ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)  (อ่าน 27018 ครั้ง)

sun237

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 2
  • กระทู้: 30
    • ดูรายละเอียด
สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2010, 22:46:25 »
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
-สิทธิของผู้เสียหาย -ม.8 ว.3 ตรวจคัดสำเนา
-ม.34 อัยการสั่งไม่ฟ้องไม่ตัดสิทธิ์
-ฟ้องคดีอาญา คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา อุทธรณ์ ฎีกา ถอนฟ้อง ร้องทุกข์
-สิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา
-การกระทำผิดอาญาส่วนใหญ่ เป็นการละเมิดอยู่ในตัวเอง ซึ่งก่อให้เกิดการเรียกร้องค่าเสียหายได้
มาตรา 43 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 9 ฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายเมื่ออัยการฟ้องร้อง
ผู้ต้องหากฎหมายกำหนดให้อัยการขอท้ายฟ้องให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์
-ผู้เสียหายฟ้องเองได้ทุกฐานความผิด ตามหลักทั่วไปของคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ม.40 โดย
สามารถฟ้องยังศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีอาญาได้
-ออกเช็คชำระหนี้ แม้ไม่ผิดอาญา ผู้ทรงเช็คก็สามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้เลยโดยไม่ต้องคำนึงใน
คดีอาญา
-มีการเพิ่มเติมหลักในมาตรา 44/1 เพื่อเยียวยาผู้เสียหายในกรณีมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพราะ
ได้รับอันตรายแก่ชีวิตร่างกายหรือเสื่อเสียเสรีภาพ โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งใหม่ เพียงยื่นคำร้อง
เข้าไปในคดีอาญาแต่ต้องก่อนเริ่มสืบพยาน
-***ฎ.1449/2549 อัยการฟ้องจำเลยคดีอาญาฐานฉ้อโกงและตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครอง
แรงงาน และขอให้จำเลยคืนเงินที่ฉ้อโกงแก่ผู้เสียหาย โดยข้อกล่าวหาเรื่องฉ้อโกงหาว่าจัดหางานให้
ผู้เสียหายไปต่างประเทศ ผู้เสียหายได้เสียเงินให้จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยผิดทั้งสองข้อหา
แต่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท บทหนักคือ พ.ร.บ.จัดหางานฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย
คืนเงินให้ผู้เสียหายทั้งสาม คดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้จะเป็นการปรับบทลงโทษให้
จำคุกจำเลยตามบทหนัก ไม่ได้ลงโทษฐานฉ้อโกงตาม ป.อาญา ม.361 ก็ตาม ก็ยังถือว่าเข้าหลักในวิ
อาญา ม.43 อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจำเลยคืนเงินที่ได้ไปจากผู้เสียหายได้ โดยพิจารณาจากคำ
ฟ้องเป็นหลัก ระหว่างฎีกาเมื่อผู้เสียหายที่ 1,2 ถอนคำร้องทุกข์ สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องเฉพาะ
ผู้เสียหายที่ 1,2 ระงับเฉพาะฐานฉ้อโกงเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางแพ่งที่ศาลอุทธรณ์ยืนตาม
ศาลชั้นต้นให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1,2 นั้นย่อมสิ้นสุดไปด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจให้ผู้ต้องหาคืน
เงินให้ผู้เสียหายที่ 1,2 จึงฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นให้จำเลยคืนเงินให้ผู้เสียหายที่ 3 เพียงคนเดียว
-ฎ.3170/2549 ฟ้องฐานพยายามฆ่าตาม ม.288+80 ซึ่งมีโทษสองในสามของฐานฆ่า แต่พิจารณา
ได้ความว่าผิดฐานทำรายร่างกายตาม ม.295 กรณีเช่นนี้จะอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่
ต้องพิจารณาจากอัตราโทษตามคำฟ้อง ไม่ใช่ตามที่ศาลชั้นต้นพิจารณาได้ความ
-สิทธิของผู้ถูกจับผู้ต้องหา
-ได้รับการแจ้งสิทธิตาม ม.7/1
-ม.134 ว.3,4 ได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม เปิด
โอกาสให้แก้ข้อกล่าวหา
