ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

ผู้เขียน หัวข้อ: ธงอาญา65  (อ่าน 12707 ครั้ง)

kunchit

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด
ธงอาญา65
« เมื่อ: ตุลาคม 09, 2012, 08:44:30 »
ขอให้ทุกท่านโชคดนะครับ.....

 ::)    ธงคำตอบข้อสอบเนติบัณฑิต ภาค 1 สมัย 65 (อาญา)
ข้อ 1.                                                 
                                                           ธงคำตอบ

              นายใสและนายขาวเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ตรวจผลการทำงานและตรวจรับงานทำถนน ไม่ออกไปตรวจรับการก่อสร้าง แต่กลับทำเอกสารว่าตรวจรับแล้ว ผู้รับเหมาทำถนนแล้วเสร็จถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา  ทั้้งที่ความจริงถนนที่ทำเสร็จมีความยาวเพียง 1,024 เมตร ไม่ใช่ 1,350 เมตร ตามสัญญา  การกระทำดังกล่าวเป็นการทำเอกสารเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลดีงามที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างเกินไปจากผลงาน และทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดซื่อตรงได้ประโยชน์เป็นเงินส่วนเกินอันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย  นายใสและนายขาวจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ีทำเอกสารรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162(4) และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา 157

              นอกจากนี้ นายขาวซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ตรวจผลการทำงานและตรวจรับงานทำถนนให้องค์การบริหารส่วนตำบลดีงาม อันถือเป็นหน้าที่จัดการหรือดูแลการทำถนนนั้น  นำห้างหุ้นส่วนจำกัดซื่อตรงของนายขาวเข้าทำสัญญารับเหมาทำถนน ถือเป็นการเข้ามามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง เนื่องด้วยกิจการที่ตนเองมีหน้าที่จัดการหรือดูแล จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152  และการที่นายขาวแอบนำรถยนต์ขององค์การบริหารส่วนตำบลดีงามที่นายขาวมีหน้าที่จัดการดูแลรักษามาใช้ขนอุปกรณ์ทำถนนดังกล่าว จึงเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลดีงาม  นายขาวจึงมีความผิดตามมาตรา 151 ด้วย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 9368/2552)


ข้อ 2.
                                                          ธงคำตอบ

               นายแดงตะโกนห้ามมิให้นักว่ายน้ำคนอื่นๆว่ายน้ำไปช่วยคนตกน้ำ โดยบอกว่าตนจะไปช่วยเพียงคนเดียวก็พอแล้ว ทำให้คนอื่นๆเปลี่ยนใจไม่ว่ายน้ำไปช่วย  นายแดงจึงมีหน้าที่โดยเฉพาะที่จะต้องช่วย  การไม่ช่วยโดยปล่อยให้คนตกน้ำจมน้ำตาย ย่อมเป็นการกระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคท้าย จึงเป็นการฆ่าผู้อื่น  เมื่อนายแดงต้องการให้คนตกน้ำนั้นถึงแก่ความตาย แสดงว่ามีเจตนาฆ่าผู้นั้น  นายแดงจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288
               
               นายแดงเข้าใจว่านายขาวคนที่ตกน้ำคือนายเหลืองศัตรูของตน นายแดงจะยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลเป็นข้อแก้ตัวว่าไม่มีเจตนาไม่ได้ ทั้งนี้ ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 61 บัญญัติไว้

               แม้นายขาวคนที่ตกน้ำตายจะเป็นบิดาของนายแดงก็ตาม นายแดงก็ไม่ต้องได้รับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(1) ฐานฆ่าบุพการี เพราะนายแดงไม่รู้ว่าคนที่ตกน้ำเป็นบิดาของตน ทั้งนี้ ตามที่มาตรา 62 วรรคท้าย บัญญัติไว้ว่า บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น


ข้อ 3.
                                                          ธงคำตอบ

               นายจิตเอายาพิษใส่ในจานอาหารของนายใจ เป็นการปลอมปนอาหารเพื่อบุคคลอื่นเสพ โดยการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของนายใจ นายจิตมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236

               เมื่อนายใจตักอาหารใส่ปากเด็กหญิงแจ๋ว นายจิตก็มีความผิดดังกล่่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236 ต่อเด็กหญิงแจ๋วด้วย โดยเป็นการกระทำโดยพลาดตามมาตรา 60

