ไทยจัดจ์

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Facebook Page thaijudge

ข่าว:

ไทยจัดจ์ ปรึกษากฎหมายฟรี กระดาน ถาม ตอบ กระทู้ ปัญหา กฎหมาย ชุมชน กฎหมาย เนติบัณฑิต นิติศาสตร์ นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ติว เตรียมสอบ เนติบัณฑิต ตั๋วทนาย อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปรึกษากฎหมายฟรี สมัครสมาชิกจึงมองเห็นไฟล์แนบ วิธีสมัครสมาชิก ตั้งกระทู้ ค้นกฎหมาย ค้นฎีกา  

แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - sun237
หน้า: [1]
1  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: ขอธงคำตอบตามคำถามครับ สงสัยว่า เป็น ชิง หรือ ลัก เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2010, 00:06:43
เข้าใจแล้วครับ ถือว่าเป็นตัวการร่วม ขอบคุณมากครับ
2  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา / Re: เสียงอ่านตัวบท ปวิ อาญา ครับ เมื่อ: ตุลาคม 17, 2010, 11:23:25
ขอ ไฟล์เสียงวิแพ่ง ด้วยคับ

จัดให้ครับ http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=27D38F55C0[CHYKZ[MG6QTLEHQE5FN
3  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ / Re: ขอสรุปประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของประมวลแพ่งหน่อยคับ เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 10:45:59
 :'(ขอบคุณครับ
4  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา / สรุปสิทธิมนุษยชน (ย่อๆครับ) เมื่อ: ตุลาคม 13, 2010, 22:46:25
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
-สิทธิของผู้เสียหาย -ม.8 ว.3 ตรวจคัดสำเนา
-ม.34 อัยการสั่งไม่ฟ้องไม่ตัดสิทธิ์
-ฟ้องคดีอาญา คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา อุทธรณ์ ฎีกา ถอนฟ้อง ร้องทุกข์
-สิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา
-การกระทำผิดอาญาส่วนใหญ่ เป็นการละเมิดอยู่ในตัวเอง ซึ่งก่อให้เกิดการเรียกร้องค่าเสียหายได้
มาตรา 43 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 9 ฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายเมื่ออัยการฟ้องร้อง
ผู้ต้องหากฎหมายกำหนดให้อัยการขอท้ายฟ้องให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์
-ผู้เสียหายฟ้องเองได้ทุกฐานความผิด ตามหลักทั่วไปของคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ม.40 โดย
สามารถฟ้องยังศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีอาญาได้
-ออกเช็คชำระหนี้ แม้ไม่ผิดอาญา ผู้ทรงเช็คก็สามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้เลยโดยไม่ต้องคำนึงใน
คดีอาญา
-มีการเพิ่มเติมหลักในมาตรา 44/1 เพื่อเยียวยาผู้เสียหายในกรณีมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพราะ
ได้รับอันตรายแก่ชีวิตร่างกายหรือเสื่อเสียเสรีภาพ โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งใหม่ เพียงยื่นคำร้อง
เข้าไปในคดีอาญาแต่ต้องก่อนเริ่มสืบพยาน
-***ฎ.1449/2549 อัยการฟ้องจำเลยคดีอาญาฐานฉ้อโกงและตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครอง
แรงงาน และขอให้จำเลยคืนเงินที่ฉ้อโกงแก่ผู้เสียหาย โดยข้อกล่าวหาเรื่องฉ้อโกงหาว่าจัดหางานให้
ผู้เสียหายไปต่างประเทศ ผู้เสียหายได้เสียเงินให้จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยผิดทั้งสองข้อหา
แต่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท บทหนักคือ พ.ร.บ.จัดหางานฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย
คืนเงินให้ผู้เสียหายทั้งสาม คดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้จะเป็นการปรับบทลงโทษให้