-ม.134/1 ได้รับการจัดหาทนายความ
-ม.134/3 ให้ทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ
-ม.134/4 ได้รับแจ้งก่อนถามคำให้การ
-ม.135 ให้การด้วยความสมัครใจ
-ม.83 จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้
-สิทธิของจำเลย -สิทธิตาม ม.8 (1)-(6)
-ม.172 ว.2 ให้การหรือไม่ให้การ หรือให้การอย่างไรก็ได้
-สิทธิของพยาน -พยานบางประเภทไม่ต้องสาบานตนก่อนให้การ
-ไม่ต้องมาศาล
-มาศาลไม่ต้องสาบาน
-ไม่ยอมตอบคำถามบางเรื่อง
ตาม ม.234
-เหตุที่จะออกหมายจับและหมายขัง เป็นอย่างเดียวกัน เพราะ ม.71 บอกว่าเมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้วในระยะเวลาใดๆระหว่างการสอบสวนไต่สวนมูลห้องหรือพิจารณาคดี ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ก็ได้ตาม ม.87,88 และนำบทบัญญัติ ม.66(เรื่องเหตุที่จะออกหมายจับ)มาใช้ ซึ่งหมายความว่าจะออกหมายขังได้ต้องมีเหตุที่จะออกหมายจับได้
-กรณีมีการควบคุมตามระยะเวลาในมาตรา 87 ถ้ายังฟ้องผู้ต้องหาไม่ได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ศาลต้องออกหมายปล่อย แต่บุคคลนั้นก็ยังเป็นผู้ต้องหาในคดีนั้นอยู่(ม.72 อนุ 4 ศาลจะออกหมายปล่อยเมื่ออัยการไม่ฟ้องผู้ต้องหาในเวลาที่ศาลกำหนด) แต่หากเมื่ออัยการต้องการฟ้องเมื่อใดก็สามารถนำตัวไปฟ้องได้และควบคุมได้เท่าเวลาที่จะนำตัวไปฟ้องเท่านั้น จะอ้างว่าสอบสวนไม่เสร็จหรือสอบสวนพยานเพิ่มเติมไม่ได้ เพราะเท่ากับเป็นการยืดระยะเวลาในการควบคุมผู้ต้องหาตามม.87 อันจะเป็นผลร้ายแก่ผู้ต้องหา
-ฎ.3502/2542 แม้เหตุผลที่ฝากขังแต่ละครั้งจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เมื่อศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขังไปแล้ว จะร้องขอให้เพิกถอนการฝากขังไม่ได้
***ต้องท่องจำตัวบท เรื่องเหตุที่จะออกหมายค้น ม.69 และเหตุที่จะออกหมายจับตาม ม.66 ให้ได้
ม.69 เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้
(1) เพื่อพบและยึดสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
(2) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
(3) เพื่อพบและช่วยเหลือบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(4) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายจับ
(5) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่พบและยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว
ม.66 เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีหลักฐานตามสมควร ว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงสามปี หรือ
(2) เมื่อมีหลักฐานตามสมควร ว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัด โดยไม่มีข้อแก้ตัวตามสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นจะหลบหนี
-ถ้อยคำของผู้ถูกจับ
-ม.84 ว.4 น่าออกข้อสอบ เรื่องถ้อยคำใดๆของผู้ถูกจับที่ให้กับเจ้าพนักงานผู้จับ หรือรับมอบตัว ถ้าเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าทำผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
-อย่าลืมว่าชั้นจับและรับมอบตัวเท่านั้น แต่ชั้นสอบสวนที่รับกับพนักงานสอบสวน และในชั้นศาลรับฟังได้ และศาลชั้นต้นเท่านั้น เพราะถ้าปฏิเสธในศาลชั้นต้น แต่เปลี่ยนไปรับชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้เพราะจะเป็นการแก้ไขคำให้การซึ่งทำไม่ได้
-การห้ามรับฟังดังกล่าวเป็นการห้ามที่เด็ดขาดเพื่อตัดปัญหาในการบังคับให้รับสารภาพ แต่ที่จริงการรับด้วยความสมัครใจขณะถูกจับซึ่งยังไม่ได้มีเวลาปั้นแต่งน่าจะเป็นความจริงมากกว่า ส่วนถ้อยคำอื่นฟังได้ถ้ามีการแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ถูกจับตาม ม.7/1 แล้ว
-ถ้อยคำของผู้ต้องหา ชั้นสอบสวนมีความสำคัญโดยเฉพาะที่แก้ไขใหม่