               นายจิตเอายาพิษร้ายแรงใส่ในจานอาหารของนายใจแสดงว่ามีเจตนาฆ่านายใจ เมื่อเป็นการกระทำขั้นตอนสุดท้ายในการทำให้นายใจถึงแก่ความตาย จึงเป็นการกระทำที่ใกล้ชิดต่อผลคือความตายของนายใจ แต่เมื่อการกระทำไม่บรรลุผล นายจิตจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่านายใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80

               นายจิตเจตนาฆ่านายใจ แต่ผลของการกระทำไปเกิดแก่เด็กหญิงแจ๋วโดยพลาด นายจิตจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าเด็กหญิงแจ๋วโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,60 ประกอบมาตรา 80 ด้วย

               การที่นายจิตสำนึกผิดพาเด็กหญิงแจ๋วไปรักษาจนปลอดภัย ไม่ใช่การกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 เพราะขณะนั้นกำลังรอรถพยาบาลจะมารับเด็กหญิงแจ๋วไปรักษาอยู่แล้ว นายจิตจึงไม่ได้รับยกเว้นโทษในความผิดฐานพยายามฆ่า (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 3688/2541)


ข้อ 4.
                                                        ธงคำตอบ

               นายขาวทำเครื่องมือสำหรับปลอมเงินตราคือเหรียญห้าบาท ซึ่งเป็นเหรียญกระษาปณ์ซึ่งรัฐบาลออกใช้ และมีเครื่องมือเช่นว่านั้นเพื่อใช้ในการปลอมเหรียญห้าบาท นายขาวจึงมีความผิดฐานทำและมีเครื่องมือทำปลอมเงินตรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246   เมื่อนายขาวใช้เครื่องมือดังกล่าวทำเหรียญห้าบาทขึ้นมา จึงเป็นการทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราเหรียญห้าบาทอันเป็นเหรียญกระษาปณ์ซึ่งรัฐบาลออกใช้  นายขาวจึงมีความผิดฐานปลอมเงินตรา ตามมาตรา 240 อีกกระทงหนึ่ง   และการที่นายขาวตั้งใจว่าจะใช้เหรียญห้าบาทนั้นไปซื้อสิ่งของ แม้จะยังไม่ทันได้ใช้ก็เป็นการมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเหรียญห้าบาทปลอมที่นายขาวได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว นายขาวจึงมีความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอม ตามมาตรา 244 อีกกระทงหนึ่ง  แต่นายขาวเป็นผู้กระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ได้กระทำความผิดฐานทำและมีเครื่องมือทำปลอมเงินตรา และฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอม  จึงเป็นกรณีที่นายขาวกระทำความผิดตามมาตราอื่นอันเกี่ยวกับสิ่งที่ตนปลอมนั้นด้วย  ต้องลงโทษนายขาวฐานปลอมเงินตรา  ตามมาตรา 240 ประกอบมาตรา 248 กระทงเดียว(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 92/2521 ,2846/2519)


ข้อ 5.
                                                       ธงคำตอบ

                นายเก่งปีนเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางดึก โดยไม่มีผู้ใดนัดหมายหรืออนุญาตให้เข้าไป เป็นการเข้าไปโดยพลการ จึงเป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายเก่งมีความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364

                นายเก่งชวนนางสาวสดออกมาจากบ้าน แม้นางสาวสดจะยินยอมมาด้วย ก็ถือเป็นการพรากผู้เยาว์ไปจากการปกครองดูแลของนายเข้มและนางเขียวบิดามารดาแล้ว แต่ไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก เพราะนายเก่งมิได้พรากนางสาวสดไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร เพียงแต่ต้องการหารือเรื่องการตั้งครรภ์ของนางสาวสดเท่านั้น

                นายเก่งใช้กำลังทำร้ายนางสาวสด โดยเจตนาทำให้นางสาวสดแท้งลูก เมื่อเด็กคลอดออกมาโดยไม่มีชีวิตและเป็นเหตุให้นางสาวสดถึงแก่ความตาย นายเก่งมีความผิดฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงไม่ยินยอม และเป็นเหตุให้หญิงนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 303 วรรคสาม  เมื่อการทำแท้งเกิดจากการทำร้าย มิได้มีเจตนาฆ่า และเป็นเหตุให้นางสาวสดถึงแก่ความตาย นายเก่งจึงมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290 วรรคหนึ่ง อีกบทหนึ่งด้วย