จำคุกจำเลยตามบทหนัก ไม่ได้ลงโทษฐานฉ้อโกงตาม ป.อาญา ม.361 ก็ตาม ก็ยังถือว่าเข้าหลักในวิ
อาญา ม.43 อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจำเลยคืนเงินที่ได้ไปจากผู้เสียหายได้ โดยพิจารณาจากคำ
ฟ้องเป็นหลัก ระหว่างฎีกาเมื่อผู้เสียหายที่ 1,2 ถอนคำร้องทุกข์ สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องเฉพาะ
ผู้เสียหายที่ 1,2 ระงับเฉพาะฐานฉ้อโกงเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางแพ่งที่ศาลอุทธรณ์ยืนตาม
ศาลชั้นต้นให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1,2 นั้นย่อมสิ้นสุดไปด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจให้ผู้ต้องหาคืน
เงินให้ผู้เสียหายที่ 1,2 จึงฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นให้จำเลยคืนเงินให้ผู้เสียหายที่ 3 เพียงคนเดียว
-ฎ.3170/2549 ฟ้องฐานพยายามฆ่าตาม ม.288+80 ซึ่งมีโทษสองในสามของฐานฆ่า แต่พิจารณา
ได้ความว่าผิดฐานทำรายร่างกายตาม ม.295 กรณีเช่นนี้จะอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่
ต้องพิจารณาจากอัตราโทษตามคำฟ้อง ไม่ใช่ตามที่ศาลชั้นต้นพิจารณาได้ความ
-สิทธิของผู้ถูกจับผู้ต้องหา
-ได้รับการแจ้งสิทธิตาม ม.7/1
-ม.134 ว.3,4 ได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม เปิด
โอกาสให้แก้ข้อกล่าวหา
-ม.134/1 ได้รับการจัดหาทนายความ
-ม.134/3 ให้ทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ
-ม.134/4 ได้รับแจ้งก่อนถามคำให้การ
-ม.135 ให้การด้วยความสมัครใจ
-ม.83 จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้
-สิทธิของจำเลย -สิทธิตาม ม.8 (1)-(6)
-ม.172 ว.2 ให้การหรือไม่ให้การ หรือให้การอย่างไรก็ได้
-สิทธิของพยาน -พยานบางประเภทไม่ต้องสาบานตนก่อนให้การ
-ไม่ต้องมาศาล
-มาศาลไม่ต้องสาบาน
-ไม่ยอมตอบคำถามบางเรื่อง
ตาม ม.234
-เหตุที่จะออกหมายจับและหมายขัง เป็นอย่างเดียวกัน เพราะ ม.71 บอกว่าเมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้วในระยะเวลาใดๆระหว่างการสอบสวนไต่สวนมูลห้องหรือพิจารณาคดี ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ก็ได้ตาม ม.87,88 และนำบทบัญญัติ ม.66(เรื่องเหตุที่จะออกหมายจับ)มาใช้ ซึ่งหมายความว่าจะออกหมายขังได้ต้องมีเหตุที่จะออกหมายจับได้
-กรณีมีการควบคุมตามระยะเวลาในมาตรา 87 ถ้ายังฟ้องผู้ต้องหาไม่ได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ศาลต้องออกหมายปล่อย แต่บุคคลนั้นก็ยังเป็นผู้ต้องหาในคดีนั้นอยู่(ม.72 อนุ 4 ศาลจะออกหมายปล่อยเมื่ออัยการไม่ฟ้องผู้ต้องหาในเวลาที่ศาลกำหนด) แต่หากเมื่ออัยการต้องการฟ้องเมื่อใดก็สามารถนำตัวไปฟ้องได้และควบคุมได้เท่าเวลาที่จะนำตัวไปฟ้องเท่านั้น จะอ้างว่าสอบสวนไม่เสร็จหรือสอบสวนพยานเพิ่มเติมไม่ได้ เพราะเท่ากับเป็นการยืดระยะเวลาในการควบคุมผู้ต้องหาตามม.87 อันจะเป็นผลร้ายแก่ผู้ต้องหา
-ฎ.3502/2542 แม้เหตุผลที่ฝากขังแต่ละครั้งจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เมื่อศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขังไปแล้ว จะร้องขอให้เพิกถอนการฝากขังไม่ได้
***ต้องท่องจำตัวบท เรื่องเหตุที่จะออกหมายค้น ม.69 และเหตุที่จะออกหมายจับตาม ม.66 ให้ได้
ม.69 เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้
(1) เพื่อพบและยึดสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
(2) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
(3) เพื่อพบและช่วยเหลือบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(4) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายจับ
(5) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่พบและยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว
ม.66 เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีหลักฐานตามสมควร ว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงสามปี หรือ
(2) เมื่อมีหลักฐานตามสมควร ว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัด โดยไม่มีข้อแก้ตัวตามสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นจะหลบหนี
-ถ้อยคำของผู้ถูกจับ
-ม.84 ว.4 น่าออกข้อสอบ เรื่องถ้อยคำใดๆของผู้ถูกจับที่ให้กับเจ้าพนักงานผู้จับ หรือรับมอบตัว ถ้าเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าทำผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
-อย่าลืมว่าชั้นจับและรับมอบตัวเท่านั้น แต่ชั้นสอบสวนที่รับกับพนักงานสอบสวน และในชั้นศาลรับฟังได้ และศาลชั้นต้นเท่านั้น เพราะถ้าปฏิเสธในศาลชั้นต้น แต่เปลี่ยนไปรับชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้เพราะจะเป็นการแก้ไขคำให้การซึ่งทำไม่ได้
-การห้ามรับฟังดังกล่าวเป็นการห้ามที่เด็ดขาดเพื่อตัดปัญหาในการบังคับให้รับสารภาพ แต่ที่จริงการรับด้วยความสมัครใจขณะถูกจับซึ่งยังไม่ได้มีเวลาปั้นแต่งน่าจะเป็นความจริงมากกว่า ส่วนถ้อยคำอื่นฟังได้ถ้ามีการแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ถูกจับตาม ม.7/1 แล้ว
-ถ้อยคำของผู้ต้องหา ชั้นสอบสวนมีความสำคัญโดยเฉพาะที่แก้ไขใหม่
ถ้อยคำที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวนรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่มีหลักเกณฑ์เป็นอย่างไร
-ม.134/4 วรรคท้าย ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้กับ พงส.ฟังไม่ได้ถ้าไม่มีการแจ้งสิทธิตาม ม.134/4ว.1
1)ให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ถ้าให้การถ้อยคำใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาได้
2)มีสิทธิให้ทนายหรือผู้ไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำ
3)การจัดหาทนายความให้กับผู้ต้องหามีโทษประหารชีวิตและผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18ปี หรือคดี
ทั่วไปที่มีโทษจำคุกและจำเลยต้องการทนาย
4)การสอบสวนเด็กและการชี้ตัวบุคคล(ไม่รวมการชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ)ทำใน
สถานที่เหมาะสมและต่อหน้าสหวิชาชีพและบันทึกภาพ
-ม.87 จะควบคุมผู้ถูกจับเกินความจำเป็นไม่ได้ โดยเฉพาะคดีลหุโทษควบคุมไว้เท่าที่จะถามชื่อที่อยู่และคำให้การเท่านั้น และหลักเกณฑ์การควบคุม
1.ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
2.มีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน หรือฟ้องคดี
3.นำผู้ถูกจับไปศาลใน 48 ชม.นับแต่ผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของ พงส.(เส้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอันมิอาจก้าวล่วงได้เช่นน้ำท่วมทางขาดเป็นต้น)
4.เมื่อพาไปศาลให้ศาลออกหมายขัง 7 วันในโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน , ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 48 วันในคดีโทษอย่างสูงจำคุกเกิน 6 เดือน ไม่ถึง 10 ปี , ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 84 วัน ในคดีมีโทษจำคุก 10 ปี
ขึ้นไปและต้องนำพยานมาให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจด้วยตั้งแต่ผลัดที่ 5 ไป
-ศาลอนุญาตให้ขังไม่เต็ม หรือไม่อนุญาตให้ขัง อุทธรณ์ไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้
ฎ.1125/2496 ตาม ม.87 ที่บัญญัติให้ศาลขังผู้ต้องหาตามระยะเวลาเป็นขั้นๆนั้นเพื่อคุ้มครองผู้ต้องหาไม่ให้ขังนานเกินสมควรแก่เหตุและความจำเป็น เมื่อศาลไมออกหมายขังให้อีกต่อไป และเจ้าพนักงานก็สามารถฟ้องร้องผู้ต้องหาได้อยู่แล้วถ้าคดีมีมูล เมื่อศาลไม่อนุญาตก็ต้องปล่อยผู้ต้องหาไป
