่าขึ้นศาลเมื่อยื่นคำฟ้อง เพราะฉะนั้นเวลาโจทก์นำคดีมาฟ้องศาลต้องเสียค่าขึ้นศาลด้วยตาม 149 ส่วนเสียเท่าไหร่ 150 บัญญัติไว้
คดีมีข้อพิพาทต้องเสียตาม ตารางหนึ่งท้ายประมวลกฎหมายวิแพ่ง ซึ่งที่แก้ไขใหม่ นั่นคือค่าขึ้นศาลทุนทรัพย์ไม่เกิน ห้าสิบล้าน ก็เสียร้อยละสอง
โจทก์ให้ชำระเกินสิบล้าน ไม่เกินห้าสิบล้านเสียอัตราไม่เกิน สองแสนบาท
อยู่ในตารางหนึ่งท้ายวิแพ่ง แต่มีข้อยกเว้น ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ก็อยู่ใน 190 จัตวา ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาล ท้ายประมวลกฎหมายนี้แต่ค่าขึ้นศาลไม่เกินหนึ่งพันบาท นี่คือการเสนอคำฟ้องในศาลชั้นต้นนะครับ
ประเด็นต่อไป ในเมื่อการฟ้องคดีต่อศาล ถ้าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์แล้วถ้าเกิดมีทรัพย์สินไม่พอเสียค่าธรรมเนียม แล้วถ้าเกิดเสียแล้วจะเดือนร้องพอสมควรแล้ว อย่างนี้ทำอย่างไร ก็ไปปิดกั้นคนไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียม กฎหมายแก้ไขใหม่ เรียกว่า การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล อยู่ในมาตรา 155 156 156/1 แต่ก่อนเรียกการขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ปัจจุบันไม่มี คนยากจนแล้ว เปลี่ยนใหม่เป็นขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในวิอาญาก็มีการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล แต่ถ้าถามว่า ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ซึ่งตัวบทวิแพ่งไม่มีเหลือแล้ว ถามว่ามีเหลือในที่อื่นไหม มีในกฎกระทรวงที่ยังไม่แก้เพียงแห่งเดียว
อันนี้ที่พูดมาในเบื้องต้นก็เป็นเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับคดีมีข้อพิพาทการเสนอคำฟ้อง นักศึกษาทราบแล้วว่าคำฟ้องตั้งต้นคดีก็เริ่มจากการที่โจทก์ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาล การเสนอคำฟ้องเข้ามาภายหลังจากมีคดีอยู่ในศาลแล้วได้หรือไม่ ก็คือมีการเสนอสิ่งที่เรียกว่าคำฟ้อง ภายหลังที่มีการเสนอคำฟ้องตั้งต้นคดีมาแล้วได้หรือไม่ คำตอบคือมีกรณีที่จำเลยฟ้องแย้งมา
อีกกกรณีหนึ่งก็คือการร้องสอดตามมาตรา 57 ( 1 ) คำร้องสอดเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง แต่เป็นการเสนอเข้ามาในคดีภายหลังจากที่มีการฟ้องร้องอยู่แล้ว
ต่อไปคือประเภทคดีที่พิพาท ก็คือ คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ เรียกย่อๆ คือคดีมีทุนทรัพย์ กับอีกอันหนึ่งคือคดีไม่มีทุนทรัพย์
จำคำในประมวลนะครับ มีไม่กี่คำคดีสองประเภทเกี่ยวกับวิแพ่งทั้งระบบ
คดีไม่มีทุนทรัพย์ เช่นคดีฟ้องให้เปิดทางภาระจำยอม คดีฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ให้ทรัพย์สินของลูกหนี้กลับมาอยู่ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามเดิม เรียกว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์
แต่ถ้าคดีมีทุนทรัพย์ เช่นฟ้องเรียกเงิน ฟ้องเรียกทรัพย์สินต่าง โจทก์ชนะคดี ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือเงิน ของโจทก์ซึ่งไม่ได้มีมาแต่เดิมก่อนฟ้อง
อาจสงสัยว่าจะแบ่งไปทำไม มีข้อแตกต่างในทางกฎหมายที่สำคัญเรื่องใดบ้าง
ก็มีสาระสำคัญประมาณห้าเรื่อง
เรื่องแรกคือ คดีมีทุนทรัพย์ กับคดีไม่มีทุนทรัพย์ ค่าขึ้นศาล คือดูที่ มาตรา 149 150 และโดยเฉพาะตารางหนึ่งท้ายวิแพ่ง ถ้าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ไม่เกินห้าสิบล้านบาทโจทก์เสียค่าขึ้นศาลร้อยละสองไม่เกินสองแสนบาท ทุนทรัพย์เกิน ห้าสิบล้าน เสีย ร้อยละสิบ
แต่ถ้าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ เสียค่าขึ้นศาลเหมือนกันหมด สองร้อยบาท
แต่เวลาไปจ้างทนายความแปดหมื่นบาท เพราะฉะนั้นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ค่าขึ้นศาลเพียงสองร้อยบาท
ประการที่สอง คือเรื่องสิทธิในการอุทธรณ์ฏีกาในข้อเท็จจริง คดีแพ่ง ปัญหาที่ศาลจะต้องวินิจฉัย ปัญญาที่คู่ความโต้เถียงกันมีสองปัญหา คือ ปัญหาข้อเท็จจริงกับปัญหาข้อกฎหมาย
ซึ่งคดีแพ่งส่วนใหญ่ก็มักจะโต้เถียงข้อเท็จจริงกัน จำเลยกู้เงินโจทก์หรือไม่ โจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด เราก็จำหลักว่าถ้าเป็นคดีมีทุนทรัพย์กฎหมายจำกัดสิทธิอุทธรณ์ฏีกาข้อเท็จจริงตาม 224 และ 248 เอาเป็นว่าคดีมีทุนทรัพย์กฎหมายจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ ฏีกาข้อเท็จจริงไว้ แต่ถ้าคดีไม่มีทุนทรัพย์ นี้จำหลักไว้เลย ว่าไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ฏีกาในข้อเท็จจริงยกเว้นคดีฟ้องขับไล่ อาจอุทธรณ์ได้หรือไม่ เป็นไปตาม 224 วรรคสอง 248 วรรคสอง ตรงนี้จำไว้นะครับ เวลาไปเรียนจะศึกษาได้ง่าย
ประการที่สามนั่นคือการพิจารณาว่าเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่ คือคดีประเภทไหนอยู่ที่มาตรา 189 แต่ทั้งนี้เวลาดูต้องระวังนะครับ กฎหมายบัญญัติไว้อย่างหนึ่งแต่มีกฤษฏีกากำหนดจำนวนคดีมโนสาเร่ไว้
เอาเป็นว่าปัจจุบันถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสนบาท ยกเว้นคดีฟ้องขับไล่ เพราะฉะนั้นก็จดไว้เป็นข้อสังเกต
ถ้าเป็นคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังให้แยกพิจารณาไว้เป็นพิเศษ
ข้อแรกอาจจะอุทธรณ์ฏีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ข้อที่สอง อาจเป็นคดีมโนสาเร่
พูดถึงแนวฏีกาที่เกี่ยวกับวิแพ่ง ในระยะหลังเนื่องจากอาจารย์ได้ร่วมกับอาจารย์ไพโรจน์ ทำให้ทราบว่าปัจจุบันมีฏีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับฏีกาวิแพ่งหลายเรื่อง
วันนี้เรามาทำความเข้าใจเตรียมตัวก่อนสอบ อีกสองเดือนข้างหน้า
ข้อสี่คืออำนาจการพิจารณาอำนาจของศาลแขวง คือเฉพาะทุนทรัพย์ ที่ไม่เกินสามแสนบาท เช่นไปฟ้องขับไล่ บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้
มาตรา 17 , 24 , 25 ของพระธรรมนูญศาล
ข้อห้า เรื่องอัตราค่าทนายความ เวลาให้ใช้ก็ต้องดูตารางหก ท้ายประมวลกฎหมายวิแพ่ง
จะเห็นได้ว่าระหว่างคดีไม่มีทุนทรัพย์อัตราค่าทนายความก็จะต่างกัน วันนี้สรุปหัวข้อสั้นๆ คดีมีข้อพิพาทผู้ที่นำคดีมาเสนอต่อศาลเรียกว่าโจทก์
นี่ก็เกี่ยวกับกฎหมายวิแพ่งหลายมาตราแล้ว ประเภทที่สองคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแพ่งวิธีที่สองคือบุคคลใดจะใช้สิทธิทางศาล ชอบเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งได้ วิธีที่สองนี้กฏหมายใช้คำว่าบุคคล
นักศึกษาคงอ่านคำพิพากษามาแล้วนะครับ บุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาลไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะทำคดีมาสู่ศาลได้ตามอำเภอใจ บุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาลหมายความว่าในกรณีนั้นให้บุคคลนั้นๆเสนอคดีสู้ศาลได้ ว่าเรื่องนั้นๆกรณีนั้นๆมีไม๊กฏหมายนั้นให้คดีมาสู่ศาลได้ เช่นคดีร้องแต่ตั้งผู้จัดการมรดก คดีร้องขอให้เป็นคนไร้สามารถ คดีไร้ความสามารถเหล่านี้
กฎหมายจะมีบทบัญญัติให้มาร้องขอต่อศาลได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกฎหมายสาระบัญญัติอย่าไปเข้ามาว่าเฉพาะในปพพ เท่านั้น ยกตัวอย่างคดีร้องครอบครองปรปักษ์ที่ดิน ถ้าเราไปเปิด ปพพ หาตัวบทไม่เจอไม่เห็นมีมาตราไหนเขียนเลยว่าใช้สิทธิทางศาลได้ แต่เขาไปบัญญัติไว้ในป ที่ดิน มาตรา18 และกฎหมายกระทรวงขาบัญญัติไว้เลยว่าการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง
ล่าสุดเขียนไว้โดยอาจารย์ผู้สอน คือ 1727/2551
ผู้ครอบครองจะนำคดีมาเสนอต่อศาลขอให้สั่งว่ามีสิทธิครอบครองแล้วไปแก้ชื่อใน นส 3 ไม่ได้ หรือที่ ครอบครอง สังหา มาสิบปี ชื่อในทะเบียนเป็นของบุคคลอื่นอย่างนี้จะมายื่นขอต่อศาลไม่ได้
ให้เริ่มคดี ตามมาตรา 188 คือให้เริ่มคดีโดยมีคำร้องขอต่อศาล เป็นคดีที่ไม่มีจำเลย บุคคลที่นำคดีมาสู่ศาลเราเรียกเขาว่าผู้ร้อง มาตรา 4 ( 2 ) กับมาตรา 5
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลซึ่งความจริงแล้วคำว่าคำร้องขอความจริงก็คือคำฟ้องชนิดหนึ่ง ตามบทบัญญัติมาตรา 1 ( 3 ) เนื่องจากไม่มีจำเลย จะไปใช้คำฟ้องก็สับสน ก็เลยใช้คำว่าคำร้องขอ
ถ้าไม่มีพิพาทเรื่องศาลที่เสนอคำร้องขอกฎหมายก็บัญญัติ ไว้ 4 ( 2 ) เมื่อบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาลบุคคลนั้นก็มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท ได้ เสียค่าขึ้นศาล สองร้อยบาท
วิธีการบรรยายเพื่อไม่ให้เบื่อหน่าย ไว้คราวต่อไป ครึ่งชั่วโมงก็จะนำฏีกาที่น่าสนใจมานำเสนอ
หัวข้อต่อไป เนื่องจากว่าคดีแพ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคดีที่มีข้อพิพาทคือมีโจทก์มีจำเลย
อาจารย์จะขอสรุปกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นสำหรับคดีมีข้อพิพาทว่ามีลำดับและขั้นตอนอย่างไร วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นสำหรับคดีมีข้อพิพาทหรือคดีมีโจทก์จำเลย ในวิแพ่งแบ่งเป็นสองประเภท คือ สามัญในศาลชั้นต้น กับ วิสามัญในศาลชั้นต้น คือคดีแพ่งทั่วๆไปจะมีลำดับขั้นตอนอย่างไร เรียกว่าวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้นแต่มีคดีแพ่งบางเรื่องกฏหมายกำหนดวิธีพิจารณาโดยเฉพาะอย่างคดีขาดนัดยื่นคำให้การ วิธีพิจารณาความก็สมควรที่จะลดขั้นตอนลงเพื่อให้คดีเสร็จไป หรือคดีมีทุนทรัพย์เล็กๆน้อยๆ วิธีพิจารณาคดีพวกนี้ก็น่าจะลดขั้นตอนลง เรียกว่าวิธีพิจารณาวิสามัญ แล้วออกข้อสอบหนึ่งข้อแน่นอน บอกเลยก็ได้ วิแพ่งภาคหนึ่ง ออกข้อสอบสองข้อ แบ่งเป็นส่วนต้นส่วนปลาย ไม่ใช่กระจุกแค่สามมาตรา แรก วิแพ่งสองก็ออกสองข้อ จากนั้นก็อุทธรณ์ฏีกา แล้วที่มีปัญหาคือภาคบังคับคดี แต่เป็นประโยชน์กับนักศึกษาเอง แต่ก่อนไม่มีแบ่ง แต่เด๋วนี้กลายเป็นแบ่งโดยปริยาย
170 +172 คดีมีข้อพิพาทโดยทั่วไปก็เริ่มอย่างนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือเสนอข้อหาคดีแพ่งเริ่มที่ศาลต้นเสมอ เว้นแต่ มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งอย่างไม่เห็น
แต่ถ้าเป็นคดีอื่นเช่น คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ฯ
หน้าที่ที่สำคัญทีสุดคือ ต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้องให้โจทก์ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดี กฎหมายกำหนดให้โจทก์ช่วยเหลือศาล เป็นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดนะครับ ตัวบท 173 เขียนไว้เลย
ทีนี้คำว่านำส่งหมายเรียกของสำเนาคำฟ้อง ไม่ได้หมายว่าโจทก์เป็นคนส่ง นำส่งหมายความว่า ดู 70 วรรคสอง คือให้ไปเสียเงิน ตามศาลเขาจะมีแผนกส่งหมายคิดค่าส่งตามระยะทาง ถ้าโจทก์ไม่นำหน้าที่นี้ ผลคือ 174 ( 1 ) ถือว่าทิ้งฟ้อง การทิ้งฟ้องเกิดขึ้นได้ครั้งเดียว
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:12:41 »
เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลจะสั่งอย่างไรเกี่ยวกับคดีโจทก์ เปิดไปที่มาตรา 132 ( 1 ) ศาลก็สั่งจำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ ตามมาตรา 132 ( 1 ) ถามว่าถ้าโจทก์ทิ้งฟ้องเพิกเฉยละเลยหน้าที่นี้ จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความโจทก์เสียหายอย่างไร อย่างแรกคือ เงินค่าขึ้นศาล กฎหมายแก้มาตรา 151 วรรคสาม ในกรณีที่มีการทิ้งฟ้องให้ศาลสั่งคืนค่าขึ้นศาลบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควร
ฟ้องใหม่ได้ ภายในอายุความไม่เป็นเรื่องฟ้องซ้ำ แต่อย่าให้ขาดอายุความหล่ะ
หมดหน้าที่โจทก์แล้วก็มาถึงฝ่ายจำเลย จำเลย เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วต่อไปก็เป็นเรื่อง 177 วรรคหนึ่ง
การยื่นคำให้การเป็นหน้าที่ของจำเลย ก็ไปเรื่องวิสามัญไปถ้าไม่ยื่นคำให้การ
และจำเลยก็ฟ้องแย้งมาในคำให้การได้ ฟ้องแย้งต้องเกี่ยวพันกับฟ้องเดิม ต้องอาศัยมูลคดีตามฟ้องโจทก์ด้วย แล้วเราจะไปลงลึกเมื่อถึงเรื่องนั้นๆลำดับต่อไปก็คือการชี้สองสถานใน มาตรา 182 183 ถามว่าการชี้สองสถานที่เป็นกระบวนพิจารณาในคดีแพ่ง ต้องมีในคดีแพ่งทุกคดีหรือไม่ คำตอบไม่จำเป็นกฎหมายยกเว้นในมาตรา 182 การชี้สองสถานคืออะไร ตอบ แบบย่อๆ เพราะตัวบทยืดยาวสรุปได้ย่อๆว่าการชี้สองสถานหมายความที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบ
ศาลก็กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าเรื่องที่พิพาทกันทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมีประเด็นใดบ้าง ศาลก็กำหนดเลยว่านัดชี้สองสถานวันนี้พิเคราะห์คำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยแล้วคดีมีประเด็นข้อพิพาทดังนี้ ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์ประเด็นข้อที่สามเป็นปัญหาข้อกฎหมายนำสืบได้เอง นี่แหละเรียกว่าการชี้สองสถานการณ์กำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบ เพราะคดีแพ่ง การกำหนดหน้าที่นำสืบคือการจัดคิว
พอศาลชี้สองสถานเสร็จขั้นตอนต่อไปก็คือการสืบพยาน มาตรา 184 185 วันสืบพยาน ต้องห่างจากวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าสิบวัน แต่ว่ามาตรา 184 ในทางปฏิบัติแล้วเป็นหมัน เนื่องจากปัจจับันศาลนัดหลายเดือน มาตรานี้ก็ ใช้ไม่ได้ เป็นแต่เพียงทฤษฏี ขั้นตอนสุดท้ายอยู่ที่มาตรา 131 ( 2 ) กับมาตรา 133 นั่นคือศาลจะพิพากษาคดี ถามว่าจะพิพากษาคดีเมื่อไหร่ ในทางกฎหมายให้ศาลชี้ขาดคดีโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่ง ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเป็นคดีฝ่ายเดียว แล้วก็ให้โจทก์เซ็นชื่อที่สำนวน แต่เอาเลยแดงไปก่อน ถ้าคดีที่มีคู่ความสองฝ่ายมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย กฎหมายก็ให้อำนาจศาลเลื่อนการพิจารณาต่อไปในวันหลังก็ได้ตามที่เห็นสมควร