ถ้อยคำที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวนรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่มีหลักเกณฑ์เป็นอย่างไร
-ม.134/4 วรรคท้าย ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้กับ พงส.ฟังไม่ได้ถ้าไม่มีการแจ้งสิทธิตาม ม.134/4ว.1
1)ให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ถ้าให้การถ้อยคำใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาได้
2)มีสิทธิให้ทนายหรือผู้ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำ
3)การจัดหาทนายความให้กับผู้ต้องหามีโทษประหารชีวิตและผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18ปี หรือคดี
ทั่วไปที่มีโทษจำคุกและจำเลยต้องการทนาย
4)การสอบสวนเด็กและการชี้ตัวบุคคล(ไม่รวมการชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ)ทำใน
สถานที่เหมาะสมและต่อหน้าสหวิชาชีพและบันทึกภาพ
-ม.87 จะควบคุมผู้ถูกจับเกินความจำเป็นไม่ได้ โดยเฉพาะคดีลหุโทษควบคุมไว้เท่าที่จะถามชื่อที่อยู่และคำให้การเท่านั้น และหลักเกณฑ์การควบคุม
1.ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
2.มีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน หรือฟ้องคดี
3.นำผู้ถูกจับไปศาลใน 48 ชม.นับแต่ผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของ พงส.(เส้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอันมิอาจก้าวล่วงได้เช่นน้ำท่วมทางขาดเป็นต้น)
4.เมื่อพาไปศาลให้ศาลออกหมายขัง 7 วันในโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน , ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 48 วันในคดีโทษอย่างสูงจำคุกเกิน 6 เดือน ไม่ถึง 10 ปี , ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 84 วัน ในคดีมีโทษจำคุก 10 ปี
ขึ้นไปและต้องนำพยานมาให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจด้วยตั้งแต่ผลัดที่ 5 ไป
-ศาลอนุญาตให้ขังไม่เต็ม หรือไม่อนุญาตให้ขัง อุทธรณ์ไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้
ฎ.1125/2496 ตาม ม.87 ที่บัญญัติให้ศาลขังผู้ต้องหาตามระยะเวลาเป็นขั้นๆนั้นเพื่อคุ้มครองผู้ต้องหาไม่ให้ขังนานเกินสมควรแก่เหตุและความจำเป็น เมื่อศาลไมออกหมายขังให้อีกต่อไป และเจ้าพนักงานก็สามารถฟ้องร้องผู้ต้องหาได้อยู่แล้วถ้าคดีมีมูล เมื่อศาลไม่อนุญาตก็ต้องปล่อยผู้ต้องหาไป
ฎ.398/2531 การที่ พงส.รับตัวผู้ต้องหาไว้และควบคุมไม่ชอบด้วย ม.87 เป็นการควบคุมที่ผิดกฎหมาย บุคคลตาม ม.90 ยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะพ้นจากฐานะ
ผู้ต้องหา
ฎ.1991/2535 พงส.ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อโดยอ้างว่ายังมีต้องสอบสวนปากคำพยานอีกหลายปาก
แต่ความจริงสอบปากคำไปหมดแล้ว และศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขัง ก็เป็นเพียงรายละเอียดการยื่นคำร้อง ก็หาทำให้การขังไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดไม่
บทคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกคุมขัง เมื่ออ้างว่าคุมขังโดยไม่ชอบ
-ม.90 เป็นเรื่องรวมทุกกรณีที่อ้างว่าถูกควบคุมหรือถูกขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลใดก็ตาม ซึ่งบุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อยคือ
1.ผู้ถูกคุมขัง
2.อัยการ
3.พนักงานสอบสวน
4.ผบ.เรือนจำหรือพัศดี
5.สามี ภรรยา หรือญาติของผู้ถูกคุมขัง หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง
-คำว่าคุมขัง ไม่มีในบทวิเคราะห์ศัพท์ แต่หมายถึงการควบคุม หรือ ขัง หรือกักขัง หรือคุมตัวหรือจำขัง หรือจำคุก
-ศาลไต่สวนโดยด่วน/ผู้คุมขังต้องนำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน/ได้ความตามคำร้องศาลสั่งปล่อยในทันที