ข้อ 6.
                                                       ธงคำตอบ

                กรณีที่นายจุกใช้กำลังประทุษร้ายแย่งสร้อยคอทองคำมาจากนางแต๋ว ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคหนึ่ง เพราะไม่มีเจตนาเอาสร้อยคอเป็นของตน เพียงต้องการเก็บรักษาไว้ไม่ให้นางแต๋วนำไปเล่นการพนัน (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่2188/2545)

                การที่นายจุกชกปากนางแต๋วอย่างแรงจนริมฝีปากแตก ถือว่านางแต๋วได้รับอันตรายแก่กาย นายจุกมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295  ส่วนกรณีการชกทำให้ฟันปลอมของนางแต๋วหักแตกกระจายไม่อาจใช้เคี้ยวอาหารได้นั้น เมื่อฟันปลอมเป็นเพียงทรัพย์มิใช่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย นายจุกจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 297  แต่นายจุกเล็งเห็นผลได้ว่าการชกนั้นจะถูกฟันปลอม นายจุกคงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358

                ส่วนที่นายจุกเอาทรัพย์ของนางแต๋วที่อยู่ในความครอบครองของตนไปยกให้นางสาวสมร เป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต นายจุกจึงมีความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก





ข้อ 7.
                                                      ธงคำตอบ

                (ก) เงินค่าเบี้ยเลี้ยงที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42(1) จะต้องเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งลูกจ้างได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตน และได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น  แต่ค่าเบี้ยเลี้ยงที่บริษัทจ่ายให้นายวีร์นั้นเป็นการเหมาจ่ายรายเดือน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับยกเว้นเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ดังนั้น นายวีร์จึงต้องนำเงินค่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่5330/2537 ,4842/2540)
                ส่วนเงินค่าเช่าบ้านที่บริษัทนายจ้างจ่ายให้ ถือเป็นประโยชน์ที่นายวีร์ซึ่งเป็นลูกจ้างได้รับ อันเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1)  ดังนั้น นายวีร์จึงต้องนำเงินค่าเช่้าบ้านมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

                (ข) ภาษีซื้อ หมายถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บ และหมายความรวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(18)(ก) จะมีสิทธิได้รับคืนต่อเมื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เมื่อนายวีร์ได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2554 ซึ่งมีผลทำให้นายวีร์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  นายวีร์จึงไม่มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 70,000 บาท ที่ชำระไปในขณะนำเข้าเปียโนมือสอง ซึ่งเป็นภาษีซื้อที่เกิดก่อนที่นายวีร์จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาขอคืนได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 3492/2549,10316/2550)

ข้อ 8.
                                                      ธงคำตอบ

                 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4)  นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

                 กรณีของนายดำ การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกเป็นเรื่องลากิจไม่ถูกต้อง ส่วนการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งหลังเป็นเรื่องลาป่วยไม่ถูกต้อง เป็นคนละเรื่องกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายดำครั้งหลัง จึงมิใช่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน  นอกจากนี้หนังสือเตือนในการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกของนายดำก็สิ้นผลบังคับไปแล้ว เพราะหนังสือเตือนมีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด มิใช่นับแต่วันที่นายจ้างออกหนังสือเตือน บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายดำโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 6910/2546)

                 กรณีของนายแดง แม้การที่นายแดงร้องตะโกนด่านายจันทร์และนายอังคารจะเป็นการกระทำต่อหัวหน้างานคนละคนกัน แต่ก็เป็นการกระทำผิดในเหตุเดียวกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายแดงครั้งหลังเป็นการกระทำผิดซ้ำกับการกระทำครั้งแรก แต่หนังสือยินยอมรับผิดของนายแดงที่รับว่า นายแดงได้กระทำผิดและจะปรับปรุงแก้ไขตนเอง จะไม่กระทำผิดอีกนั้น มิใช่หนังสือเตือนของนายจ้าง  ดังนั้น แม้นายแดงจะกระทำผิดครั้งหลังภายใน 1 ปี ก็ตาม ก็ไม่ถือว่านายแดงกระทำผิดซ้ำคำเตือน ฉะนั้น บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายแดงโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้เช่นเดียวกัน (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 7353/2544)