ขั้นตอนต่อไปเรียกว่าให้ศาลออกคำบังคับ 272 273 คำบังคับคืออะไรก็คือคำสั่งของศาลที่ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติเหมือนเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย มีการกำหนดระยะเวลาให้โอกาสครั้งสุดท้ายให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับ มิฉะนั้นอาจถูกยึดทรัพย์ บังคับคดี
ขั้นตอนต่อไปคือหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ตาม 275 276 จะออกได้ต่อเมื่อระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ได้ล่วงพ้นไปแล้วโจทก์ก็ยื่นคำขอต่อศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วมาตรา สุดท้ายคือบังคับคดีภายในสิบปี ตาม 271
เนื่องจากเป็นชั่วโมงแรกเราก็พูดเหมือนเค้าโครงทั่วๆไป ในคราวหน้าจะพูดถึงภาคบังคับคดีฉบับย่อๆ ฟังง่ายๆ ทีนี้เราก็มาดูฏีกาที่น่าสนใจ เกี่ยวกับภาคบังคับคดี
เรื่องแรก
สมมุติว่าคดีแพ่งเรื่องหนึ่งศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์โจทก์ก็ดำเนินการบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อมาก็มีบุคคลภายนอกเรียกว่าผู้ร้องเรียกให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเรียกว่าร้องขัดทรัพย์เหมือนอย่างคดีธรรมดา ปรากฏว่าพอสืบพยานผู้ร้องขัดทรัพย์ สืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ผู้ร้องขัดทรัพย์แพ้คดีก็ยื่นอุทธรณ์คำถามข้อแรกคือ ถามว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขัดทรัพย์แล้ว ตามกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดได้ทันทีตามมาตรา 288 ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด ในมาตรา 288 วรรคหนึ่งตอนท้าย ที่กฎหมายบอกว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้น ประเด็นนี้ศาลเคยตัดสินแล้วว่าให้รอศาลชั้นต้น จพทขายได้ทันที ปัญหาคือผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นอุทธรณ์อยู่
ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นอุทธรณ์อยู่แล้วเกิด ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับหล่ะ ผู้ร้องขัดทรัพย์ก็อาจเสียหาย จะมีหนทางเยียวยาอย่างไร ก็ต้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา ตามมาตรา 264 ก็คือมีสิทธิยื่นอุทธรณ์แล้วขอคุ้มครองประโยชน์ได้
แต่ฏีกาเรื่องเมื่อสักครู่เป็นเรื่องขอคุ้มครองชั่วคราวว่าหากชนะคดีจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นอย่างมากขอศาลได้โปรดมีการคุ้มครองสิทธิในเหตุฉุกเฉิน คำถามมีว่าถ้าเป็นศาลจะสั่งอย่างไร ก็เป็นฏีกาใหม่ ซึ่งทางตำราเคยมีเขียนแต่ไมมีตัวอย่างฏีกา ประเด็นมีว่าการขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาซึ่งมีสามกรณี
จำเลยขอ โจทก์ขอ และคู่ความข้อ ประเด็นมีว่าคำขอคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 241 ขอในเหตุฉุกเฉินได้หรือไม่ เฉพาะในกรณีที่โจทก์ขอตามมาตรา 254 เท่านั้นที่อาจขอในเหตุฉุกเฉินได้ ดูใน 266 ขอได้เฉพาะกรณีที่โจทก์ขอคุ้มครองตาม 254 ถ้าขอคุ้มครองตาม 264 ไม่มีเหตุในกรณีฉุกเฉิน เหตุผลเพราะการขอให้คุ้มครองประโยชน์ไม่มีเหตุให้ขอ ถามว่าถ้ายกคำร้องไปแล้วขอแบบธรรมดาได้หรือไม่ คำตอบถ้าไปดูตัวบทในมาตรา 267 ในวรรคสุดท้ายถ้าเป็นกรณีที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา แล้วขอในเหตุฉุกเฉินแล้วข้อได้ ซึ่งคำสั่งศาลชั้นต้น แบบนี้มาขอแบบธรรมดาได้ ตาม 267 วรรคท้าย แต่ถ้าเป็นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวตาม 254 ถ้าขอมาศาลชั้นต้นยกคำร้อง นักกฎหมายเห็นว่าอย่างนี้ขอแบบธรรมดาได้เหมือนกัน 1930/2551
เรื่องที่คู่ความจะขอมีเรื่องอะไรบ้างใช้คำว่าเช่น แต่ไม่ได้หมายความว่า เรื่องที่ขอคุ้มครองได้นั้นจำกัดเฉพาะเรื่องที่ 264 บัญญัติไว้ ฏีกาเรื่องนี้ดีอย่างหนึ่ง เรื่องขอคุ้มครองชั่วคราวไม่มีเขียนไว้ใน 264 จำตัวอย่างนี้ไว้นิดหนึ่ง ว่าไหนลองยกตัวอย่างคู่ความขอใน 264 แต่ไม่ได้ระบุไว้ในมาตรานี้ ตอบเลยการขอให้งดทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อน
เรื่องสุดท้าย คงทราบว่าในทางแพ่งแบ่งเจ้าหนี้เป็นสองประเภทคือเจ้าหนี้สามัญกับเจ้าหนี้บุริมสิทธิในกรณีที่เป็นหนี้หลายรายแต่ทรัพย์สินที่มีอยู่ไม่พอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทุกราย เช่นนายก เป็นหนี้เงินกู้นาย ข ต่อมาเป็นหนี้ค่าสินค้า ราคาที่ดินขายแล้วไม่พอชำระหนี้ อย่างนี้ เอาไปคนเดียวเลย ผู้รับจำนองชอบที่ได้รับชำระหนี้ก่อน ทรัพย์สินเจ้าหนี้ข้างมาก
ในวิแพ่งภาคบังคับคดีมีมาตรา 289 ที่สามารถยื่นต่อศาลขอให้ได้รับชำระหนี้ ก่อนเจ้าหนี้สามัญผู้นำยึดไปยึดที่ดินแปลงหนึ่งของจำเลย ยึดมาแล้วปรากฏว่าที่ดินติดจำนอง อย่างนี้ก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้เสียก่อน ประเด็นมีว่า ผู้รับจำนองที่จะมาใช้สิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อน ขอให้นำเงินจากที่ยึด ถามว่าก่อนยื่นรับชำระหนี้จำนองผู้ร้องจะบอกกล่าวบังคับจำนองหรือไม่ เพราะเราเรียนว่าการบังคับจำนองจะต้องมีจดหมายบอกกล่าวก่อน ไม่งั้นจะฟ้องไม่ได้ กรณีที่ยื่น ก่อนเจ้าหนี้สามัญผู้นำยึด ต้องมีกฎหมายบอกกล่าวก่อน เรื่องนี้มีฏีกาที่ตัดสินไปแล้ว
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:13:18 »
สัปดาห์ที่สอง อาจารย์ประเสริฐ
นักศึกษาครับ เมื่อสักครู่อาจารย์ก็ได้ พูดคุยกับผู้สอนบางท่าน ก็ทราบว่าบางครั้งอาจารย์บางท่านมีความคิดเห็นส่วนตัวเวลาออกข้อสอบจะยึดแนวฏีกาเป็นหลัก อย่าไปไขว้เขว้ ให้ยึดแนวฏีกา เป็นหลัก ในการตอบข้อสอบ ก็เป็นสิ่งที่เผยแพร่ให้นักศึกษาทราบ ในการสอบในครั้งนี้ ทางสำนักอบรมก็มีการแก้ไขระเบียบการสอบบางประการ ยกตัวอย่าง ระเบียบมีว่าห้ามขีดเส้นใต้ข้อความ ก็มีบางท่านทักท้วง ว่าไม่น่าจะผิด เพียงแค่เป็นการเน้นว่าคำตอบถูกต้อง บางคนเวลาเขียนคำตอบเสร็จ ก็มาขีดถูกว่า ก็จะมีการติดโคส ก็จะยกเลิกระเบียบพวกนี้
วันนี้ในช่วงแรกจะพูดในส่วนวิแพ่งภาคหนึ่ง จะบรรยายอย่างสรุป เรื่องสำคัญคือ การตรวจคำคู่ความ ซึ่งมีบทบัญญัติอยู่ในมาตรา 18 เมื่อมีคดีขึ้นมาสู่ศาล ชี้ขาดตัดสินคดีแน่นอนว่าคู่ความยื่นคำร้องคำขอต่อศาลมากมาย วิแพ่งในมาตรา 18 ก็บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการตรวจคำคู่ความไว้ กฏหมายแบ่งออกเป็นห้าวรรคด้วยกัน วรรคแรกเป็นเรื่องอำนาจศาลในการตรวจคำคู่ความ วรรคสองเป็นเรื่องคำคู่ความยื่นต่อศาลมีข้อผิดพลาดบกพร่องเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ ศาลต้องให้โอกาสกับคู่ความก่อน เมื่อสั่งแล้วคู่ความเพิกเฉยอำนาจที่ไม่รับหรือคืนคำคู่ความก็เกิดขึ้น
ส่วนวรรคสามคือคำคู่ความมีข้อบกพร่องผิดพลาด ที่แก้ไขไม่ได้แล้ว กฏหมายให้อำนาจศาลที่จะไม่รับหรือคืนคำคู่ความ ต่อมาวรรคสี่ คำคู่ความถูกค้องสมบูรณ์อย่างนี้ก็ต้องให้รับไว้ ในวรรคสุดท้ายเกี่ยวกับลักษณะในเรื่องอุทธรณ์หรือฏีกา ก็คือกรณีที่มีคำสั่งตามมาตรา 18 เฉพาะที่มีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความเท่านั้น แต่ถ้ามีคำสั่งในทางตรงกันข้าม คือรับคำคู่ความอย่างนี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอาจเห็นว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบ นี่คือภาพรวม
ต่อไปสาระสำคัญในวรรคที่หนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ทีความ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับไว้
สาระสำคัญสรุปได้ว่า อำนาจในการตรวจคำคู่ความเป็นเป็นอำนาจของศาล
ต่อไป ดูว่าคำคู่ความ ดูมาตรา 1 ( 5) ในทางปฏิบัติการตรวจเอกสารต่างๆ เอกสารนั้นจะเป็นคำคู่ความหรือไม่ก็ตาม ศาลก็จะใช้บทบัญญัติมาตรา 18 นี้
ก็เป็นอำนาจตรวจคำคู่ความทั่วไปไม่มีอะไรมาก เวลามายื่นคำคู่ความแน่นอนตามศาลต่างๆก็มีแผนกรับฟ้อง หรือ แผนกรับคำคู่ความแต่เจ้าพนักงานศาลก็ไม่ใช่ศาลนะครับ อาจเห็นว่าบกพร่องผิดพลาดเจ้าพนักงานทำอะไรไม่ได้นะครับต้องส่งให้ศาล
วรรคที่สอง เป็นเรื่องคำคู่ความที่ยื่นนั้นมีข้อผิดพลาดบกพร่อง ยกตัวอย่างไว้ สี่กรณี เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ กฏหมายวางระบบไว้ว่าคำคู่ความที่ยื่นต่อศาลนั้นมีข้อผิดพลาดบกพร่องสี่ประการ ศาลต้องสั่งให้แก้ไขเสียก่อน ถ้าศาลให้แก้ไขแล้ว คู่ความยังเพิกเฉย ความจริงแล้วสาระสำคัญของวรรคสอง คือ หากมีข้อผิดพลาดบกพร่อง จะสั่งทันทีไม่ได้ ต้องให้โอกาสเขาเสียก่อน เราก็มาดูนะครับว่า คำบกพร่องของมาตรา18 วรรคสอง สี่กรณีมีอะไรบ้าง
อันแรกคือ อ่านไม่ออก อ่านไม่เข้าใจ หรือเขียนฟุ่มเฟือยเกิน ไป มีตัวอย่างนานแล้ว ฟ้องกู้เงิน บรรยายมาสิบเจ็ดหน้า ศาลก็ให้ไปแก้ เหลือสิบหน้า ศาลก็เห็นว่าเวอร์ไป ศาลก็สั่งว่า คำฟ้องไม่ใช่บทประพันธ์เพียงสองถึงสามหน้าก็เพียงพอแล้วให้ไปทำมาใหม่ภายในเจ็ดวัน คำตอบก็คือสั่งชอบแล้ว ตอนยื่นฟ้องเรียกเงินกู้บรรยายฟ้องมาสิบเจ็ดหน้า
862/2518
ต่อไปดูในกรณีที่สอง ไม่มีรายมือชื่อไม่มีรายการ คำคู่ความที่ยื่นต่อศาล ในมาตรา 67 บัญญิตไว้ แบบพิพของศาล มีบังคับ ปัญหาไม่ค่อยเกิดที่เกิดมีกรณีเดียวคือมาตรา 67 อนุ ห้า
อย่างนี้ไม่รับทันทีเลยไม่ได้นะครับ สั่งให้มาลงลายมือชื่อในคำฟ้องได้ อีกกรณีมีคดีเรื่องหนึ่งคือโจทก์นำคำร้องมายื่นศาล โจทก์เขียนหนังสือไม่ได้อ่านหนังสือไม่ออก แล้วมีผู้รับรองรายนิ้วมือคนเดียวไม่ชอบตามมาตราเก้า ก็ถือว่าลายพิพนิ้วมือไม่มีค่าเสมอรายมือชื่อ เท่ากับคำฟ้องไม่มีรายมือชื่อโจทก์ศาลสั่งให้รับฟ้องไม่ได้ ต้องสั่งให้แก้ไขก่อน 871/2550 กรณีที่ไม่มีรายมือชื่อตัวความ
5622/2548
อย่าลืมนะครับว่าต้องใช้แบบพิพที่ศาลกำหนด จะไปใช้ กระดาษเอสี่ไม่ได้ ศาลก็ให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือใช้แบบพิพไม่ถูกฟอร์มศาลก็ให้แก้ไข
ต่อไปกรณีที่สาม นี่แหละสำคัญ คือไม่แนบเอกสารต่างๆ ในบางกรณีกฏหมายบังคับเลยว่าต้องแนบเอกสารมาพร้อมกับคำคู่ความนั้น การที่ไม่แนบเอกสารต่างนั้น ให้แนบมากับคำคู่ความ คือเอกสารอะไรกรณีแรกตามมาตรา 61 คือใบแต่งทนายความ ก็ต้องมีการยื่นใบแต่งทนายการตั้งทนายความต้องทำเป็นหนังสือแล้วสั่งเกตุว่า แล้วยื่นต่อศาลเพื่อรวมในสำนวน เอกสารที่กฏหมายต้องการคือใบแต่งทนายความสมมุติมีการแต่งทนายแล้วไม่มีใบแต่ง ศาลจะไปสั่งไม่รับคำฟ้องทันทีไม่ได้ ต้องสั่งให้ยื่นใบแต่งภายในกำหนดเสียก่อน อีกกรณีหนึ่งคือมาตรา 56 ผู้ไร้ความสามารถจะดำเนินคดีเองไม่ได้ ในวิแพ่ง บัญญัติไว้เลยว่าการให้อนุญาตหรือยินยอมให้ทำเป็นหนังสือรวมไว้ในสำนวนความ นี่แหละคือเอกสารที่กฏหมายต้องการให้ยื่นมาพร้อมกับคำคู่ความหรือบุคคลที่เสมือนไร้ความสามารถ ต้องมีหนังสือให้ความยินยอมเสียก่อน ต้องยื่นมาพร้อมคำฟ้องกับคำให้การ ซึ่งต่างจากเอกสาในการพิจารณาคดี มีฏีกามากมาย เช่นโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ ผู้ให้เช่าฟ้องเรียกเงินค่าเช่า หรือให้โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฟ้องผู้จำนองให้รับผิดตามสัญญาจำนอง ถามว่าเวลาฟ้องคดีต้องแนบสัญญากู้ สัญญาเช่า สัญญาซื้อขายมาพร้อมฟ้องหรือไม่ หรือการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก กฏหมายบังคับหรือไม่ ว่าต้องแนบมาด้วย คำตอบ เอกสารในการฟ้องร้องคดี เอกสารเหล่านี้ไม่ใช่เอกสารที่กฏหมายบังคับว่าต้องแนบ ไม่จำเป็นว่าตอนฟ้องต้องถ่ายสำเนามา เพราะไม่ใช่เอกสารที่กฏหมายต้องการ เมื่อเร็วๆนี้ก็มีฏีกาเกี่ยวกับเอกสารที่กฏหมายต้องการหรือไม่ ก็เป็นกรณีนิติบุคคลอาจจะเป็นห้างหุ้นหรือไม่ กรณีที่นำคำฟ้องมายื่นต่อศาลหนังสือรับรองนิติบุคคลจำเป็นไหมที่จะต้องแนบมาพร้อมฟ้อง หนังสือรับรองนี้เป็นเอกสารที่กฏหมายต้องการหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดที่แนบได้ในชั้นพิจารณา ไม่แนบมาก็มีอำนาจฟ้อง
410/2550
พวกเอกสารต่างๆ ดูฏีกา 3024/2533
119/2532
3303/2532
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:13:52 »
รายการต่อไปสำคัญ คือไม่ชำระหรือ วางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วน เราพูดแล้วว่าโจทก์ต้องเป็นผู้ชำระค่าขึ้นศาล ถ้าเป็นกรณีไม่มีข้อพิพาทผู้ร้องต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมและตาราง หนึ่งท้ายประมวลกฏหมายวิแพ่งก็หมายความว่าค่าขึ้นศาลแหละ ทุนทรัพย์ไม่เกินห้าสิบล้านบาท ร้อยละสอง คดีไม่มีทุนทรัพย์เรื่องละสองร้อยบาท ศาลก็ตรวจสอบว่าวางค่าธรรมเนียมครบถ้วนหรือไม่ หรือเสียแต่ไม่ครบศาลจะสั่งไม่รับคำฟ้องทันทีได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ ต้องให้โอกาสเสียก่อน ถ้าเพิกเฉยอันนี้ไม่ใช่ทิ้งฟ้องนะ อันนี้ยังไม่ได้มีการรับฟ้องเลย
แต่ถ้าเผลอรับ ศาลให้นำมาชำระก็ไม่ชำระอย่างนี้สั่งทิ้งฟ้องได้
1500/2546
แต่เร็วๆนี้มีฏีกาคือ โจทก์มายื่นฟ้องแล้วก็มีการร้องขอขยายระยะเวลาค่าขึ้นศาลสามสิบวัน ศาลชั้นต้นก็เห็นว่าไม่มีเหตุที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาให้ยกคำร้องพอยกคำร้องเสร็จสั่งคำฟ้องเลยโจทก์ไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลและศาลไม่สั่งขยายค่าขึ้นศาลให้จึงไม่รับฟ้องโทก์ คำสั่งศาลชอบหรือไม่
ดูมาตรา 18 วรรคสอง คือศาลไม่อนุญาตให้ขยาย ก็เท่ากับไม่ชำระค่าขึ้นศาลโดยถูกต้อง ศาลสั่งไม่รับฟ้องเลยได้หรือไม่ ตอบว่าไม่ได้ กรณีเช่นนี้ศาลต้องมีคำสั่งให้ชำระค่าขึ้นศาลในกำหนด ต้องสั่งตามระบบเสียก่อน ความจริงก็เป็นการอนุญาตให้ขยายโดยปริยาย