-ฎ1200/2504 การควบคุมหรือขังตามม.90 การควบคุมอาจเกิดจากการกระทำของบุคคลธรรมดาก็ได้
-ฎ 155/2506 ศาลยุติธรรมตามพระธรรมนูญศาลฯและศาลทหารตามพระธรรมนูญศาลทหารต่างก็มีฐานะ
ใช้อำนาจตุลาการเช่นเดียวกัน จึงต่างไม่มีอำนาจเหนือกัน ฉะนั้นศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจสั่งให้ปล่อยตัวบุคคลที่ศาลทหารในเวลาไม่ปกติได้ออกหมายขังไว้ได้ ผู้ลงชื่อในหมายขังของศาลหาใช่กระทำในนามส่วนตัวไม่ แต่กระทำในนามของศาลและใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ถือว่าศาลเป็นผู้ก่อให้เกิดการขังนั้นขึ้น
ตาม ม.90 นั้น ให้ศาลหมายเรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นที่ก่อให้เกิดการควบคุมหรือขังที่อ้างว่าไม่ชอบเท่านั้น จะขยายความออกไปให้ศาลหมายเรียกศาลด้วยกันไม่ได้
-ตาม(5) ตอนท้ายบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง ที่จะร้องได้อันแสดงให้เห็นถึงกฎหมายเปิดกว้างมากไม่ใช่เฉพาะสามีภรรยาหรือญาติเท่านั้น ดังนั้นองค์กรสิทธิมนุษยชนก็ร้องขอตาม ม.90 ได้
-ฎ.7116/2544 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้น จับและคุมขังผู้ร้องมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าตัวผู้ร้องได้ร้องในเรื่องนี้หลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นในเรื่องที่ผู้ร้องถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ ซึ่งศาลได้ออกหมายขังผู้ร้องไว้ระหว่างการพิจารณา แม้การคุมขังผู้ร้องที่ผ่านมาของตำรวจจะไม่ชอบ แต่ได้สิ้นสุดไปแล้ว การขังโดยชอบกระทำโดยศาลตั้งแต่วันเวลาที่ศาลประทับรับฟ้องไว้แล้ว เมื่อการคุมขังไม่ชอบล่วงพ้นไปแล้วคำร้องก็ตกไป
-ฎ.814/2522 การอ้างว่าบุคคลใดถูกคุมขังโดยมิชอบและขอให้ปล่อยนั้น บุคคลนั้นต้องถูกควบคุมหรือขัง
อยู่ถ้าได้รับการปล่อยตัวไปแล้วสิทธิในการร้องขอนั้นย่อมระงับสิ้นไป
การประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย
ไม่ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยจะกระทำผิดฐานใดมีโทษเท่าใดก็ตามก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้โดยผู้นั้นเองหรือผู้อื่นก็ได้ ซึ่งมีการปล่อย 3 ประเภทด้วยกันคือ
1.ปล่อยโดยไม่มีประกัน (ไม่ทำสัญญาประกัน เพียงสาบานตนหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือตามหมายเรียก)
2.ปล่อยโดยมีประกัน(มีสัญญาประกัน)
3.ปล่อยโดยมีประกันและหลักประกัน(ทำสัญญาประกันและวางหลักทรัพย์เป็นประกัน หลักประกันมี 3 ประเภท ตาม ม.114 คือเงินสด,หลักทรัพย์และบุคคล
ม.110 คดีอาญามีโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 5 ปี ปล่อยชั่วคราวต้องมีประกัน ส่วนจะมีหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่จะเรียนหลักประกันเกินสมควรไม่ได้
ยื่นต่อใคร
1.ผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้ฟ้อง-ยื่นต่อ พงส.หรืออัยการแล้วแต่กรณี
2.ผู้ต้องหาที่ยังไม่ฟ้องแต่ถูกควบคุมตามหมายขังของศาล(อยุ่ระหว่างฝากขัง)-ยื่นต่อศาลที่ออกหมายขังนั้น
3.จำเลยที่ถูกฟ้องแล้ว-ยื่นต่อศาลที่ชำระคดี
4.อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วแต่ยังไม่ยื่นอุทธรณ์-ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษานั้น
5.ถ้าศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลสูงแล้ว-ยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา(ศษลชั้นต้นรับแล้วส่งต่อศาลสูง)
ม.107
1.ผู้รับคำร้องต้องสั่งอย่างรวดเร็ว
2.ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคน พึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ถ้าไม่อนุญาตต้องมีเหตุผลพิเศษตาม ม.
108/1
3.คำสั่งให้ปล่อยผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามคำสั่งโดยทันที
ม.119 ทวิ
-กรณีศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ร้องขอมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งได้
-คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตยืนตามศาลชั้นต้นเป็นที่สุด
-แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องใหม่
-ฎ.539/2536 ม.113 ว.1 มีความหมายว่าระหว่างสอบสวน พงส.,อัยการ มีอำนาจปล่อยชั่วคราวอย่างสูง
รวมกันไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันแรกที่มีการปล่อย เมื่อพ้นกำหนดเวลาหกเดือนแล้ว พงส.หรืออัยการแล้วแต่กรณีไม่มีอำนาจควบคุมผิต้องหาเท่านั้น หากสอบสวนเสร็จแล้วก็ดำเนินการต่อไปได้ แม้การที่ผู้ต้องหาพ้นจากการควบคุม ก็ไม่เป็นเหตุให้ พงส.,อัยการไม่มีอำนาจนำตัวมาศาลแล้วขอหมายขังต่อไป ไม่เกี่ยวกับการสอบสวนชอบหือไม่ชอบแต่อย่างใด การไม่ปฏิบัติตาม ม.113 ว.2 ก็ไม่มี กม.ห้ามอัยการฟ้องคดีแต่อย่างใด
-ชั้นสอบสวน และชั้นอัยการเมื่อมีการผิดสัญญาประกันต้องมีการฟ้องร้องบังคับตามสัญญาประกัน แต่ชั้นศาลไม่ต้องศาลมีอำนาจสั่งปรับตามสัญญาประกันไปได้เลย
-ถ้ามีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาพ้นจากความรับผิดทางอาญาโดยสิ้นเชิง ซึ่งพนักงานอัยการต้องสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหานั้น แต่เมื่อนายประกันได้ผิดสัญญาประกัน ก็ยังต้องรับผิดทางแพ่ง หาพ้นความรับผิดไม่ (ดูฎีกา 4268/2523)
-ฎ.5476/2537 ล่ามไม่สาบานตนในชั้นสอบสวนผู้ต้องหา รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้เท่านั้น มิทำให้
การสอบสวนผู้ต้องหาไม่ชอบ อัยการจึงมีอำนาจฟ้อง
สิทธิของผู้ต้องหา
1.ม.7/1 มีสิทธิ ก) แจ้งหรือขอให้แจ้งญาติทราบการถูกจับ และทราบสถานที่ควบคุม
ข) พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนาย,ให้ทนายเข้าฟังการสอบสวนปากคำ,ได้รับการเยี่ยมตามสมควร,ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย การมอบตัวก็เช่นกัน
2.ได้รับการปล่อยชั่วคราว ม.106,107
3.ทนายความ ม.134/1,134/3,134/4,
4.ให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ม.134/1(1)
5.สิทธิทีจะให้การด้วยการไม่ถูกบังคับขู่เข็ญหรือใช้กำลังบังคับตาม ม.135
6.ไม่ให้ พงส.เปรียบเทียบปรับ ม.38
7.ได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรมตาม ม.134 ว.3
8.รับทราบพยานหลักฐานพร้อมความเห็นของอัยการตาม 146ว.2
9.ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว ม.90
การสอบสวนเป็นเงื่อนไขของการฟ้องร้อง
1.ไม่มีการสอบสวน มีการสอบสวนแต่สอบสวนไม่ชอบ เป็นเหตุให้อัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ม.120
2.การสอบสวนโดยชอบ(ต้องครบทุกประการ)
2.1 ทำโดยเจ้าพนักงานที่ กม.ให้อำนาจและหน้าที่สอบสวนคดีอาญา-ม.2(6)
2.2 พงส.มีเขตอำนาจที่จะสอบสวนในคดีนั้นได้(เป็น พงส.ผู้รับผิดชอบด้วย) ม.18-21
2.3 การสอบสวนดำเนินการไปถูกต้องตาม ป.วิอาญา(อยู่ในดุลยพินิจของ พงส.ผู้รับผิดชอบว่าการสอบสวนเสร็จแล้วตาม ม.140 ซึ่งเมื่อใด กม.ไม่ได้ระบุ ว่าให้ทำการสอบสวนมากน้อยเท่าใด ดู ฎ.1907/2494 แม้ไม่มีการสอบสวนปากคำเจ้าทรัพย์ในคดีปล้น แต่ได้มีการสอบสวนปากคำพยานอื่น ผู้ต้องหา และจำนวนทรัพย์ที่เสียหายแล้ว ก็ถือว่าการสอบสวนที่ชอบแล้ว
-แต่ไม่ได้แจ้งข้อหา(ม.134) หรือสอบสวนปากคำผู้ต้องหาไม่ได้ทำ ไม่ถือว่าคดีนั้นมีการสอบสวนแล้ว กรณีความผิดหลายฐานก็ต้องมีการแจ้งข้อหาและสอบสวนผู้ต้องหาทุกฐาน อัยการจึงจะมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหานั้นๆได้
-ฎ.4080/2540 การร้องทุกข์ ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องระบุฐานความผิด หรือระบุตัวผู้กระทำผิดเพียงอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดอาญาและประสงค์ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อ้าง ม.121 ว.1,ว.2,123,14