ข้อ 9.
                                                        ธงคำตอบ

                  (ก) แม้กรณีตามคำร้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะที่นายบุญมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายบุญมาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนเป็นเท็จ นายบุญมาย่อมต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่งเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 263 วรรคสอง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงมีคำพิพากษาให้นายบุญมาพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ อม.3/2555)

                  (ข) แม้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จในส่วนที่เป็นความผิดทางอาญาโดยชัดแจ้งก้ตาม แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 263 วรรคหนึ่ง มีองค์ประกอบเหมือนกันและบันทึกเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหมายเหตุระบุว่า ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอำนาจวินิจฉัยคดีประเภทนี้แทนศาลรัฐธรรมนูญเพราะจะต้องพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำผิดทางอาญา (เทียบคำิพิพากษาฎีกาที่ อม.12/2551) นอกจากนี้เมื่อให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยื่นคำร้องว่า นายบุญมาจงใจยื่นบัญชีฯเป็นเท็จ อันเป็นคำขอหลักหรือคำขอประธานแล้ว ในส่วนความผิดอาญาซึ่งเป็นคำขอรองหรือคำขออุปกรณ์ก็สมควรจะได้วินิจฉัยโดยศาลเดียวกัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วไม่ลักลั่น และไม่เกิดปัญหาคำวินิจฉัยขัดกัน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงมีอำนาจพิพากษาลงโทษนายบุญมาในคดีส่วนอาญาได้ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ อม.4/2555)


ข้อ 10.
                                                        ธงคำตอบ

                    สัญญาจ้างก่อสร้างปรับปรุงอาคารโรงแรมที่เทศบาลจะทำกับบริษัท เอ จำกัด แม้จะมีคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่ง ซึ่งได้แก่เทศบาล เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่โดยที่เทศบาลมิได้ประสงค์จะใช้อาคารโรงแรมเป็นเครื่องมือในการจัดทำบริการสาธารณะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน แต่เพื่อแสวงประโยชน์ในทางธุรกิจอันเป็นกิจกรรมทางพาณิชย์ สัญญาดังกล่าวจึงมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครองตามนัยบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นสัญญาทางแพ่ง ข้อโต้แย้งของเทศบาลประการแรกจึงฟังขึ้น(เทียบคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 1/2555)
   
                    แม้สัญญาที่หน่วยงานทางปกครองทำหรือจะทำกับบุคคลอื่นตามผลการประกวดราคาจะเป็นสัญญาทางแพ่งแต่ประกาศยกเลิกการประกวดราคาถือเป็นการสั่งยกเลิกกระบวนการพิจารณาคำเสนอ และเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "คำสั่งทางปกครอง" ในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การที่บริษัทเอ จำกัด เห็นว่าประกาศยกเลิกการประกวดราคาของเทศบาลไม่ชอบด้วยกฎหมายและนำคดีไปฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนประกาศดังกล่าว คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมาตรา 9 วรรคหนึ่ง(1)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 บัญญัติให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ต้องฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ไม่ใช่ศาลยุติธรรม ข้อโต้แย้งของเทศบาลประการที่สองจึงฟังไม่ขึ้น
 








ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


บันทึกการเข้า

NickkY37

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ธงอาญา65
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 00:03:52 »
ชอบตรงนี้   "ธงคำตอบ"
บันทึกการเข้า

madricsusu

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ธงอาญา65
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 29, 2014, 23:22:28 »
น่าติดตามเหมือนกันนะครับ
บันทึกการเข้า

kocncok

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: ธงอาญา65
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2014, 10:18:09 »
เป็นข้อมูลที่ดีมากๆเลย
บันทึกการเข้า

Asmorba

  • Newbie
  • *
  • คะแนนความดี: 0
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
Re: ธงอาญา65
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2015, 11:12:28 »
อ่านแล้วเพลินและดีมากเลย
บันทึกการเข้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
 

อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.09 วินาที กับ 22 คำสั่ง