อย่างนี้มาตรา 18 วรรคสอง ศาลต้องสั่งให้ชำระ อำนาจที่สั่งไม่รับจึงเกิดขึ้น
คร 449/2551 ประเด็นยังไม่จบเพียงเท่านี้ จำให้ดีนะครับ ถ้าเป็นเงินค่าธรรมเนียมศาล ค่าขึ้นศาลก็เป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลอย่างหนึ่ง โจทก์มาฟ้องต้องเสียให้ศาล แต่จะมีเงินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ตามมาตรา 229 เวลายื่นอุทธรณ์ วิแพ่งมาตรา 229 วางหลักเกณฑ์ไว้เลยว่าจะต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน สังเกตมาตรา 229 เงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้กับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้อุทธรณ์ชำระให้ศาลใช้หรือไม่ ตอบว่าไม่ใช่ตัวบทเขียนไว้ชัด เงินนี้เป็นคนล่ะส่วนกับค่าขึ้นศาล ศาลต้องเตือนก่อน ส่วนค่าธรรมเนียมใช้แทนนั้น กฏหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเตือน แต่จะใจดี เตือนก่อนก็ได้ แต่ไม่เตือนก็ไม่ผิด ไม่รับได้เลย
อาจสงสัยว่าเงินตาม 229 คืออะไร ในทางคดีนั้นการรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมย่อมตกแก่ผู้แพ้คดี ศาลพิพากษาว่าให้จำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ในส่วนหลังนี่แหละคือค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ศาลไม่ต้องเตือนและมีฏีกามากมายร้อยฉบับ แต่ถ้าเข้าใจตามที่อธิบาย คือ 208/2550
ก็มาถึงคำถามว่าเหตุใดจึงกล่าวว่าคำคู่ความที่มีข้อบกพร่อง ตามมาตรา 18 วรรคสอง ศาลต้องเตือนก่อน ก็มีเหตุผลที่ว่าศาลต้องสั่งให้คืนคำคู่ความเสียก่อน ภายในระยะเวลาและกำหนดเงื่อนไข ตลอดจนเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควรก็ได้ ถ้าไม่ได้ปฏิบัติตามระยะเวลาก็ให้มีคำสั่งไม่รับคำคู่ความนั้น สรุปง่ายๆคือคำคู่ความที่บกพร่องตาม 18 วรรคสอง ศาลต้องสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน นักศึกษาที่เข้าสอบเนฯ ปัญหาทื่เกิดขึ้นหลังประกาศผล คือ นักศึกษาเขียนเลขข้อไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าเป็นดุลพินิจเลย เรายืนเด็ดขาดว่าไม่แก้
อีกอันหนึ่งที่เจอทุกสมัย คือการทุจริต การสอบ อันนี้ไม่คุ้มนะครับ ส่วนใหญ่จะพกตัวบท ซึ่งไม่คุ้มนะครับ มีสมัยหนึ่งห้องสอบไม่พอ แล้วก็อาจารย์คุมสอบไปตรวจพบ นักศึกษามีรอยหมึกที่ต้นขา
เราก็มาดูวรรคสามต่อไป วรรคสามเป็นเรื่องคำคู่ความมีข้อบกพร่อง แก้ไม่ได้ ก็สั่งให้แก้ไม่ได้อยู่ดี เราก็มาดูว่าเป็นเรื่องอะไร ถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่เอามายื่นไมได้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บังคับไว้ในวรรคก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อแรก ในเรื่องสิทธิคู่ความนั้นได้ถูกจำกัดห้ามในบทบัญญัติเรื่องเขตอำนาจศาล ก็ให้มีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความนั้นไป มีสองเรื่อง
เรื่องแรกคือ มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฏหมายที่บังคับไว้ นอกจากที่กล่าวมา ก็หมายความว่าคำคู่ความนั้นมีข้อผิดพลาดนอกเหนือจากวรรคสอง เช่นนำคำคู่ความมายื่นต่อศาล ในคดีแพ่งจำเลยต้องยื่นภายในกำหนดนับแต่รับหมายเรียก หรือแพ้คดียื่นอุทธรณ์คำฟ้องอุทธรณ์
จำเลยยื่นอุทธรณ์เกินหนึ่งเดือนเวลาที่ล่วงไว้แก้ได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ ก็ให้ไม่รับได้ทันทีข้อพิพาทกรณีที่สอง สิทธิของคู่ความหรือบุคคลที่ได้ยื่นคำคู่ความได้จำกัดห้าม โดยบทบัญญัติเรื่องเขตอำนาจศาล ข้อยกเว้นสี่ ทวิสี่ตรี สมมุติว่ายื่นฟ้องต่อศาลโดยไม่มีเขตอำนาจ คดีต้องฟ้องเชียงใหม่ไปฟ้องลำปางจะแก้ไม่ได้ อย่างนี้ศาลจังหวัดลำปางไม่รับได้เลย ก็จะเห็นได้ว่า ข้อผิดพลาดของคำคู่ความเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ เมื่อแก้ไขไม่ได้ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความ ไปที่มีเขตอำนาจ ในประเด็นนี้มีข้อสังเกต กรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง ซึ่งเป็นคำคู่ความอย่างหนึ่ง เมื่อไม่รับแล้วศาลต้องมีคำสั่งอย่างไร ประเด็นนี้แหละเป็นประเด็นย่อยเก็บคะแนน เมื่อศาลไม่รับคำฟ้องแล้ว ต้องไปต่อมาตรา 151 จัดอยู่ในกลุ่มมาตรานี้ด้วย คือเมื่อไม่รับฟ้องแล้ว ให้คืนค่าธรรมเนียมให้ทั้งหมด ถ้าไม่รับตัดสินให้เขา คือ ไม่รับคำฟ้อง จะต้องสั่งให้คืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมศาลทั้งหมด ทีนี้ ในประเด็นต่อมา อันนี้ง่ายแล้ว ในวรรคที่สี่ บอกว่าถ้าไม่มีข้อขัดข้องก็ให้จดแจ้งแสดงการรับคู่ความนั้นไว้ บนคำคู่ความนั้นเองหรือในที่อื่น ศาลจะสั่งรับคำฟ้องเลย ให้รับไว้โดยเจ็ดวัน ยกเว้นคดีที่มีจำเลยหลายคน ศาลก็จะไม่รับฟ้องจำเลยหลายคนอย่างนี้หน้ากระดาษไม่พอ ศาลจะสั่งในกฏหมายอื่น ในแบบสี่สิบ ก
ทีนี้มาในวรรคสุดท้าย คำสั่งสุดท้ายที่ไม่รับ หรือคืนคำคู่ความนี้ให้อุทธรณ์และฏีกาได้ ในมาตรา 227 228 ในวรรคสุดท้าย เราพูดไปแล้ว มาตราสิบแปดวรรคสุดท้าย ถ้าศาลมีคำสั่งในทางลบ คู่ความมีคำสั่งสั่งศาลได้เอง มาตรา227 228 ซึ่งอันนี้เกี่ยวโยงฏีกา
ในมาตรา 227 228 ไม่ให้ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคุ่ความก็เป็นคำสั่งชนิดหนึ่งผลก็คือ คู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ทันที สองไม่ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อน คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะฉะนั้นคำสั่งเรื่องนั้นไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา อุทธรณ์ได้ทันที ทีนี้พอนักศึกษาทราบแล้วว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความคู่ความมีสิทธิอุทธรณ์ได้ทันที เช่นโจทก์ยื่นคำฟ้อง ศาลรับฟ้องโจทก์
อุทธรณ์ทันทีไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาแต่สิ่งที่มักสับสน คู่ความอุทธรณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแย้งไว้ก่อน แต่เข้ามาตรา 227 หรือ 228 อนุมาตราสาม จำหลักไว้อย่างนี้ คดีเสร็จไปทั้งเรื่องอย่างนี้อ้างมาตรา 227 คดีเสร็จไปแต่เฉพาะประเด็นอ้าง 228 อนุมาตรา 3 ถ้าสิ่งที่ศาลสั่งไม่รับมีลํกษณะเป็นคำฟ้อง ยกตัวอย่างศาลไม่รับฟ้องโจทก์ หรือในคดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดที่เป็นคำร้องขอ ศาลสั่งไม่รับร้องขัดทรัพย์ อย่างนี้คดีเสร็จไปเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ หรือบุคคลภายนอกร้องสอดมาในคดี
ตามมาตรา 57 อนุมาตราหนึ่ง มีลํกษณะเป็นคำฟ้องไม่รับคดีก็เสร็จ อย่างนี้อ้าง 227
จำเลยยื่นคำให้การศาลสั่งไม่รับต้องสืบพยานโจทก์ ต้องฟังคำพิพากษา โจทก์ยื่นขอแก้ไขคำให้การ ศาลไม่อนุญาตให้แก้เสร็จไม๊ ไม่เสร็จ อย่างนี้คู่ความอุทธรณ์ได้ทันทีตาม 228 อนุสาม
อันนี้ก็ยกตัวอย่าง
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:14:19 »
ปัญหามีว่ามาตรา 18 เป็นเรื่องอำนาจศาลในเรื่องตรวจคำคู่ความ มีตั้งหลายชนิด คำฟ้องคำให้การ คำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาล ก็เป็นคำคู่ความ มาตรา 18 เป็นมาตราลวง แต่เปิดไป 177 วรรคสี่ ให้ศาลตรวจดูแล้วให้รับไว้คืนไป ตามมาตรา 18 บางคนคิดว่ามีแค่มาตราสิบแปดในเรื่องตรวจคำให้การ ก็มีเรื่องนี้อยู่แยกอยู่เฉพาะ เปิดดู 172 วรรคท้ายให้ตรวจแล้วยกเสีย ปัญหาที่เกิดมีอย่างนี้ มาตรา 18 เรื่องตรวจคำคู่ความศาลก็มีคำสั่งทางใดทางหนึ่ง แต่บังเอิญมาตรา 172 ถ้าคำคู่ความที่ตรวจเป็นคำฟ้อง ก็มีอีกคำหนึ่งคือให้ยกเสีย คือการตรวจคำฟ้องมีเพิ่มมาอีกอันหนึ่งคือให้ยกเสีย เกิดปัญหาว่า ในชั้นที่ศาลตรวจคำฟ้อง สามารถยกฟ้องได้เลยหรือไม่หรือต้องสั่งรับฟ้องก่อน
ไอ้ตอนโจทก์ยื่นฟ้องยกฟ้องเลยได้หรือไม่ โดยไม่ต้องมีคำว่ารับคำฟ้องโจทก์ เรื่องนี้ก็ยุติตามแนวฏีกาแล้วว่าในมาตรา 18 เป็นเรื่องอำนาจศาลในเรื่องตรวจคำคู่ความทั่วๆไปแต่ถ้าเป็นคำฟ้อง ศาลมีอำนาจพิเศษคือให้ยกเสียคือยกฟ้องนั่นเอง สรุปความว่าให้ยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้ โดยหาต้องมีให้รับคำฟ้องก่อนไม่ ตัดสินได้เลย ศาลสามารถยกฟ้องได้เลยนะครับ ไม่ต้องยื่นวันนี้รอแล้วยกฟ้องได้เลย อันนี้ไปดูหลายฏีกา 5630/2548
ความจริงมีฏีกาศาลจะต้องสั่งคืนค่าขึ้นศาลหรือไม่ คำตอบคือไม่ต้องคืนเพราะนี่คือได้พิพากษาคดีให้แล้วไม่ใช่ไม่รับคำฟ้อง ไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลย อ่านจากคำฟ้องก็ได้ กรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง ไม่ใช่คำสั่งไม่รับคำฟ้องตามมาตรา 18 จึงไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 151 วรรคหนึ่ง
กรณีสุดท้ายกรณีที่ เห็นว่าพอวินิจฉํยได้แล้ว แต่ถ้าศาลไปสั่งผิดหล่ะ สมมุติอ่านฟ้องแล้วเห็นว่า ยกฟ้องได้ แต่ส่วนท้ายเขียนผิดว่าไม่รับฟ้องโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลกรณีที่ศาลชั้นต้นชอบที่จะยกฟ้องศาลไปวินิจฉํยแล้วสั่งไม่รับคำฟ้องคืนค่าขึ้นศาลไม่ได้ 3564/2549
พอเราศึกษามาตรา 18 เหมือนทบทวนหลายมาตรา
ฟังแล้วจดตามประเด็นครบถ้วน
เรื่องต่อไปเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ กับการขอรับชำระหนี้จำนอง หรือ หนี้บุริมสิทธิ ปกติแล้วในกฏหมายแพ่ง ลักษณะหนี้เจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้โดยสิ้นเชิง เงินและทรัพย์สิน นั้นก็เป็นหลักประกันแห่งหนี้ด้วยก็คือกฏหมายลักษณะหนี้นั้น เป็นเจ้าหนี้อยู่เท่าไหร่ต้องได้รับครบถ้วนทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ลูกหนี้มีทรัพย์สินครบ ปัญหาก็ไม่มี ปัญหาจะมีก็ต่อเมื่อ เป็นหนี้แล้วทรัพย์สินไม่เพียงพอ ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ว่าเจ้าหนี้รายใดมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สิน หรือเจ้าหนี้ทุกคนมีสิทธิเสมอภาคกัน หรือ บางรายมีสิทธิดีกว่าหนี้รายอื่น ในทางแพ่งแบ่งเป็นสองประเภท ประเภทเลยคือเจ้าหนี้สามัญ ถ้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว และพิพากษาให้ชนะคดี อย่างนี้มีสิทธิเท่าเทียมกัน มีสิทธิโดยเสมอภาคในการได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ประเภทที่สอง เขามีสิทธิที่ได้รับชำระหนี้ เพราะฉะนั้นถ้ามีหนี้ไม่เพียงพอชำระหนี้ เจ้าหนี้บุริมสิทธิได้ก่อน วันนี้พูดเกี่ยวกับเจ้าหนี้สามัญ คือ 290 เรื่องการขอเฉลี่ยทรัพย์ผู้นำยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ก็คือขอให้รับชำระหนี้โดยเสมอภาคกันเพราะฉะนั้นเรื่องการขอเฉลี่ยทรัพย์จึงเป็นเรื่องเจ้าหนี้สามัญด้วยกัน จะต้องมาใช้สิทธิเฉลี่ยทรัพย์ เรามาดูในประเด็นข้อแรก 290 วรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ได้รับการยึดหรืออายัดไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ถ้าไม่ให้ยึดหรืออายัดซ้ำอีกแต่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น ขอเฉลี่ยทรัพย์ประเด็นข้อแรก จะต้องมีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดมีได้สองกรณีตาม 254 อนุหนึ่ง เป็นเรื่องยึดหรืออายัดก่อนมีคำพิพากษาปัญหาคือกรณีที่มีการยึดหรืออายัดชั่วคราว ตาม 254 อนุมาตราหนึ่ง เจ้าหนี่ตามคำพิพากษาจะมาขอเฉลี่ยทรัพย์ได้หรือไม่ เราดูสิมาตรา 290 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยุดหรืออายัด ก่อนหรือหลักศาลมีคำพิพากษา เพราะตัวบทใช้คำว่ายึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็แสดงว่าการขอเฉลี่ยทรัพย์เกิดขึ้นได้ต้องมีการยึดหรืออายัด ภายหลังจากที่ศาลได้พิพากษาคดีแล้ว ถ้าสมมุติมีการไปยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว อย่างนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่น ก็มีขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้
7972/2546
การยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม 254 ( 1) เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ผู้ร้องจึงต้องดำเนินการยึดไว้ชั่วคราว จะมายื่นคำร้องเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ มันยังไม่มีการขายเลย ตัวบทก็บอกอยุ่แล้ว สรุปความข้อแรกการขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องมีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดภายหลังพิพากษาคดีแล้ว ประเด็นต่อมาพอทราบประเด็นแรกแล้วมาเพิ่มอีกประเด็นหนึ่ง ถ้าไม่มีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัด ตามคำพิพากษาแล้วการร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก็มีไม่ได้
เรื่องน่าสนใจสองเรื่อง เรื่องแรก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์ พิพากษาแล้ว ก็ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลเอาเงินมาวางศาลเพื่อให้เจ้าหนี้รับไปโดยไม่ให้มีข้อโต้แย้งหรือสงวนสิทธิ ปรากฏว่ามีเจ้าหนี้คดีอื่น ดำเนินการบังคับคดีไม่ได้ ทราบว่าจำเลยเอาเงินมาวางศาลก็ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยคดีนี้ในคดีอื่น มีสิทธิของเฉลี่ยในเงินที่จำเลยวางศาล มีการบังคับคดีไหม มีการไปยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือไม่ ต้องตกเป็นสิทธิของโจทก์ในดคีนั้นเหตุผลที่ไม่มีก็คือไม่ได้มีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัด
แต่อีกเรื่องที่น่าสนใจกว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้แล้ว โจทก์จำเลยก็ตกลงทำสัญญาประนีประนอมต่อหน้าศาลโดยจำเลยซึ่งเป็นพนักงานการรถไฟยอมให้หักเงินเดือนห้าพันจนกว่าจะครบจำนวนหนี้แล้วศาลก็พิพากษาตามยอม การรถไฟก็หักเงินเดือนส่งศาลต่อมามีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา คดีอื่นมาขอเฉลี่เงินเดือนเจ้าหนี้อื่นๆมาขอเฉลี่ย ถามว่าขอเฉลี่ยได้หรือไม่ คำตอบอยู่ตรงไหน ดูตัวบท ว่าจพทไปยึดหรือไม่ คำตอบว่าไม่ เจ้าหนี้ หรือ ผู้ร้อง จึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์
การขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องมีการยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ในมาตรา 290 ห้ามมีให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ยึดหรืออายัดซ้ำ คำว่ายึดเราใช้ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นเป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา การอายัดคือการห้ามส่งมอบ ให้แก่จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา กฏหมายวางหลักเกณฑ์ว่าห้ามยึดหรืออายัดซ้ำ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่นจะไปยึดหรืออายัดซ้ำไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เสียหาย ไปยื่นคำร้องขอเฉลี่ยไป ทีนี้ในมาตรา 290 หลักกฏหมายคือห้ามยึดหรืออายัดซ้ำแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว มีตามมามากมาย 254 อนุหนึ่งเป็นเรื่องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ให้ยึดของจำเลยไว้ชั่วคราว ปัญหาคือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีเขาจะดำเนินการบังคับคดี มายึดทรัพย์สินนี้ได้หรือไม่ ต้องห้ามตามมาตรา 290 หรือไม่ เรื่องนี้ตัวบทก็ให้คำตอบในตัว ว่าการยึดหรืออายัดต้องเป็นโดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน และเป็นการยึดหรืออายัดโดยจพท การยึดชั่วคราวก่อนพิพากษา ขณะนั้นยังไม่ได้ตัดสินคดีเลย ดังนั้นแนวฏีกาก็ตัดสินออกมาว่า การยึดหรืออายัดชั่วคราวตามมาตรา 254 ถือไม่ได้ว่าเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาจึงไม่ต้องห้าม ยึดหรืออายัดซ้ำ ฏีกามีมากมายเช่น
5154/2533
9270/2547
ประเด็นข้อแรกยึดหรืออายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดหรืออายัดซ้ำ ส่วนใหญ่นักศึกษาจะเข้าใจว่า จพทไปยึดหรืออายัด ลืมนึกไปว่ามันยังมีเจ้าพนักงานอื่นๆที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานบังคับคดี ยกตัวอย่างประมวลรัษฏากรณ์ กฏหมายให้อำนาจ สรรพากร ยึดค่าภาษีที่ค้างได้โดยไม่ต้องฟ้องศาล สมมุติว่า นาย ก ถูกยึดที่ดิน ต่อมานาย ก ถูกศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ในคดีแพ่ง ถามว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดที่ดินได้หรือไม่ เป็นการยึดทรัพย์หรือไม่ต้องห้าม ตามมาตรา 290 หรือไม่ เป็นการยึดหรืออายัดซ้ำกัน ระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน อย่างนี้ไม่ห้ามไม่ใช่เป็นการยึดซ้ำ คนที่ยึดคนที่สองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอย่างนี้ไม่ห้าม เพราะมาตรา 290 ห้ามยึดซ้ำกันระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน
1094/2510
1118/2511
ประเด็นที่สาม สมมุติว่าคดีแพ่งเรื่องหนึ่ง ศาลพิพากษาให้แพ้คดีชำระหนี้โจทก์ ก็มีก่ารยื่นอุทธรณ์ขอทุเลาบังคับคดี ว่าจำเลยหาหลักประกัน หรือวางเงินแก่ศาล รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมก็ให้ทุเลาบังคับคดีไป ก็เอาที่ดินมาเป็นหลักประกันในการทุเลาบังคับคดี ก็มีหนังสือสัญญา ศาลก็มีหนังสือไปยัง จพท ห้ามมิให้ทำนิติกรรมใดๆเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ ต่อมามีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชนะคดี ถามว่า จพท ดำเนินการบังคับคดี ยึดที่ดิน เพื่อนำออกขายทอดตลาดได้หรือไม่ ก็มาดูหลักเกณฑ์ที่ดินที่มาวางเป็นหลักประกัน มีการยึดมีการอายัดแล้วหรือยัง ไม่มีนะครับ เป็นแต่ศาลห้ามชั่วคราว ที่ดินดังกล่าวยังไม่มีการยึดหรืออายัด จำเลยขอทุเลา อย่างนี้ก็ไม่ต้องห้ามให้ยึดทรัพย์
3011/2540
257/2513
มาตรา 290 ที่ห้ามยึดทรัพย์ต้องซ้ำกันระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน ในคราวหน้าค่อยมาพูดในเรื่องบังคับคดีบ้าง คราวหน้าจะจบ ในภายในสี่สิบนาที
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:14:56 »
สัปดาห์ที่สาม อาจารย์ประเสริฐ
ท่านนักศึกษาครับ ในการบรรยายคราวที่แล้วเราได้พูดในเรื่องการขอเฉลี่ยทรัพย์ ค้างไว้นะครับ
ประเด็นที่ได้พูดแล้วคือความหมาย ของการขอเฉลี่ยทรัพย์
เรื่องที่สองคือห้ามยึดหรืออายัดซ้ำ คือมาตรา 290 หมายความถึงการยึดหรือายัดซ้ำระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน และจะต้องเป็นการยึดหรืออายัดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่เจ้าพนักงานอื่น
คราวนี้เราจะมาพูดต่อในหัวข้อ ผู้มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ แน่นอนตามมาตรา 290 วรรคหนึ่ง ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคนหนึ่งยึดหรืออายัดไว้แล้ว
กฎหมายก็เปิดช่องให้มาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์แทน คือ ถ้ามาขายทอดตลาดหรือได้เงินตามที่ยึดมา ก็เอามาแบ่งเฉลี่ย ระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้มีสิทธิ คือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ความหมายก็บอกในตัว คือได้ฟ้องลูกหนี้ แล้ว และศาลพิพากษาให้ชนะคดี
เพราะฉะนั้นถ้าเป็นแต่เพียงเจ้าหนี้ที่ฟ้องคดีไว้แต่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา หรือ เป็นเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการฟ้องคดี อย่างนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จะยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ยังไม่ได้ เหตุที่กฎหมายบัญญัติเช่นนี้เพื่อไม่ให้ ไปสมคบกับบุคคลภายนอก ทำหนี้กันย้อนหลังแล้วมาเฉลี่ยทรัพย์ อย่างนี้มันง่ายไป ก็คือให้ศาลกลั่นกลองอีกชั้นว่าเป็นหนี้กันจริงหรือไม่
ประเด็นต่อไป ว่าเป็นตามคำพิพากษาชั้นใด ตอบ ว่าไม่ใช่สาระสำคัญ คดีจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ กฎหมายให้ดูเพียงเวลาเฉลี่ยทรัพย์ ว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่
ตัวอย่างเช่นโจทก์ชนะคดี แล้วไปยึด คดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง ศาลต้นให้จำเลยคนเดียวกันนี้ชำระหนี้กับนาย ก อย่างนี้แม้คดียังไม่ถึงที่สุด ก ก็ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ หลักดูง่ายๆคือ บุคคลนั้นคือผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่ เพราะตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาศาลสูงมาเปลี่ยนแปลงก็ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว
เมื่อบุคคลที่มายื่นขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว จำเป็นหรือไม่ ที่ศาลจะต้องออกคำบังคับแล้ว หรือต้องพ้นกำหนดระยะเวลาที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติตามคำสั่งเฉลี่ยทรัพย์นั้นเสียก่อน
เช่นโจทก์ชนะคดีจำเลย ก็ไปยึดที่ดินแปลงหนึ่งจำเลยไว้ คดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง นาย ก เป็นเจ้าหนี้ ศาลพิพากษาให้ จำเลยคนเดียวกันนี้ชำระหนี้แก่ นาย ก ปรากฏว่าศาลยังไมได้ออกคำบังคับเลย หรือ ออกแล้วยังไม่ครบกำหนดเวลาออกคำบังคับเลย นาย ก . จะมาขอเฉลี่ยทรัพย์ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ กฎหมายให้ดูอย่างเดียวว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว แม้คดีของตน ศาลยังไม่ออกคำบังคับ หรือยังไม่ได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี อย่างนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์แล้ว
1592/2547
ประเด็นต่อไป เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ที่จะมายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก็เคยมีปัญหาเกิดขึ้นมาอีกว่าเจ้าหนี่ตามคำพิพากษาที่หมดสิทธิบังคับคดีของตนจะมาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์อีกหรือไม่ ปรากฏว่าคดีของนาย ก ศาลมำคำพิพากษาถึงที่สุดเกิด สิบปีแล้ว นาย ก หมดสิทธิบังคับคดีไปแล้ว เพราะไม่ดำเนินการบังคับดคีของตน ภายในกำหนดสิบปีตาม 271 ถามว่าจะมีคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ คำตอบก็คือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่หมดสิทธิบังคับคดีในคดีของตน เนื่องจากไม่ได้บังคับคดีภายในสิบปี หมดสิทธิบังคับคดีแล้ว จะมายื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ ก็คือการบังคับคดีเหมือนกัน
6053/2550
เบื้องต้นต้องเข้าใจว่าการบังคับคดีภายในกำหนดสิบปี หมายความว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการอย่างไร คำตอบ คำว่าบังคับดคีภายในสิบปี คือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติสามขั้นตอน
หนึ่ง ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี
สองแจ้งให้ จพบ ทราบ ตาม 276
สาม คือต้องแถลงต่อ จพบ ขอให้ดำเนินการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
สามเรื่องนี้ต้องทำภายในสิบปี
ตามฏีกาที่พูดถึง ปรากฏว่าภายในสิบปี ก็ไปยึดแต่ปรากฏว่าที่ดินแปลงนี้ถูกเจ้าหนี้คดีอื่น ยึดไว้ก่อนแล้ว จะมายึดซ้ำไม่ได้ เจ้าหนี้ก็เฉยเลยไม่ไปดำเนินการสืบหายึดทรัพย์อื่นๆ จนล่วงเลยสิบปี อย่างนี้หมดสิทธิแล้วนะครับ เพราะเป็นการยึดซ้ำใช้ไมได้เพราะการขอเฉลี่ยทรัพย์ก็เป็นการบังคับคดีอย่างหนึ่ง
ประเด็นข้อต่อไปเกี่ยวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา อย่างที่พูดไปแล้วว่า บางครั้งมีการสมคบกันกับลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถูกยึดทรัพย์ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะไปแกล้งทำสัญญากู้ย้อนหลังแล้วก็หนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว ให้นาย ก มาฟ้องแล้วรีบทำยอมกัน ก ก็เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก้ไปยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ บางครั้งหนี้ที่พิพากษาไปแล้ว ศาลจะไปยุ่งไม่ได้ แต่การยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ โจทก์ผู้นำยึดก็มีสิทธิคัดค้าน ว่าหนี้เกิดจากการสมยอม อย่างนี้ถึงแม้เป็นเจ้าหนี้คำพิพากษาศาลอาจยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก็ได้ ถ้าปรากฏว่าไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่สุจริต อย่างนี้มาขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้
ฎ.137/2551
ศาลในคดีร้องขอเฉลี่ยยังมีสิทธิที่กลั่นกลองอีกชั้นหนึ่ง ประเด็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีประเด็นตามมามากมาย อีกเรื่องหนึ่งศาลพิพากษาให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ชนะคดีที่จำนอง ขายทอดตลาดที่ดินจำนองไปแล้วได้เงินไม่พอ ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ว่าโจทก์ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งมายึดที่ดินอีกแปลงไว้ ก็มายื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องก็อ้างว่ามีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ สัญญาจำนองไม่มีข้อตกลงพิเศษว่าจะต้องรับผิดในเงินส่วนที่ขาด ได้เงินไม่พอชำระหนี้ ตามกฎหมายไม่ต้องรับผิดในเงินส่วนที่ขาด เท่ากับหนี้ไม่มีเหลืออยู่แล้ว ตามกฎหมายลูกหนี้ไม่ต้องรับผิด อย่างนี้ก็ได้หลักกฎหมายว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์จะต้องมีหนี้เหลืออยู่แล้วก็ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ย ในเมื่อสัญญาจำนองไม่มีข้อยกเว้นพิเศษตาม มาตรา 733 อย่างนี้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดส่วนที่ขาด
โจทก์ก็ดำเนินการบังคับคดีไปยึดที่ดินแปลงหนึ่ง เป็นชื่อสามีจำเลย จำเลยอ้างว่าเป็นสินสมรส เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิยึดโจทก์ก็มายึดที่ดินแปลงหนึ่ง จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของ ต่อมา ผู้ร้องก็มายื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของสามีจำเลย สมมุติว่า นาย ก นาย ก ไม่มีทรัพย์สินอะไรที่ผู้ร้องจะดำเนินคดีได้ ผู้ร้องก็ขอเฉลี่ยทรัพย์ไปเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาด ถ้าเป็นศาลจะให้เฉลี่ยทรัพย์ได้หรือไม่ เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของใคร สามีจำเลยใช่หรือไม่ครับ จะมาขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ หมายถึงเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่มาถูกยึดทรัพย์ อย่างนี้ไม่มีสิทธิมาขอเฉลี่ย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแตกประเด็นย่อยไป ประเด็นสุดท้าย เจ้าหนี่ตามคำพิพากษาในคดีอื่น ที่ขอเฉลี่ยทรัพย์ จะต้องไม่มีอำนาจเหนือทรัพย์สินที่ถูกยึดนั้น การเฉลี่ยทรัพย์เป็นเรื่องของหนี้สามัญ เพราะฉะนั้นถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มาเฉลี่ยทรัพย์เป็นบุคคลที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ถูกยึดอยู่แล้ว อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องการขอเฉลี่ยทรัพย์
เรื่องนี้โจทก์ชนะคดี ก็ไปยึดที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่ง ศาลในอีกคดีหนึ่งพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนแปลงที่ถูกยึดให้แก่ นาย ก นาย ก ก็เลยยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์คดีแรกยึดไว้ อย่างนี้ นาย ก ตามกฎหมายเมื่อศาลในคดีของ นาย ก พิพากษาให้โอนคดีให้แก่ นาย ก แล้ว ถือว่า นาย ก เป็นบุคคลในสิทธิอื่นๆ ตามวิแพ่งมาตรา 287 ที่ดินที่ถูกยึดจะต้องเป็นของ นาย ก เท่านั้น นาย ก เป็นบุคคลที่จดทะเบียนสิทธิได้ก่อน อย่างนี้ไม่ต้องมาขอเฉลี่ย ในทางตรงกันข้าม โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีให้กระทบกระทั่งสิทธินาย ก ก็เป็นฏีกา ที่ 8870/2550