-การสอบสวนจะทำที่ใดก็ได้ ตาม ม.130
-พงส.เคยถูกฟ้องอาญาฐานรับรองหรือทำเอกสารอันเป็นเท็จ กรณีเดินไปไปจดปากคำผู้บาดเจ็บที่ รพ.
แล้วมาพิมพ์ลงในแบบพิมพ์คำให้การโดยระบุว่าสอบสวนที่ สภ.อ.....ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หากฟังได้ว่า
พงส.ได้ไปซักถามปากคำที่ รพ.แล้ว การสอบสวนนั้นไม่เสียไป และ พงส.ก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง
-การสอบสวนของ พงส.ไม่จำเป็นต้องมีผู้ต้องหาอยู่ด้วยในการอบสวน เหมือนการพิจารณาคดีชั้นศาล ดู วิอาญา ม.130 ว.ท้ายประกอบกับ ม.172 ว.1 แต่บางครั้งต้องมีผู้ต้องหาอยู่ด้วยเช่นการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ,การชี้ตัวผู้ต้องหา และการนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดของกลางในคดี เป็นต้น
-พนักงานตำรวจที่มีตำแหน่งหน้าที่สอบสวน สามารถทำการสอบสวนได้ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงที่ พงส.นั้นเข้าเวร และแบ่งเวรตามวันเวลาเป็นการบริหารงานภายในที่หัวหน้า พงส.จัดเมท่านั้น การที่ พงส.ในท้องที่นั้นรับคำร้องทุกข์ขณะที่ตนเองไม่ได้เข้าเวร การสอบสวนนั้นก็ชอบด้วยกฎหมาย
-อำนาจของ พงส.โดยเฉพาะ ดู ม.132,133
1.ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายยินยอม ตรวจตัวผู้ต้องหา(กม.ไม่ได้เขียนว่าต้องให้ผู้ต้องหายินยอมหรือไม่ ดังนั้นแม้ผู้ต้องหาไม่ยินยอมก็ทำได้) แต่จะบังคับให้ผู้ต้องหาเขียนหรือลงชื่อไม่ได้ ฎ.1368/2500
พงส.ไม่มีอำนาจบังคับผู้ต้องหาให้เขียนชื่อ เมื่อไม่เขียนก็ไม่ผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
(2) ค้น ตามกฎหมายว่าด้วยการค้น
(3) หมายเรียกบุคคลเพื่อให้ส่งสิ่งของ
(4) ยึดสิ่งของฯ
-ดูประกาศ คปค.ฉบับที่ 25 ด้วย
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหน้าที่ของผู้ต้องหาในคดีอาญา ให้พิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมาย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา มีหน้าที่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือ หรือลายเท้า ตามคำสั่งของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2549
-การที่ พงส.ให้เจ้านักงานอื่นทำการแทน ม.128 และการส่งประเด็น ตาม ม………..
-สังเกต ม.133 ว.3 ห้าม พงส.ตักเตือนหรือพูดให้ท้อใจ หรือใช้อุบายเพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดให้ถ้อยคำ
ด้วยความไม่สมัครใจ
-ย้ำว่าถ้าไม่ได้มีการสอบสวนผู้ต้องหาหรือแจ้งข้อหาถือว่าคดีนั้นไม่มีการสอบสวน อัยการไม่มีอำนาจฟ้องศาลต้นยกฟ้องในข้อหานั้นๆ อ้าง ม.120 และ134
-พงส.ต้องให้โอกาสผู้ต้องหาในการแก้ข้อกล่าวหา อ้างพยานหลักฐานฝ่ายตน ดู ม.131 และ 134 ว.4
-การสอบสวนต้องทำโดย 1)รวดเร็ว 2)ต่อเนื่อง 3)เป็นธรรม
-ฎ.430/2546 แม้รัฐธรรมนูญจบัญญัติว่าการสอบสวนต้องกระทำด้วยความรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม ก็ตาม การที่ พงส.เพิ่งได้เริ่มทำการสอบสวนความผิดฐานมียาเสพติด ขณะผู้ต้องหาถูกขังอยู่ที่เรือนจำในคดีอื่นหลังเกิดเหตุเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง การสอบสวนก็ยังชอบด้วยกฎหมาย
-ม.134 การแจ้งอธิบายข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาได้เข้าใจนั้น เทียบเคียงกับการฟ้องให้พอที่ผู้ต้องหาไม่หลงข้อต่อสู้โดยไม่จำเป็นต้องอ้างเลขมาตราตัวบทและชื่อกฎหมายแต่อย่างใด และกรณีการกระทำของผู้ต้องหาเพียงครั้งเดียว แต่ผิดตามกฎหมายหลายฉบับเมื่อ พงส.ได้แจ้งและอธิบายกฎหมายหนึ่งแล้วก็ถือว่าชอบแล้ว ดูเทียบเคียง ฎ.7628/2541