ทีนี้หลักเกณฑ์ข้อต่อไป การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่น จะมายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์กับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้นำยึด เจ้าหนี้ตาคำพิพากษา ที่มาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ จะต้องไม่สามารถเอาได้จากทรัพย์สินอื่นๆ คือกฎหมายประสงค์ให้ได้ชำระหนี้อย่างสิ้นเชิง ในเรื่องหนี้กฎหมายประสงค์ให้ได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องมาขอเฉลี่ยเอา ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นมีทรัพย์สินอื่นๆอีกมากมาย ชอบให้เจ้าหนี้แต่ละคน ไปดำเนินการบังคับคดี จะขอเฉลี่ยไม่ได้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆตามคำพิพากษา ซึ่งประเด็นนี้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ เป็นฝ่ายกล่าวอ้าง ว่าไม่อาจเอาจากทรัพย์อื่นๆ เพราะฉะนั้นผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ มีหน้าที่นำสืบในประเด็นนี้ ถ้าไม่นำสืบศาลก็จะยกคำร้อง ในแง่ของคำพิพากษาศาลฏีกา ก็มีข้อกฎหมายที่สรุปความได้สั้นๆ หมายถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น มีทรัพย์สินไม่เพียงพอชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้โดยสิ้นเชิง แม้ ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินอื่นหลงเหลืออยู่ อย่างนี้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก็มีสิทธิมาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์อยู่ ไม่ใช่บังคับคดีแล้วสิทธิหมดไป กฎหมายให้ดูอย่างเดียว ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น มีทรัพย์สินอื่นๆ หลงเหลืออยู่เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์อยู่
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:15:29 »
1161/2525 ประเด็นที่ยากขึ้นไปอีกคือ ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
เมื่อกี้เราพูดไปว่า หมายถึงลูกหนี้ในคดีที่ถูกยึดทรัพย์ กับ คดีที่ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องเป็นบุคคลเดียวกัน เพราะฉะนั้นคำว่าไม่อาจเอาจากทรัพย์สินอื่นๆได้ หมายถึงเพียงคนที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินเท่านั้น ไม่หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาอื่นๆ
สมมุติว่าโจทก์ ชนะคดี จำเลย ก็คือ นาย ก โจทก์ก็ไปยึดที่ดินแปลงหนึ่งของนาย ก เพื่อนำขายทอดตลาด นาย ก มีที่ดินแปลงนี้แปลงเดียว ต่อมาในคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง ศาลพิพากษาให้ นาย ก และนาย ข ชำระคดีแก่โจทก์ สมมุติว่า นาย ข มีทรัพย์สิน แต่ นาย ก ไม่มีทรัพย์สินอื่นหลงเหลืออยู่แล้ว ถามว่าโจทก์ในดคีที่สองจะไปขอเฉลี่ยทรัพย์ได้หรือไม่ ในเมื่อในคดีที่สองนี้ มันมีจำเลยอีกคนหนึ่ง ข มีทรัพย์สิน ส่วน ก ไม่มี เรื่องนี้ฏีกาตัดสินว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่นสามารถมาขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ คือกฎหมายให้ดูอย่างเดียว มา ลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น คนเดียวมีทรัพย์สินหลงเหลืออยู่หรือไม่
2252/2536
ประเด็นต่อไป เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ที่จะมายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้นั้น จะต้องพิสูนจ์ให้ศาลเห็นว่า ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน เพียงพอที่จะบังคับชำระหนี้ได้ ข้อต่อสู้ในเรื่องนี้ ที่ว่ามีทรัพย์สินเหลือพอได้หรือไม่ เป็นทางปฏิบัติ เป็นข้อต่อสู้ที่เจ้าหนี้ ที่นำยึด เป็นข้อต่อสุ้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ แน่นอนว่าโจทก์ผู้นำยึดก็ต้องคัดค้าน ว่าผู้ร้องสามารถชำระหนี้ได้ มีฏีกาตัดสินไว้หลายฉบับบอกว่าข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่น นั้น เป็นข้ออ้างที่โต้แย้งระหว่าง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน ข้อต่อสู้เรื่องนี้เป็นข้อต่อสู้ระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน ไม่ใช่ข้อต่อสู้ของจำเลย จำเลยจะไปยกเรื่องนี้เป็นข้อต่อสู้ไม่ได้
1706/2547
ตัวลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะไปโต้แย้งว่า ตนเองยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์สามารถบังคับคดีไม่ได้ ทีนี้มาดูประเภทที่สอง ผู้มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ กรณีแรกพูดไปแล้ว คือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
คราวนี้กรณีที่สองคือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจว่าด้วยภาษีอากร อยู่ในวรรคที่สาม คราวที่แล้วได้กล่าวแล้ว ว่าการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลเกิดได้หลายกรณี
กรณีที่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลนั้น ไม่ได้หมายความว่า เช่นตามประมวลรัษฏากรณ์มาตรา 12 กฎหมายให้อำนาจอธิบดีสรพพากร หรือ นายอำเภอ ยึดทรัพย์สินผู้ค้างชำระหนี้ภาษีอากรได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว
และเจ้าพนักงานไปยึดจากผู้ค้างค่าภาษีอากรแล้ว สามารถดำเนินการบังคับคดีโดยการยึดอายัดทรัพย์สินที่ จพง ผู้มีอำนาจ ยึดหรืออายัดได้ ไม่ต้องห้ามตาม 290 เพราะไม่ใช่การยึดหรืออายัดโดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน
ที่ไม่ต้องห้ามเพราะการยึดครั้งแรกเป็นการยึดโดยเจ้าหน้าที่พนักงานอื่น ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน
และเนื่องจาก เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเขายึดไว้ก่อน ดังนั้นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสามารถขอเฉลี่ยทรัพย์ได้เลยโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่ากรมสรรพากร ไม่สามารถชำระได้ เพราะเขายึดไว้ก่อนไง
แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดำเนินการบังคับคดี ยึดที่ดินไว้ แล้วจพงผู้มีอำนาจ มายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ อ้างว่าจำเลยคนนี้ค้างชำระค่าภาษี กรณีอย่างนี้เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดก่อน อย่างนี้กรมสรรพากรต้องพิสูจน์ว่า ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ตามคำพิพากษา ดังนั้น บุคคลอีกประเภทหนึ่งที่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ระหว่างเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ กับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ใครเป็นฝ่ายยึดก่อน แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพกษายึดก่อนแล้วกรมสรรพากรไปยึดทรัพย์ ต้องพิสูจน์ว่าไม่สามารถยึดได้ตามคำพิพากษา ทีนี้ในประเด็นถัดมา ในการศึกษา เป็นการทบทวนในลักษณะอื่นในตัวนะครับ แล้วเคยพูดแล้วว่า นักศึกษาปล่อยข่าวลือ ว่าการสอบภาคสองจะต้องสุดโหด อย่าไปเชื่อ ไม่จริงนะครับเหมือนเดิม การที่คนมาเล่าเรียนศึกษา แล้วสำเร็จเป็นเรื่องที่ดี อาจารย์เป็นคนออกข้อสอบ ถ้าเรามาฟังคำบรรยายทุกครั้งก็ต้องผ่าน
เราอย่าไปคิดมาก เอาตรงนี้ให้รอดเสียก่อน คราวนี้ก็มาดูต่อ
ศาลที่ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ในมาตรา 290 ศาลที่ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ตัวบทบัญญัติไว้ในวรรคไหน ตอบ ว่าวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหนี้ มีอำนาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ดังนั้น คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี มาตรา 302 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าก็คือศาลที่ได้พิจารณาหรือตัดสินคดีในชั้นต้นนั้นเอง อีกอย่างหนึ่ง ตัวบทที่เกี่ยวข้อง มาตรา 7 ( 2 )
ถามว่าศาลที่ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คือศาลไหน แน่นอนตัวบท 7 ( 2 )
นั่นคือคดีของศาลใด มีคำพิพากษาตัดสินคดีเรื่องนั้น ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เข้าไปในคดีนั้น ยื่นเข้าไปในคดีเดิม ในประเด็นเรื่องนี้เคยมีปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องหนึ่งคือ ศาลที่มีคำพิพากษาตัดสินคดี แต่งตั้งให้ศาลอีกศาลหนึ่งดำเนินการบังคับคดีแทน
ปรากฏว่า จำเลยมีทรัพย์สินคือที่ดินจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ก็ให้ศาลจังหวัดลำปางบังคับคดีแทน ถามว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่นจะร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ศาลไหน ยื่นต่อศาลที่บังคับคดีแทนได้หรือไม่ กฎหมายบังคับเลยนะครับ ว่ายื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี นั่นก็คือ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คือศาลที่ได้พิจารณาและตัดสินคดีเรื่องนี้ คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ จะยื่นต่อศาลที่ออกคำบังคับคดีแทนไม่ได้ ฏีกาเรื่องนี้ เคยมีการเสนอเป็นข้อสอบ แต่การลงคะแนนเสียโหวตแพ้
กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ เมื่อเป็นพนังงานตามกฎหมายภาษีอากรแล้วการยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ใช่ยื่นเมื่อใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดแล้วมีข้อสังเกตคือกำหนดระยะเวลาในการเฉลี่ยทรัพย์ ทุกกรณีกำหนดเวลาเหมือนกันหมดคือ
14 วันต่างกันเพียงว่านับแต่วันไหน กรณีแรก คือถ้ามีการบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์ จพทก็ไปยึดมา อายัดคือการสั่งห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ยกตัวอย่างเช่นจำเลยมีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้าง จากบริษัท ก ถ้า ชำระเงินให้แก่จำเลย แต่ให้ส่งมาให้ จพบ แทน
กรณีแรกเป็นกรณียึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดแล้วจำหน่ายคดีอื่น เช่นเป็นการยึดที่ดินยึดรถยนต์มา อย่างนี้เป็นการขายทอดตลาดกฎหมายบอกว่าการยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์
ตัวอย่าง มีการ ยึดที่ดินแปลงหนึ่งมาขายทอดตลาดไปเมื่อวันที่เก้า กรกฏาคม เจ้าหนี้คำพิพากษาคดีอื่นมายึดทรัพย์ วันสุดท้าย สิบสี่บวกเก้าคือ ยี่สิบสาม กรกฏาคม ยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไม่มีกฎหมายห้าม เพียงแต่ว่าอย่าช้าเกินสิบสี่วันนับแต่มีการขายทอดตลาด
มาตรานี้ในวรรคสี่ กฎหมายแก้ไขใหม่ ถ้าสิบสี่วันนับแต่ขายทอดตลาดนั้น อันนี้เข้าใจง่าย แต่ตัวบทใหม่มีอีกคำสิบสี่วันนับแต่วันจำหน่ายได้นั้นๆ บางครั้งโจทก์นำยึดทรัพย์สินจำเลย สมมุติว่าสามรายการ มีการขายทอดตลาด รายที่หนึ่ง ที่สอง แล้ว สมมุติว่ารายการที่สอง เก้ากรกฏาคม สมมุติว่าหลังจากวันที่สิบหกกรกฏาคม ก็มีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เกิดมีปัญหาว่าสิบสี่วันนับแต่วันใด กฎหมายก็ใช้คำว่า หรือจำหน่ายได้ในครั้งนั้นๆ ก็คือมายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หลังสิบห้ากรกฏาคม อย่างนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่น ยื่นได้แต่คุณมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์เฉพาะทรัพย์รายที่สั่งเท่านั้น อันนี้ก็เป็นกรณีแรก
กรณีที่สองอายัดทรัพย์สินให้ยื่นคำขอเสียก่อน สิบสี่วัน อย่างนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะขอเฉลี่ยต้องก่อนสิบห้ากรรกฏาคม
ก็มีฏีกาหนึ่งที่ เป็นข้อสอบตกสมัย
เป็นเรื่องจำเลยได้รับเงินจำนวนหนึ่งได้รับเงินจาก โรงเรียนกีลา ที่อยู่ในศาลจังหวัดทุ่งสง ดำเนินการบังคับคดีแทน โรงเรียนกีลาก็ส่งเงินตามที่อายัดมาให้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดทุ่งสง ได้รับเงินมาหนึ่งกรกฏาคม กว่าส่ง ไปศาลจังหวัดนครศรีก็หนึ่งตุลาคม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่นก็มาขอแบ่ง เกิดปัญหาว่านับแต่วันไหน สิบสี่วันนี้ เรื่องนี้ศาลฏีกาตัดสินว่าการขอเฉลี่ยทรัพย์จะต้องยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ก็คือศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นเอง ดังนั้นสิบสี่วันนับแต่ชำระเงินหรือ ส่งมอบทรัพย์สินที่อายัด ต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ก็คือศาลนครศรีธรรมราช ไม่ใช่ศาลจังหวัดทุ่งสงที่บังคับคดีแทน
1157/2544 เมื่อหลายปีที่แล้วเก็งกันเยอะจนทุกวันนี้ยังไม่ออก แต่พวกฏีกาที่นักศึกษาชอบไปเก็งบางครั้งลืมไปแล้วค่อยนำมาออกก็มี
กรณีสุดท้ายกรณียึดเงิน มีค่าในตัวเอง ไม่ต้องไปขายอีก กฏหมายเลยบอกว่ากรณีที่ยึดเงินนั้น มีค่าในตัวเองอย่างนี้เจ้าหนี้ในคดีอื่น ต้องภายในสิบสี่วันนับแต่วันยึด แล้วอย่าลืมที่พูดตั้งแต่คราวที่แล้วเรื่องกำหนดขอเฉลี่ยทรัพย์ถ้าเกิดสิบสี่วันนับแต่วันยึดหรือมีการส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินที่อายัด ถ้าเป็นการยึดหรืออายัดชั่วคราว อย่างนี้ไม่มีการขอเฉลี่ยทรัพย๋ อันนี้ระยะเวลาหลังมีการยึดหรืออายัด ก่อนมีคำพิพากษาแล้ว
ในการยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องก็ต้องมีสำเนาส่งให้จพงบังคับคดี จะได้ทราบว่า เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด มีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่น เพราะฉะนั้นหยุดไว้ก่อน รอฟังคำสั่งศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งประการใดและส่งให้ จพบ ทราบแล้ว ก็ให้ จพบ ปฏิบัติไปตามคำสั่งที่ว่านั้น เวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องก็ต้องจ่ายเงินให้วินิจฉัยชี้ขาด ต้องมีสำเนาให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นเจ้าหนี้โดยตรง เขาก็ต่อสู้คดีสองเรื่อง ซึ่งคดีร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ นั่นก็คือคดีร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โจทก์ผู้นำยึดมีสิทธิโต้แย้ง เกิดขึ้นโดยสมยอม ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนเป็นคดีต่างหาก ถึงแม้ศาลจะตัดสินมาอีกคดีหนึ่ง แต่ไม่ผูกพันศาลในคดีขอเฉลี่ยทรัพย์ อีกเรื่องหนึ่ง
ซึ่งเพียงพอที่จะชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง อีกอันหนึ่งคือเขามีสำเนาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย ว่าให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าเป็นคำร้องฝ่ายเดียว คือ ในประมวลวิแพ่ง มีหลายมาตราเลย ที่กฎหมายบัญญัติว่าให้เป็นคำขอฝ่ายเดียว ก็คือคำขอใดๆก็ตาม ที่ศาลสามารถจะสั่งตามคำขอก็ได้ โดยไม่ต้องฟังคู่ความฝ่ายอื่นเสียก่อน กฎหมายบอกเป็นคำขอฝ่ายเดียว เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นมายื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ จะยื่นเลยไม่ได้ จะต้องมีโต้แย้งคำสั่งก่อน ถ้าโต้แย้งคัดค้านก็ต้องไต่สวน ทางปฏิบัติบางทีก็ไม่ต้องโต้แย้งคัดค้าน
ต่อไป วรรคแปดกับวรรคเก้า เป็นเรื่องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี กฎหมายก็เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ผู้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองบุคคลเหล่านี้ต้องมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล บอกให้ดำเนินการบังคับคดี ต่อไป คำสั่งอนุญาตจะเป็นที่สุด
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นเจ้าหนี้สามัญด้วยกัน ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่เพียงพอชำระหนี้ อย่างนี้ทุกคนก็มีสิทธิโดยเสมอภาคกัน มาขอเฉลี่ย นี่คือบทบัญญัติเรื่องเจ้าหนี้สามัญ
คราวนี้มีเจ้าหนี้อีกประเภทหนึ่ง นั่นคือผู้รับจำนอง หรือ เจ้าหนี้บุริมสิทธิ ตามกฏหมายแล้วมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ เพราะฉะนั้น มาตรา 289
ผู้ที่มีสิทธิกฎหมายแบ่งออกเป็นสองจำพวก จำพวกแรกเลยเรียกว่าผู้รับจำนอง เอาหลักเกณฑ์มาจากไหนว่าผู้รับจำนองมีสิทธิเหนือเจ้าหนี้สามัญ ผู้รับจำนอง ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ หนี้ทั้งสองรายถึงกำหนดแล้วนาย ก ไม่ชำระหนี้ อย่างนี้ นาย ข เป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ ทีนี้ผู้ได้รับจำนองซึ่งมีสิทธิตามมาตรา 289 มีสิทธินำเงินที่ได้จากการชายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดมา โดยอาศัยอำนาจการจำนองที่อาจบังคับได้ ผู้รับจำนอง การจำนองนั้นต้องอาจบังคับได้ ก็หมายความว่าหนี้จำนองอาจบังคับเสียก่อน สมมุติโจทก์ชำระเงินจำเลย ปรากฏว่าจำนองไม่พอ ไม่ถึงกำหนดชำระใช้สิทธิตาม 289 ไม่ได้ มันยังไม่ถึงกำหนด ถามว่าอย่างนี้ผู้รับจำนองเขาเสียหายหรือไม่ คำตอบคือไม่เสียหาย เพราะจำนองเป็นทรัพยสิทธิติดไปกับตัวทรัพย์
สิทธิของผู้รับจำนองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน เพราะยังมีบุริมสิทธิก่อน ก่อนเจ้าหนี้สามัญ แต่มีข้อยกเว้นกรณีเดียว ว่า ผู้รับจำนองที่มีสิทธิตามมาตรา 289 หนี้จำนองต้องถึงกำหนดชำระเสียก่อน นั่นคือตามมาตรา 722 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1597/2541
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:16:03 »
ประเด็นสุดท้าย นิดเดียว ผู้มีสิทธิตามมาตรา 289 อีกประเภทหนึ่งคือผู้ทรงบุริมสิทธิ เป็นกฎหมายสาระบัญญัติ คงไม่ถามในประเด็นนี้ในการสอบ ในป.พ.พ. มาตรา 257 กฏหมายก็บัญญัติไว้เลยว่าบุริมสิทธิมีกี่ประเภท เจ้าหนี้อะไรบ้างที่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ
สัปดาห์ที่สี่ อาจารย์ประเสริฐ
ก็มีข่าวแจ้งเบื้องต้นก่อนว่ามีนักศึกษามาสมัครสองแปดพันคนเศษ แต่เนื่องจากกำหนดระยะเวลายังไม่สิ้นสุดลง
อีกประการหนึ่งคือการประชุมคณะกรรมการเนฯ ในพฤ หน้า จะนำเรื่องระเบียบการสอบข้อเขียนฉบับใหม่ให้ที่ประชุมพิจารณา
ในคราวที่แล้วได้พูดเรื่องผู้รับจำนอง กับผู้ทรงบุริมสิทธิ เป็นผู้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ
ผู้รับจำนองเราพูดไปแล้วนะครับ เราพูดไปถึงผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้สามัญ หนี้จำนองต้องถึงกำหนดชำระแล้ว เพราะตัวบทมาตรา 289 แต่ถึงไม่ได้สิทธิก็ไม่ถูกกระทบกระเทือน เป็นไปตามมาตรา 287 ว่าการบังคับคดีของลูกหนี้ไม่กระทบกระทั่งกับบุริมสิทธิที่บุคคลภายนอกอาจถูกบังคับตามกฎหมาย บุคคลอีกจำพวกหนึ่ง สิ่งที่ต้องทราบว่าผู้ทรงบุริมสิทธิเหตุใดจึงได้รับชำระหนี้ก่อนลูกหนี้สามัญ ตรงนี้นะครับผู้ทรงบุริมสิทธิย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิของลูกหนี้ ก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ ในมาตรา 251 นี้เองได้บัญญัติไว้ว่าผู้ทรงบุริมสิทธิย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นๆส่วนบุริมสิทธิมีอะไรบ้างเราไม่ไปพูดถึง อย่างเจ้าของที่ดินจดทะเบียนโอนขายให้แก่ผู้ซื้อ ปรากฏว่าผู้ซื้อชำระราคาไม่ครบถ้วน ถ้าผู้ขายมีการลงทะเบียนไว้ ว่าผู้ซื้อยังค้างชำระราคาอีกสามแสนบาท อย่างนี้ ปพพ ในเรื่องบุริมสิทธิ เราจะถือว่าตัวผู้ขายมีบุริมสิทธิ ค้างผู้ซื้อ ทรัพย์สินก็มีที่ดินแปลงนั้นที่ซื้อไป อย่างนี้มีสิทธิได้รับเงินต้น เรียกว่าผู้ทรงบุริมสิทธิ จำตัวอย่างเรื่องนี้ไว้อย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอ
ต่อไปผู้รับจำนองก็ดีผู้ทรงบุริมสิทธิก็ดีที่มายื่นคำร้องขอรับขำระหนี้
มีปัญหาว่าจำเป็นไม๊ที่ผู้รับจำนองต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสียก่อน จำเป็นไม๊ที่ต้องไปฟ้องผู้รับจำนองเสียก่อน จึงจะมีสิทธิตาม 289 เรื่องนี้ก็มีฏีกาหลายฉบับว่า ผู้รับจำนองหรือผู้ทรงบุริมสิทธิ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
สมมุติว่าโจทก์บังคับคดี ที่ดินแปลงนี้ติดจำนองนาย ก ไว้ หนี้จำนองก็ถึงกำหนดชำระไว้ นาย ก ยังไมได้บังคับจำนองเลย นาย ก. ก็มีสิทธิตาม 289 ถ้ามีการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ยึดชำระหนี้จากผู้ร้องก่อน โดยนาย ก ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเลย เคยมีกรณีเมื่อไม่นาน คือผู้จำนองยื่นขอชำระหนี้ ก่อน มายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ ผู้บังคับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวก่อนหรือไม่ แต่เดิมไม่มีฏีกา ปัจจุบันมี
1975/2551 วินิจฉัยไว้ สรุปว่า ยืนตามหลักเดิมว่าผู้รับจำนองที่จะมายื่นขอรับชำระหนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
เรื่องนี้ศาลฏีกาตัดสินว่า การที่มายื่นคำร้อง กฎหมายใช้คำว่ายื่นคำร้องขอ ซึ่ง คือคำฟ้องอย่างหนึ่ง ตามมาตรา 1 ( 3 )
อย่างไรก็ตามการยื่นขอรับชำระหนี้จำนอง เหมือนการฟ้องขอบังคับจำนองเหมือนกัน เราจะใช้ในกรณีฟ้องเพื่อยึดทรัพย์สินที่จำนองขายทอดตลาด อย่างนี้ต้องมีการบอกกล่าวก่อน
อย่างนี้ไม่ใช่การฟ้องบังคับจำนองที่ต้องยึดซ้ำอีก จึงวางหลักว่า กรณีนี้ไม่จำเป็นที่ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวก่อน อันนี้คือหลักฏีกาใหม่
มาตรา 289 นี้เจ้าหนี้บุริมสิทธิที่กฎหมายยกตัวอย่างไว้ มีผู้รับจำนองผู้ทรงบุริมสิทธิ
มีปัญหาว่าแล้วผู้รับจำนำหล่ะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญหรือไม่
แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าผู้รับจำนำเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิหรือไม่ เรื่องนี้มีบทบัญญัติมาตรา 282 ปพพ บัญญัติว่าเมื่อมีบุริมสิทธิแย้งกับสิทธิจำนำสังหาริมทรัพย์ ท่านว่าผู้รับจำนำ มีสิทธิอย่างเดียวกัน อย่างที่เรียนไว้ ในเมื่อผู้รับจำนำมีสิทธิอย่างเดียวกับผู้ทรงบุริมสิทธิดังนั้น ผู้รับจำนำจึงมีสิทธิ ได้รับชำระหนี้ก่อนเช่นกัน อย่างนี้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนำได้เท่าไหร่ ผู้รับจำนำเอาไปก่อน เหลือเท่าไหร่เป็นของโจทก์ผู้นำยึด เป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิดีกว่าเจ้าหนี้สามัญ
ประเด็นต่อไปมาตรา 289 ถ้าเป็นกรณีผู้รับจำนองจะมีสิทธิสองประการด้วยกัน ประการแรกขอรับชำระหนี้ก่อน เจ้าหนี้อื่น เป็นไปตามมาตรา 702
แต่ผู้รับจำนองยังมีทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือเอาทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์จำนองนั้นหลุด เป็นของผู้รับจำนองเลย เหมือนกับโอนเปลี่ยนมือกันเลย ซึ่งการเอาทรัพย์จำนองหลุดนั้น ไม่ใช่เอาได้ตามอำเภอใจ กฎหมายวางหลักเกณฑ์ไว้ใน 729 ปพพ แต่ถ้าเป็นผู้ทรงบุริมสิทธิจะไม่มีสิทธิอย่างนี้นะครับ มีแค่ขอรับชำระหนี้ก่อนเท่านั้น
ต่อไป เมื่อใช้สิทธิตาม 289 จะต้องดำเนินการอย่างไร ประการแรก ต้องยื่นคำขอโดยเป็นคำร้องขอ เราพูดหลายครั้งว่า คำร้องขอ ก็คือการฟ้องอย่างหนึ่ง ตามบทวิเคราะห์ศัพท์ เมื่อให้ยื่นคำร้องขอ ในคำร้องขอ ผู้ร้องก็ต้องบรรยายถึงความประสงค์ของตนมา แน่นอนว่าถ้าเป็นผู้รับจำนองผู้ทรงบุริมสิทธิสิ่งที่ขอ แต่ถ้าเป็นผู้รับจำนองอาจจะขออย่างที่สองคือให้หลุดเป็นสิทธิ
ประเด็นที่สองที่กฎหมายเพิ่งแก้ คือ ต้องเสียค่าขึ้นศาลหรือไม่ ถ้าเสีย ต้องเสียเท่าไหร่ เอาเป็นว่าผู้รับจำนอง ผู้ทรงบุริมสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 289 เราถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ผู้ร้องก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่จำนอง ซึ่งเราแยกออกสองกรณี
อาจสงสัยว่าทำไมค่าขึ้นศาลตาม 289 ถึงบัญญัติไว้สองวงเล็บ ถ้าเป็นกรณีผู้รับจำนองก็ต้องบังคับตามตารางหนึ่ง ข้อหนึ่ง ถ้าเป็นกรณีของผู้รับจำนองก็เป็นไปตาม ตารางหนึ่งข้อ 1 ค. นั่นคือเสียค่าขึ้นศาลทุนทรัพย์ไม่เกิน 150 ล้านบาท ร้อยละหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเจ้าหนี้อื่น ก็คือเสียร้อยละสอง เพราะฉะนั้นถ้าไปอ่านฏีกาแล้วอย่าสับสน
อันนี้ต้องพูดก่อนถ้าไปอ่านฏีกาในกลุ่มนี้จะสับสน
ต่อไปศาลที่จะมายื่นคำร้องขอนี้ 289 ยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี แน่นอนว่า ตามมาตรา 302 วรรคหนึ่ง ก็คือศาลที่ตัดสินคดีในศาลชั้นต้น
มาตรา 7 ( 2 ) เป็นคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ซึ่งในมาตรา 7 ( 2 ) กฎหมายก็ได้บัญญัติว่าให้เสนอต่อศาลที่บังคับคดี ศาลไหนเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดี ศาลไหน ที่เป็นศาลออกหมายบังคับคดียื่นต่อศาลนั้น ที่ต้องพูดเพราะมีการบังคับคดีนอกเขตศาลขึ้นมาก็ได้
7564/2548 ซึ่งฏีกาเรื่องนี้ก็เคยมีเสนอเป็นข้อสอบแต่ไม่ได้รับเลือกเพราะมันก้ำกึ่งมาก
ต่อไปประเด็นสำคัญ คือ กำหนดเวลาที่จะยื่นคำร้องขอตามมาตรา 289 กฏหมายให้แบ่งออกเป็นสองกรณี กรณีแรก คือกรณีจำนอง อสังฯหรือบุริมสิทธิหรืออสังฯ อันได้จดทะเบียนไว้ ให้ในกรณีนี้ต้องยื่นคำร้องขอ ก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด
กรณีแรกเป็นผู้รับจำนองอสังฯ ที่มาขอรับชำระหนี้ก่อน ต้องยื่นก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด
กรณีที่สอง ผู้มีบุริทสิทธิ ในมูลหนี้ค่าที่ดิน ที่ลูกหนี้ค้างชำระ ถ้ามายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ ก็ต้องยื่นก่อนขายทอดตลาด ถ้ายื่นหลัง ศาลยกคำร้อง แต่อาจไม่กระทบตาม 287 กฎหมายใช้คำว่าก่อนเอาทรัพย์สินขายทอดตลาด อย่างนี้เจ้าหนี้บุริมสิทธิตาม 289 ก็มีสิทธิยื่นได้อยู่ จำนองก็ติดไปกับตัวทรัพย์นั่นเองตามบทบัญญัติ 287 อีกกรณีหนึ่ง ผู้รับจำนองไม่ได้ยื่นคำร้องเอาทรัพย์สินออกขายทอดตลาด สมมุติว่ามีการเอาทรัพย์จำนองขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง คือซื้อที่ดินไปโดยจำนองไม่ติดไปด้วย ก็ต้องมีการกันเงิน ในตัว ผู้รับจำนองก็หาหมดสิทธิไม่ เมื่อ ขายโดยปลอดจำนองแล้วต้องอันนี้ดูจาก
คำพิพากษาฏีกาที่ 2698/2546
ก็สรุปความว่าถ้าผู้รับจำนอง อสังฯ ผู้มีบุริมสิทธิในอสังฯ ประสงค์ขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ ก็ต้องยื่นขอก่อนขายทอดตลาด ถ้าไม่ได้ยื่นหรือยื่นก่อนเอาทรัพย์สินออกขายทอดตลาดไปแล้ว ถ้าสมมุติว่ามีการขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง อันนี้เป็นกำหนดระยะเวลาในการยื่น กรณีที่สองกฎหมายบัญญัติว่าในกรณีอื่นๆ จะต้องยื่นคำร้องขอก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดี ส่งคำบอกกล่าว
คำว่ากรณีอื่นๆคืออะไร คือในกรณีที่ไม่ใช่ผู้รับจำนองในอสังฯ ไม่ใช่ผู้มีบุริมสิทธิในอสังฯ จะมายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้เมื่อใด นี่เป็นผู้รับจำนองสังหาฯ ต้องยื่นคำร้องขอก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีส่งคำบอกกล่าวตาม 319 ก็คือต้องยื่นก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีส่งบัญชีส่วนเฉลี่ย เวลาขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดี ก็ต้องทำบัญชีแสดงส่วนบัญชี ผู้รับจำนองสังหา ก็ต้อง ส่วนเฉลี่ยที่แต่ละคนได้รับ ไปดูได้จากฏีกาที่ 698/2532
บันทึกการเข้า

locallawyer

  • Little Member
  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 8
  • กระทู้: 73
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 12:16:50 »
เจ้าหนี้มูลคดี จะมาใช้สิทธิตามมาตรา 289 นักศึกษาทราบแล้วว่าจะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาล ในมาตรา 289 กฎหมายบัญญัติไว้ ว่าคำร้องขออาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว ไม่มี เรื่องใดก็ตามที่อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว คือในประมวลกฎหมายวิแพ่ง บางมาตรากฏหมายบัญญัติไว้เลยว่าเป็นคำขอฝ่ายเดียว กฎหมายก็ไปบัญญัติไว้ในมาตรา 21
เวลาเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ออกหมายบังคับคดี ตัวบทเขียนไว้เลยว่าให้ยื่นคำขอฝ่ายเดียว ก็คือ ก่อนศาลออกหมายตั้ง ไม่จำเป็นต้องไปถามลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อน นี่คือคำขอฝ่ายเดียว
289 ไม่ได้บัญญัติว่าทำได้แต่ฝ่ายเดียว สมมุติผู้รับจำนองมายื่นขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น แนบคำพิพากษามาด้วย ศาลก็อนุญาตทันทีไม่ได้ ต้องสำเนาให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบก่อน ศาลจะไปอนุญาตทันทีไม่ได้ ถามว่าภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับฝ่ายใด สมมุติว่ามายื่นคำร้องขอกับเจ้าหนี้อื่น แนบคำพิพากษา มาด้วย อย่างนี้ศาลอนุญาตได้เลยหรือไม่ ผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบตามข้ออ้างในคำฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องและจำนองที่พิพาทเป็นประกัน ถึงแม้จะอ้างคำพิพากษามาแล้ว แต่คำพิพากษาผูกพันธ์คู่ความแต่ไม่ผูกพันโจทก์ พูดถึงประเด็นนี้เกี่ยว 583/2551 ก็มีประเด็นเกิดขึ้นมาเรื่องหนึ่ง สมมุติผู้รับจำนองยื่นขอรับจำนองตาม 289 ซึ่งทราบแล้วว่าโดยหลักศาลต้องไต่สวนก่อนอนุญาตทันทีไม่ได้ ผู้ร้องไม่มาศาล ศาลจะสั่งว่าร้องขาดนัดพิจาณณาได้หรือไม่ เหมือนกับโจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยาน ศาลก็จำหน่ายคดี คำตอบคือไม่ได้ 583/2511
ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ ไม่มาศาลในวันสืบพยาน ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ วันสืบพยานที่คู่ความไม่มาศาล เป็นวันนัดพิจารณา และเป็นข้อพิพาทแห่งคดี ที่ฟ้องร้องกัน เพราะฉะนั้นการยื่นคำร้องขอตาม 289 ศาลเพียงแต่นัดไต่สวนในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี ดังนั้นถ้าผู้ร้องไม่มาศาล ศาลต้องยกคำร้อง โดยถือว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบ อันนี้ก็เป็นเรื่องการยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนอง
ในตอนท้ายของมาตรานี้ ผลของคำสั่งศาล ถ้าศาลอนุญาตให้ทรัพย์ที่จำนองหลุด เป็นสิทธิที่จำนองเท่านั้น แล้วกว่าจะเหลือสมมุติว่าขายทอดตลาดได้เท่าไหร่เงินที่เหลือต้องไปหักค่าธรรมเนียมก่อน เหลือเท่าไหร่ชำระหนี้บุริมสิทธิ เหลือเท่าไหร่เจ้าหนี้สามัญไปแบ่งกันเอง นี่คือตามมาตรา 289 ดังนั้นที่เรา บรรยายไปแล้วสองเรื่องในส่วนบังคับคดี ถ้าเป็นเรื่องเจ้าหนี้สามัญ ขอเฉลี่ยทรัพย์ 290 แต่ถ้าเป็นเรื่องเจ้าหนี้บุริมสิทธิดู 289 เปรียบเทียบกัน แต่สองมาตรานี้เหมือนกันตรงจุดที่ว่า ยื่นคำร้องต่อศาลไหน คือ ยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ต่างกันตรงที่ว่าคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ต้องเสียเงินเพราะไม่ได้ไปฟ้องใคร
………………………………………………………………….
เรามาบรรยายวิแพ่ง 1 บ้าง พูดถึงความรับผิดชอบสอบก็ออกสองข้อ อาจารย์รับผิดชอบในวิแพ่ง 1 นี้ด้วย สองครั้งสุดท้ายอาจารย์จะมาสรุปแต่ละเรื่องแบบย่อๆ
เรื่องต่อไปก็คือเรื่องคู่ความมรณะ วิแพ่งหนึ่งที่เคยบรรยายก็คือเรื่องการตรวจคำคู่ความ แต่ว่าเรื่องต่างๆก็เชื่อมโยงกันหมดแหละครับ
เนฯแต่ก่อนอยู่ท้องสนามหลวง ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปัจจุบันคือ ห้องบรรยายเนฯ ในอดีต พอย้ายกันมาแล้วนักศึกษาขวนขวายกันมาเรียนเอง
เราก็มาดูในเนื้อหาคู่ความมรณะ ส่วนใหญ่นักศึกษาจะไปเก็งข้อสอบว่าเรื่องอะไรออกปีที่แล้ว จะไม่ออกปีนี้ซึ่งไม่ใช่นะครับ เพราะว่าบางสมัยมาตราเดียวกัน ออกติดกันก็ได้นะครับ เรื่องคู่ความมรณะ หลักการมาจากมาตรา 36 วรรคที่หนึ่ง คืออำนาจกระทำต้องทำในศาลต่อหน้าคู่ความและโดยเปิดเผย ระบบศาลต้องมีการโปร่งใส การดำเนินกระบวนพิจารณากระทำต่อหน้าที่มาศาล ยกเว้นแต่คู่ความจะไม่รักษาสิทธินี้เอง ด้วยเหตุนี้การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล จะต้องมีคู่ความครบถ้วน ถ้าหากว่าคู่ความฝ่ายใดไม่อยู่ศาลก็ไปดำเนินคดีไม่ได้ กฏหมายให้หยุดไว้เลย
นับแต่มีการยื่นฟ้อง กว่าศาลจะมีคำพิพากษา ใช้เวลา เคยมีคดีเรื่องหนึ่งใช้เวลาถึง 16 ปี ดังนั้นคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจมรณะเสียก่อนที่ได้ฟังคำพิพากษา ตัวความมรณะ ทายาททั้งสองฝ่าย เข้ามาแทน แล้วทายาทมรณะอีกชั้นหนึ่ง เคยเป็นข้อสอบมาแล้วซึ่งอาจารย์เป็นผู้ออกข้อสอบเอง กฎหมายได้วางหลักเกณฑ์ไว้ในมาตรา 42
กฎหมายใช้คำว่าอย่างนี้ ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มรณะ คำว่าคู่ความมรณะนี้ คำว่าคู่ความในที่นี้หมายความถึงใคร เหตุที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะถ้าไปดูบทวิเคราะห์ศัพท์ คำว่าคู่ความมีความหมายกว้างมาก บุคคลที่ยื่นคำฟ้อง โจทก์ บุคคลที่ถูกฟ้องจำเลย ผู้รับมอบอำนาจจากตัวความ ผู้แทนโดยธรรม และหมายความรวมถึงทนายด้วย
ในเรื่องขาดนัดพิจารณาคู่ความนี้หมายถึง ตามมาตรา 1 เลย แต่ในเรื่องคู่ความมรณะนี้ตรงกันข้ามนะครับ หมายความเฉพาะตัวความเท่านั้น เหตุที่แปลความเช่นนี้คือบุคคลที่มีสิทธิกระทำการ กฎหมายบัญญัติแยกไปอีกต่างหาก อยู่ในวิแพ่งมาตรา 45 ไม่ได้ขัดกับกฎหมายเพราะมาตรา 1 ( 5 ) ได้บัญญัติไว้ว่าเป็นบททั่วไปอยู่แล้ว ว่าถ้าข้อความไม่ได้บัญญัติเป็นอย่างอื่น แต่ตัวบทได้แสดงให้เป็นอย่างอื่นว่าหมายถึงตัวความเท่านั้น
ประเด็นต่อไปคือบุคคลที่อาจเป็นคู่ความตายก่อนโจทก์ฟ้อง อย่าเอามาตรา 42 มาใช้นะครับ เช่น ว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย ส่งหมายเรียกแล้วได้รับรายงานว่า จำเลยถึงแก่กรรมไปเมื่อหกเดือนที่แล้วก่อนโจทก์ฟ้องอันนี้ไม่ใช่เรื่องมาตรา 42 นะครับ เพราะจำเลยไม่มีสภาพบุคคลตามกฎหมายแล้วนะครับ ไม่อาจฟ้องได้ อย่างนี้เป้นเรื่องไม่มีอำนาจฟ้องเลยนะครับ ตามมาตรา 55 ไม่ใช่มาตรา 42
สิ่งที่ตามมาคือ สมมุติว่าฟ้องไปแล้ว ได้รับแจ้งว่าจำเลยถึงแก่กรรมไปเมื่อหกเดือนที่แล้ว ปัญหามีสองข้อ
ข้อแรก โจทก์จะใช้มาตรา 42 ยื่นให้เรียกทายาทจำเลยเป็นคู่ความแทนได้หรือไม่ คำตอบไม่ได้ เพราะกรณีนี้ไม่มีบุคคลที่ให้โจทก์ฟ้อง มาตรา 42 ต้องมีคู่ความครบถ้วนแล้วคู่ความมรณะ ประการที่สองแก้ฟ้องได้หรือไม่ เป็นทายาทของจำเลยเป็นจำเลยแทน คำตอบแก้ไมได้เพราะการแก้ไขคำฟ้อง ต้องเป็นการแก้ไขเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับตัวจำเลย เกี่ยวกับบุคคลที่ตนฟ้องเขา แต่ไม่ใช่แก้ตัวจำเลย ถามว่าแล้วอย่างนี้จะทำอย่างไร โจทก์ต้องไปดำเนินการฟ้องทายาทของผู้ตาย สิทธิหน้าที่และความรับผิดเป็นมรดกตกทอด แต่คดีที่ฟ้องผิดตัวอันนี้ใช้ไมได้เลยนะครับ ไม่ใช่เรื่องของมาตรา 42
120/2536
กรณีที่คู่ความมรณะในชั้นบังคับคดี ก็ไม่ใช่เรื่องมาตรา 42 เพราะมาตรา 42 เป็นเรื่องมรณะขณะคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาล ซึ่งคดีค้างพิจารณามีความหมายกว้างเดียวจะพูดในประเด็นนี้
ไม่ต้องยื่นขอดำเนินการบังคับคดีแทนในหนึ่งปี จะดูได้จาก 2761/2530
ประเด็นต่อไปกฎหมายใช้คำว่าคดีค้างพิจารณาในศาล ถ้าคู่ความฝ่ายหนึ่ง ค้างพิจารณาหมายถึงศาลไหน การมรณะของบุคคลกำหนดไม่ได้นะครับ ว่าเขาจะมรณะในศาลไหน การที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลหมายถึงค้างพิจารณาอยู่ในทุกชั้น ศาล ที่มีปัญหายุ่งยากคือ สมมุติศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว จำเลยยังไม่ทันยื่นอุทธรณ์เลยจำเลยมรณะ เกิดปัญหาว่าอย่างนี้บุคคลตามมาตรา 42 จะยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่คู่ความซึ่งมรณะนั้นได้หรือไม่
ฏีกาที่ตัดสินคือ 1890/2536
เป็นฏีกาที่วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าคดีค้างพิจารณาหมายความว่าคดีที่อยู่ในกำหนดอุทธรณ์หรือฏีกาด้วย
อย่างนี้ก็เข้าหลักเกณฑ์มาตรา 42 เช่นกัน กฎหมายมาตรา 42 คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลแล้วให้เลื่อนการนั่งพิจารณาแล้ว ไม่ขัดแย้งกันเลย
อย่างนี้ไม่สามารถ แทนได้ เท่านั้นเอง
ดังนั้นตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด อยู่ในระยะอุทธรณ์ฏีกา มันก็ไม่มีกรณีจะต้องเลื่อน ในระหว่างนี้ ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุดบุคคลตามมมาตรา 42 ก็ขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ คดีค้างพิจารณา
ยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์จำเลยตาย ทายาทจำเลยก็ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อน ศาลสั่งคำร้องขอให้เข้าเป็นคู่ความแทน ส่วนที่ขอขยายระยะเวลา พอศาลสั่งระยะเวลายื่นอุทธรณ์
เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมรณะแล้วศาลทำอะไรไม่ได้เลย กฎหมายทำอะไรไมได้เลย ให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไป กระบวนพิจารณาอะไรที่นัดไว้แต่เดิมใช้ไม่ได้แล้ว ต้องยกเลิก เลื่อน การนั่งพิจารณาไปอย่างเดียว เราลองตัวอย่างคดีเรื่องนี้
1010/2539
เรื่องนี้โจทก์ฟ้องจำเลยยื่นคำให้การศาลชั้นต้นนัดชี้สองสถานวันที่ 7 พ.ค ก่อนวันนัดชี้สองสถาน โจทก์มรณะ พอถึงวันนัดชี้สองสถาน ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ก็ยื่นคำร้องแจ้งให้ศาลทราบว่า มรณะแล้ว
ความจริงไม่ชอบ เพราะกฎหมายบังคับแล้วไง ให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไป ดูบทวิเคราะห์ศัพท์ การนั่งพิจารณาตาม 1 ( 9 ) หมายความรวมถึงการชี้สองสถานด้วย
การที่อนุญาตแล้วให้ชี้สองสถานอย่างนี้ไม่ชอบ ที่ถูกคือ ต้องนัดในวันใหม่
ทีนี้มีตัวอย่างอีกบางคดี ในวันที่นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยมรณะ ศาลบางศาลไม่สนใจเปิดซองอ่านคำพิพากษาไปเลย อย่างนี้ไม่ชอบ จนกว่าจะมีคู่ความเข้ามาแทน อ่านไปแล้วก็ต้องมาอ่านใหม่
อะไรที่นัดไว้เดิมต้องเลื่อนใหม่ ประเด็นต่อมา จริงอยู่ในวิแพ่งมาตรา 42 ถ้าคู่ความมรณะ ศาลจะต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาใหม่ การที่คู่ความมรณะ ศาลจะทราบได้อย่างไร เขาไม่ได้มาเชิญศาลไปร่วมพิธีศพ โดยเฉพาะในศาลสูง สมมุติว่าจำเลยแพ้คดีแล้วยื่นอุทธรณ์กว่าจะตัดสินอีกสองปีจำเลยตาย ทายาทจำเลยก็ไม่รู้เรื่อง ศาลอุทธรณ์ตัดสินเสร็จส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่าน อย่างนี้ถือว่าชอบ ความมรณะของคู่ความที่ศาลจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 จะต้องมีข้อเท็จจริงเข้ามาสู่สำนวนศาลว่าคู่ความมรณะ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลอะไรก็ถือว่าชอบ
89/2547
ประเด็นต่อไป เมื่อคู่ความมรณะแล้ว ก็ต้องมีบุคคลเข้ามาเป็นคุ่ความแทน กฏหมายจำกัดตัวบุคคลไว้นั่นก็คือ ทายาทผู้จัดการทรัพย์มรดก ผู้ปกครองทรัพย์มรดก สามจำพวกนี้เท่านั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ ในคดีเรื่องหนึ่งจะมายื่นคำร้องเป็นคู่ความได้หรือไม่ ก็ดูว่าเป็นทายาทโจทก์หรือไม่ เป็นผู้ปกครองทรัพย์มรดกหรือไม่ เพราะกฎหมายได้กำหนดตัวบุคคลที่เป็นคู่ความแทนที่แล้ว ประเด็นต่อไปคือ การเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้มีได้สองวิธี
หนึ่งคือ บุคคลเข้ามาแทนที่เอง เพราะฉะนั้นคือบุคคลตามมาตรา 42
สอง ศาลมีหมายเรียก ให้บุคคลตามมาตรา 42 เข้ามา ประเด็นที่ถามมีว่า การขอให้บุคคลตามมาตรา 42 กำหนดไว้ เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ฝ่ายที่มรณะเป็นหน้าที่ของใคร เป้นหน้าที่ของฝ่ายที่มรณะหรือเป้นของฝ่ายตรงกันข้ามด้วย
สมมุติว่าจำเลยมรณะ แน่นอนว่าทายาทจำเลยไม่มีใครอยากเข้า โจทก์ก็เฉย ครบหนึ่งปีก็จำหน่ายคดี เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่โจทก์เป็นหลักเลยครับ โจทก์ต้องขอให้ศาลออกหมายเรียกไม่อย่างนั้นต้องจำหน่ายคดี ประเด็นต่อมา ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่และขอเข้ามาในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดศาลต้องอนุญาตหรือไม่ แน่นอนในหลักการศาลก็ต้องสั่งอนุญาตเพื่อให้มีคู่ความครบถ้วน ศาลใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตได้หรือไม่ คำตอบคือได้ เพราะอะไรครับ การที่ศาลจะอนุญาตให้เข้ามาเป็นคู่ความแทนหรือไม่ ศาลจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้ ระหว่างพิจารณาโจทก์มรณะ ทายาทของโจทก์หนึ่งในนั้นก็คือจำเลย อย่างนี้ถ้าศาลอนุญาตจำเลยซึ่งเป็นคู่ความปรปักษ์ ก็ล้มคดีได้ตามอำเภอใจ