-ม.134 ว.5 เมื่ออ่านให้ละเอียดและตีความให้ดี จะรู้และยืนยันได้ว่าการแจ้งข้อหา มิใช่การจับ เมื่อผู้ที่ถูกกล่าวหามามอบตัว หรือปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อกล่าวหาได้ต้องเป็นกรณีมีพยานหลักฐานตามสมควรที่จะกล่าวหาผู้นั้นว่ากระทำผิดอาญา ตาม ม.134 ว.2 ด้วย แต่ถ้ามีเหตุที่จะออกหมายขังได้(กรณีไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีการออกหมายจับ) ตาม ม.71(ดู ม.66ประกอบ) พงส.มีอำนาจตาม ม.นี้และนำม.87มาใช้บังคับด้วย
-ม.135 คำให้การที่ได้จากคำมั่นสัญญาหรือการบังคับขู่เข็ญหรือทรมาน จะรับฟังไม่ได้ตาม ม.226 แม้การ
สอบสวนจะไม่เสียไปทั้งหมดก็ตาม ฎ.5294/2549 การฝ่าฝืน ม.133 ทวิ รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้(การสอบสวนไม่เสีย)
วันปิดคอสสิทธิมนุษยชน
-ออกสอบ 1 ข้อ ในกลุ่มการค้นและการจับ
-ม.57 ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับ ม.78,79,80,92,94
-การค้นในที่รโหฐานต้องมีหมายหรือคำสั่งศาล การค้นเพื่อพบคนและสิ่งของ(ม.98)
-ม.81 ห้ามจับในที่รโหฐานเว้นแต่.........ปฏิบัติว่าด้วยการค้นที่รโหฐาน.........โยง ม.92
-ม.92 ห้ามค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายหรือคำสั่งศาล เว้นแต่......................พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ(ทุกระดับชั้น ดูความหมายใน ม.2 (16) ในกรณีดังต่อไปนี้ .....ดู ม.78,79,80 ประกอบ
-เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากในที่รโหฐาน.......
-เมื่อผิดซึ่งหน้ากำลังทำลงในที่รโหฐาน........(ซึ่งหน้าตำรวจผู้จับ)
-ซึ่งหน้าและกำลังถูกไล่จับหนีเข้าไป...................
-เมื่อมีพยานหลักฐานว่าสิ่งของมีไว้เป็นความผิด.................ทั้งเนิ่นช้าจะถูกโยกย้ายหรือทำลาย.....
-ที่รโหฐานผู้ถูกจับเป็นเจ้าบ้านแลการจับมีหมายจับหรือจับตาม ม.78
-ม.96 ค้นที่รโหฐานระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก เว้นแต่...
-ต่อเนื่อง
-ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง
-ค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญและได้รับอนุญาตเป็นพิเศษตามข้อบังคับประธานศาลฎีกาให้ค้น
กลางคืนได้
-ม.93 ห้ามค้นที่สาธารณะเว้นแต่
-เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และ
-มีเหตุอันควรสงสัย......
-ม.78 พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดไม่ได้เว้นแต่
-ความผิดซึ่งหน้าตาม ม.80
-พบโดยมีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าก่อเหตุโดยมีเครื่องมืออาวุธหรือวัตถุ......
-มีเหตุจะออกหมายจับตาม ม.66(2) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วน....
-นายประกันจับลูกประกันตาม ม.117
-เทียบข้อความ ม.78(2) กับ ม.80(2)
-ม.80 ความผิดซึ่งหน้าคือ
1.ความผิดที่เจ้าพนักงานผู้จับเห็นกำลังกระทำหรือในอาการที่แทบจะไม่สงสัยเลยว่าทำผิดมาสดๆ
2.ความผิดตามฐานต่างๆในท้ายวิอาญา โดย
-ถูกไล่จับดังผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ
-แทบจะทันทีทันใดหลังทำผิดในที่ใกล้เคียงนั้นโดยมีสิ่งของได้จากทำผิด มีเครื่องมือหรือ
อาวุธหรือร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวผู้นั้น
-ม.66 เหตุที่จะออกหมายจับ เน้น (2) โยง 78(3)
-ราษฎรจับราษฎร ดู ม.79,82,78(4) ต้องเข้าเกณฑ์ ม.80 และความผิดซึ่งหน้านั้นต้องเป็นฐานความผิดท้าย
ป.วิอาญา
-ถ้าเจ้าของบ้านอนุญาตให้เจ้าพนักงานเข้าไป แล้วพบเห็นความผิดซึ่งหน้าก็จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้น และราษฎรก็จับได้ถ้าซึ่งหน้าในฐานตามบัญชีท้ายวิอาญา
-ม.90 ก็น่าออกสอบ
-รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ม.3 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคที่เคยได้รับความคุ้มครองตามจารีตประเพณีและตามพันธกรณีระหว่างประเทศย่อมได้รับความคุ้มครอง
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