478/2517
ประเด็นต่อไป การขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่คู่ความฝ่ายมรณะ กำหนดไว้หนึ่งปี ก็คือกฎหมายให้ระยะเวลาพอสมควร ไปจัดการเรื่องคู่ความมรณะให้เสร็จสิ้นกำหนดระยะเวลา ที่เข้ามาแทนที่ก็ดี ที่ขอให้ศาลหมายเรียกบุคคลตาม 42 กำหนดไว้ ก็ดี ถ้าสมมุติภายในหนึ่งปีไม่มีคู่ความแทนที่ตามวิแพ่งมาตร 42 แล้วเมื่อประมาณ 2516 มีปัญหาว่าคู่ความมรณะไปเกินหนึ่งปีแล้ว สมมุติจำเลยมรณะ ศาลมีอำนาจในหนึ่งปี บังเอิญศาลยังไม่ได้สั่งบุตรโจทก์ทราบเรื่องขอเข้ามาแทน เกินปีแล้ว เรื่องนี้ศาลฏีกาแปลความว่า ดูมาตรา 42 เหมือนกับว่าศาลต้องจำหน่ายคดี แต่ถ้าดู 132 ( 3 ) คำว่าได้คำนี้คำเดียว ต้องไปแปลความในที่ประชุมใหญ่ คำว่าได้ แสดงว่าเป็นการให้ดุลพินิจ แน่นอนว่าศาลจำหน่ายคดีก็ได้ตามกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่สั่งจำหน่าย แล้วยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอนุญาตได้ มาตรา 42 ไม่ใช่บทบังคับ
ทีนี้เรามาดูประเด็นที่สำคัญเรื่องหนึ่งก่อน บางครั้งถามเป็นประเด็นย่อย เมื่อคู่ความมรณะ ขอเข้าเป็นคู่ความแทนและขอเข้ามาภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกิดปัญหาว่า ศาลไหน เป็นศาลที่มีอำนาจสั่ง ว่าให้เป็นคู่ความแทนที่หรือไม่ เพราะเราพูดแล้วว่าการมรณะเกิดขึ้นได้ทุกศาล
ถ้าคู่ความมรณะนี้ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นไหน ศาลชั้นนั้นเป็นศาลที่มีอำนาจสั่ง แต่มีปัญหาเกิดขึ้นในกรณีเดียว สมมุติ ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลยังไม่ทันสั่งรับอุทธรณ์เลย จำเลยตาย คดีที่มีการยื่นอุทธรณ์ฏีกาแล้ว อำนาจสั่งจะเป็นของศาลใด แต่ถ้ามีการยื่นอุทธรณ์แล้วฏีกาแล้ว ศาลยังไม่ทันสั่งรับเลย จำเลยตายทายาทขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน ศาลใดเป็นศาลมีอำนาจสั่ง แนวฏีกาสรุปเลยนะครับ อำนาจของศาลชั้นต้นยังมีอยู่ในทางปฏิบัติทายาทจำเลยขอ
พอสั่งเสร็จค่อยไปสั่งรับอุทธรณ์จำเลย
5474/2536
ต้นไม้ประจำเนฯ คือ ต้นสารภี เพื่อให้มีชื่อคล้องกับพระองค์เจ้ารพี



จบแล้วครับ

 :)
บันทึกการเข้า

namyom

  • Jr. Member
  • **
  • คะแนนความดี: 2
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2010, 10:48:25 »
มารายงานตัวคนแรกครับ..
บันทึกการเข้า

kungsadarn065

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 07:16:36 »
thankkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk ka
บันทึกการเข้า

AkekungZ17

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 25
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 09:24:13 »
 :)  ขอบคุณมากๆครับ
บันทึกการเข้า

mami

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 15:57:56 »
ขอบคุณมากค่ะ :D
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2020, 16:27:35 »
Roku Streaming Device, you can watch the biggest content of channels on your TV, mobile, laptop, etc at https://sites.google.com/site/rokucomrokulinkrokucomlink/ . You can select your favorite channels with https://sites.google.com/site/rokurokulinkrokucomlink/ put in code . Create your Roku account through the website given below.With thousands of available channels https://sites.google.com/site/wwwrokucomrokucomlink/ visit here for more details.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:52:13 »
Roku Streaming Device, you can watch the biggest content of channels on your TV, mobile, laptop, etc at https://sites.google.com/site/rokucomrokulinkrokucomlink/ . You can select your favorite channels with https://sites.google.com/site/rokurokulinkrokucomlink/ put in code . Create your Roku account through the website given below.With thousands of available channels https://sites.google.com/site/wwwrokucomrokucomlink/ visit here for more details.
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:52:55 »
Roku gives the least complex approach to stream excitement to your https://sites.google.com/site/wwwrokulinkrokucomlink/ TV . With a large number of accessible channels roku tv link code location visit here for more subtleties.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/rokulinkrokurokucomlink/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/rokucomrokurokucomlink/ . You will receive an activation code.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:54:22 »
Sign in to your Roku account and then my roku link it . A Roku account gives you access to an amazing selection of movies, TV shows, music and more from the activate my roku code Channel Store.Activate https://sites.google.com/site/rokiurokucomlinkrokulink/, go to https://sites.google.com/site/rokulinkcomrokucomlink/ account enter Roku com link code displayed on Roku TV. My https://sites.google.com/site/rokulinkrokurokucomlinkcode/ not working use new Roku code
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:54:42 »
Roku provides the simplest way to stream entertainment on your TV . You can watch TV shows and movies online on roku activation code entry . With thousands of available channels https://sites.google.com/site/rokucoderokucomlinkactivation/ visit here for more details.Enact Roku connect, go to https://sites.google.com/site/rokucomrokucomlinkcode/ account enter Roku interface code showed on Roku TV. My roku com interface not working utilize new Roku code.To download click  https://sites.google.com/site/rokurokucomlinkactivationroku/ for more details..
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:55:47 »
Watch TV shows and movies online at https://sites.google.com/site/rokurokucomlinkrokulink/ . Stream TV episodes of South Park, Empire, SNL, Modern Family, and popular movies on your favorite devices. Start your https://sites.google.com/site/rokucomlinkrokuactivationroku/ from roku now.roku.com/interface this is least troublesome way to deal with stream incitement to your TV. On your terms. With a considerable number of available channels to investigate for more details.visit: https://sites.google.com/site/rokucomrokucomlinkroku/ today.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:56:45 »
Once the device is found, you can add roku paid channel or roku channel from https://sites.google.com/site/linkrokucoderokucomlink/ with activation code store. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/wwwrokucomlinkcomroku/ . You will receive an activation code.Roku empowers you to watch free and paid video content on your TV by methods for the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/wwwrokucomlinkrokucode/ record enter Roku com association code appeared on Roku TV.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:57:41 »
Once the device is found, you can add roku paid channel or roku channel from https://sites.google.com/site/rokucomlinkactivationcoderoku/ with activation code store. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/entercoderokucomlinkcomroku/ . You will receive an activation code.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/rokucomlinkcomentercode/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. My roku com connect not working utilize new Roku code
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:59:09 »
Complete the on-screen instructions to connect your Roku device to the internet. Once connected, your Roku device may download new software. Your Roku device will then display a link code, Make a note of this link code and go to the https://sites.google.com/site/activationrokucomlinkrokulink/ Roku provides the simplest way to stream entertainment to your TV. With thousands of available channels visit here https://sites.google.com/site/rokurokucomlinkrokucom/ for more details. Activate Roku.com/link, go to https://sites.google.com/site/rokucomlinkactivationrokulink/ account enter Roku com link code displayed on Roku TV.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 12:59:22 »
Roku works by downloading video from the web, you at that point watch on your TV. The video isn't spared as it's viewed while https://sites.google.com/site/rokulinklinkrokucomlink/   the video. Applications or "stations" are programs you load onto your Roku gadget that give you different films and TV appears. This works a lot of like introducing applications on a cell phone or tablet. https://sites.google.com/site/rokucomlinkrokulinklink/ You need a Roku record to institute your contraption and access redirection. https://sites.google.com/site/rokurokurokucomlinklinklink/ There are no month to month gear rental costs. Counting a portion method lets you adequately rent/buy movies or purchase in to surely understood organizations.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:00:14 »
Roku Streaming players are an increasingly advantageous and financially savvy approach to sit in front of the TV. Simply plug it into your TV, associate with the web, set up a Roku record, click here :https://sites.google.com/site/rokurokulinkcode/ and start spilling your top choices. Roku enables you to watch and paid video content on your TV by means of the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/rokurokucomrokulink/   record enter Roku com connection code showed on Roku TV.Roku gives the least complex approach to stream excitement to your TV.  With a large number of accessible channels visit here https://sites.google.com/site/rokulinkkeyrokucomlink/ for more subtleties.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:00:49 »
Roku connects to your TV utilizing an HDMI link, visit : https://sites.google.com/site/rokulinkhavekeycode/ associated from your TV to the Roku gadget. Roku interfaces with the web by means of a wired or remote association with your home system. https://sites.google.com/site/rokucodelinkrokucom/ this is least troublesome way to deal with stream incitement to your TV. On your terms. With a considerable number of available channels to investigate for more details.visit: https://sites.google.com/site/linkcomrokurokucom/ today.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:01:45 »
Roku gadgets are easy to set-up and simple to-utilize. They accompany a straightforward remote, https://sites.google.com/site/urlrokurokurokucomlinkcodecom/ and incredible highlights like Roku Search which makes it easy to discover what you need to watch.Roku enables you to watch and visit: https://sites.google.com/site/urlrokucomlinktvrokuactivate/ and paid video content on your TV by means of the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/urlrokurokulinkcodecomrokucom/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:02:27 »
Roku enables you to choose what gives you need to watch, https://sites.google.com/site/urlcomrokurokulinktvactivate/ and when you need to watch them. It resembles sitting in front of the TV as though everything is on-request. Since Roku extraordinarily extends your on-request alternatives, you may even need one to enhance your link membership as opposed to supplanting it. I'll really expound on that later in the guide. Sign in to your  https://sites.google.com/site/urlsetupurlrokucomaccounroku/ and then my roku link it . A Roku account gives you access to an amazing selection of movies, TV shows, music and more from the https://sites.google.com/site/urlrokurokucomactivatelinktv/ Store.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:02:59 »
You need a Roku record to institute your contraption and access redirection. visit here : https://sites.google.com/site/urlcomrokulinktvactivateroku/ There are no month to month gear rental costs. Counting a portion method lets you adequately rent/buy movies or purchase in to surely understood organizations.Once the device is found, you can add roku paid channel or roku channel from https://sites.google.com/site/urlsetupcomaccounurlrokuroku/ with activation code store. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/urlenterrokulinkcoderokucom/ . You will receive an activation code.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:03:42 »
https://sites.google.com/site/urlactivaterokucomrokulinktv/ this is least troublesome way to deal with stream incitement to your TV. On your terms. With a considerable number of available channels to investigate for more details.visit: today.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/urlrokulinkactivaterokucomtv/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. My https://sites.google.com/site/urlrokuaccounsetup/ connect not working utilize new Roku code
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:04:46 »
Roku enables you to watch free and paid video content on your TV by means of the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/siterokucomrokucomlinkroku/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/rokurokurokucomlinklink/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. My https://sites.google.com/site/siterrokurokucomlinklink/ connect not working utilize new Roku code
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:05:52 »
Roku OS is the UI accessible on all Roku forms. A portion of the accompanying capacities are not accessible on all adaptations. I'll tell you when that is the situation. https://sites.google.com/site/installrokurokucomlinklink/ gives cross-stage search, voice search, and other programming highlights. Once the device is found, you can add roku paid channel or roku channel from https://sites.google.com/site/rokurokucomlinkcodecode/ with activation code store. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/siterokurokucomcomlinklink/ . You will receive an activation code.
Roku bolsters Plex Media Server with an authority Plex channel. I prescribe lifting it up on the off chance that you are keen on gushing your private media.visit : https://sites.google.com/site/urlrokurokucomcomlink/   It's effectively the most ideal approach to see individual substance on a Roku gadget. Watch TV shows and movies online at https://sites.google.com/site/siterrokurokucomcomlinklink/ . Stream TV episodes of South Park, Empire, SNL, Modern Family, and popular movies on your favorite devices. Start your  https://sites.google.com/site/urlrrokurokucomlinkcode/ from roku now.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:07:15 »
https://sites.google.com/site/urlrrokurokucomcomlink/ this is least troublesome way to deal with stream incitement to your TV. On your terms. With a considerable number of available channels to investigate for more details.visit: today.Once the device is found, you can add roku paid channel or roku channel from https://sites.google.com/site/rrokucomrokucomlink/ with activation code store. Your T.V screen will start displaying some instructions to activate Link roku from https://sites.google.com/site/comlinkrokucomlinkroku/ . You will receive an activation code.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:08:29 »
You need a Roku record to enact your gadget and access diversion. visit : https://sites.google.com/site/siterokurokucomlinkrroku/   There are no month to month gear rental expenses. Including an installment technique lets you effectively lease/purchase motion pictures or buy in to well known administrations. https://sites.google.com/site/comcomrokucomlinkroku/ provides the simplest way to stream entertainment to your TV. With thousands of available channels visit here https://sites.google.com/site/sitelinkrrokurokucomlink/ for more details.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:12:20 »
Roku offers the accompanying seven gushing gadgets. visit: https://sites.google.com/site/urlrokucomrrokucomlink/   There are five set-top gushing boxes, the Roku Ultra, Roku Premiere, Roku Premire+, Roku Express, and Express+. At that point there are two sticks, the Roku Streaming Stick and Roku Streaming Stick Plus. https://sites.google.com/site/urlactivaterokurokucomlinkroku/ you to watch free and paid video content on your TV by means of the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/siterokucomrrokucomlink/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:12:38 »
Roku Streaming Device, you can watch the biggest content of channels on your TV, mobile, laptop, etc at https://sites.google.com/site/siterokurokucomlinkactivate/ . You can select your favorite channels with roku link put in code . Create your Roku account through the website given below.Roku gives the least complex approach to stream excitement to your https://sites.google.com/site/activaterrokurokucomlink/ TV . With a large number of accessible channels roku tv link code location visit here https://sites.google.com/site/enterrokulinkcodeintv/ for more subtleties.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:13:33 »
Roku gives the least complex approach to stream excitement to your https://sites.google.com/site/rokucomlinkstv/ TV . With a large number of accessible channels roku tv link code location visit here for more subtleties.Sign in to your Roku account and then https://sites.google.com/site/activaterokucomlinks/ . A Roku account gives you access to an amazing selection of movies, TV shows, music and more from the https://sites.google.com/site/enterrokuactivationlinkcodes/ Channel Store.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:15:35 »
Sign in to your Roku account and then https://sites.google.com/site/linkcodesroku/. A Roku account gives you access to an amazing selection of movies, TV shows, music and more from the activate my roku code Channel Store.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/myrokulinkscode/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. My https://sites.google.com/site/activatelinkcodesroku/ not working utilize new Roku code
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:15:55 »
Roku provides the simplest way to stream entertainment on your TV . https://sites.google.com/site/rokucomlinkactivationcodes/ You can watch TV shows and movies online on roku activation code entry . With thousands of available channels https://sites.google.com/site/rokucomlinkactivatecodes/ visit here for more details.Roku empowers you to watch free and paid video content on your TV by methods for the Internet. For Activating Roku, go to https://sites.google.com/site/streamrokucomlinks/ record enter Roku com association code appeared on Roku TV.
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:16:39 »
Watch TV shows and movies online at https://sites.google.com/site/entersokuactivationcode/ . Stream TV episodes of South Park, Empire, SNL, Modern Family, and popular movies on your favorite devices. Start your roku.com/link from roku now.Initiate Roku tv, go to https://sites.google.com/site/codesrokuactivation/ record enter Roku com connection code showed on Roku TV. My roku com connect not working utilize new Roku code
บันทึกการเข้า

mahi01

  • Hero Member
  • *****
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1291
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสัมมนา วิ.แพ่ง อ.ประเสริฐ
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2020, 13:17:34 »
The need for having a trusted antivirus like https://sites.google.com/site/urlnortoncomsetupcode/ is increasing. As a measure of data protection, not only companies but also every person is now relying on antivirus programs that can be obtained at the https://sites.google.com/site/urlnortoncomsetupactivatekey/ with product key page.Norton keeps your PC's free from various malicious activities and threats to make your PC's viruses free download https://sites.google.com/site/urlnortonnortoncomsetupnorton/
บันทึกการเข้า
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.27 วินาที กับ 23 คำสั่ง