kungsadarn065

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 07:22:13 »
thankkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk ka
บันทึกการเข้า

AkekungZ17

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 25
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2010, 09:12:25 »
 :) ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

Natthavaree Sreepratheep

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 19:27:25 »
ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า

kungsadarn065

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 13:42:04 »
thankkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk ka
บันทึกการเข้า

pattarajit

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 24
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 14:40:02 »
ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า

WA

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 28
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2011, 15:27:30 »
 :-* ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า

pattarajit

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 24
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2011, 09:21:58 »
ขอบคุณมากค่ะ :)
บันทึกการเข้า

louissy18

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 12:49:49 »
 ;D thank
บันทึกการเข้า

aunchalee

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 09:12:32 »
thank...
บันทึกการเข้า

gooten3

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 16:36:13 »
เก็บๆๆ ใกล้สอบละ ขอหน่อยนะครับ


ขอบคุณมากๆเลยครับ ท่าน จขกท.
บันทึกการเข้า

nujah

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 16:18:10 »
 :-* ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณณณณณณณณ
บันทึกการเข้า

pattarajit

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 24
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 11:41:42 »
ขอบคุณมากค่ะ ;)
บันทึกการเข้า

aom11

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 12
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 13:46:50 »
เทอมนี้เราเน้น  วิ.อาญา  ใครมีเราขอบางนะ.........ขอบคุณมากกกค่ะ :)
บันทึกการเข้า

apple123

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 21:23:11 »
ขอบคุณมากๆ น่ะค่ะ
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links

hanaka

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 19
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มีนาคม 29, 2011, 14:47:42 »
ขอบคุณมากครับ :-*
บันทึกการเข้า

pueng70

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 14:56:25 »
thanks naka k.sun 237 ;)
บันทึกการเข้า

POTAE

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 01, 2011, 21:59:30 »
thank you ka
บันทึกการเข้า

ขอนไม้

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2011, 01:39:26 »
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

delight1080

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 18
    • ดูรายละเอียด
Re: สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2019, 21:00:39 »
joker gaming มีเกมมากมายให้เลือกเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง!
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 24 คำสั่ง