ฎ.398/2531 การที่ พงส.รับตัวผู้ต้องหาไว้และควบคุมไม่ชอบด้วย ม.87 เป็นการควบคุมที่ผิดกฎหมาย บุคคลตาม ม.90 ยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะพ้นจากฐานะ
ผู้ต้องหา
ฎ.1991/2535 พงส.ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อโดยอ้างว่ายังมีต้องสอบสวนปากคำพยานอีกหลายปาก
แต่ความจริงสอบปากคำไปหมดแล้ว และศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขัง ก็เป็นเพียงรายละเอียดการยื่นคำร้อง ก็หาทำให้การขังไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดไม่
บทคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกคุมขัง เมื่ออ้างว่าคุมขังโดยไม่ชอบ
-ม.90 เป็นเรื่องรวมทุกกรณีที่อ้างว่าถูกควบคุมหรือถูกขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลใดก็ตาม ซึ่งบุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อยคือ
1.ผู้ถูกคุมขัง
2.อัยการ
3.พนักงานสอบสวน
4.ผบ.เรือนจำหรือพัศดี
5.สามี ภรรยา หรือญาติของผู้ถูกคุมขัง หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง
-คำว่าคุมขัง ไม่มีในบทวิเคราะห์ศัพท์ แต่หมายถึงการควบคุม หรือ ขัง หรือกักขัง หรือคุมตัวหรือจำขัง หรือจำคุก
-ศาลไต่สวนโดยด่วน/ผู้คุมขังต้องนำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน/ได้ความตามคำร้องศาลสั่งปล่อยในทันที
-ฎ1200/2504 การควบคุมหรือขังตามม.90 การควบคุมอาจเกิดจากการกระทำของบุคคลธรรมดาก็ได้
-ฎ 155/2506 ศาลยุติธรรมตามพระธรรมนูญศาลฯและศาลทหารตามพระธรรมนูญศาลทหารต่างก็มีฐานะ
ใช้อำนาจตุลาการเช่นเดียวกัน จึงต่างไม่มีอำนาจเหนือกัน ฉะนั้นศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจสั่งให้ปล่อยตัวบุคคลที่ศาลทหารในเวลาไม่ปกติได้ออกหมายขังไว้ได้ ผู้ลงชื่อในหมายขังของศาลหาใช่กระทำในนามส่วนตัวไม่ แต่กระทำในนามของศาลและใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ถือว่าศาลเป็นผู้ก่อให้เกิดการขังนั้นขึ้น
ตาม ม.90 นั้น ให้ศาลหมายเรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นที่ก่อให้เกิดการควบคุมหรือขังที่อ้างว่าไม่ชอบเท่านั้น จะขยายความออกไปให้ศาลหมายเรียกศาลด้วยกันไม่ได้
-ตาม(5) ตอนท้ายบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง ที่จะร้องได้อันแสดงให้เห็นถึงกฎหมายเปิดกว้างมากไม่ใช่เฉพาะสามีภรรยาหรือญาติเท่านั้น ดังนั้นองค์กรสิทธิมนุษยชนก็ร้องขอตาม ม.90 ได้
-ฎ.7116/2544 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้น จับและคุมขังผู้ร้องมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าตัวผู้ร้องได้ร้องในเรื่องนี้หลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นในเรื่องที่ผู้ร้องถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ ซึ่งศาลได้ออกหมายขังผู้ร้องไว้ระหว่างการพิจารณา แม้การคุมขังผู้ร้องที่ผ่านมาของตำรวจจะไม่ชอบ แต่ได้สิ้นสุดไปแล้ว การขังโดยชอบกระทำโดยศาลตั้งแต่วันเวลาที่ศาลประทับรับฟ้องไว้แล้ว เมื่อการคุมขังไม่ชอบล่วงพ้นไปแล้วคำร้องก็ตกไป
-ฎ.814/2522 การอ้างว่าบุคคลใดถูกคุมขังโดยมิชอบและขอให้ปล่อยนั้น บุคคลนั้นต้องถูกควบคุมหรือขัง
อยู่ถ้าได้รับการปล่อยตัวไปแล้วสิทธิในการร้องขอนั้นย่อมระงับสิ้นไป
การประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย
ไม่ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยจะกระทำผิดฐานใดมีโทษเท่าใดก็ตามก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้โดยผู้นั้นเองหรือผู้อื่นก็ได้ ซึ่งมีการปล่อย 3 ประเภทด้วยกันคือ
1.ปล่อยโดยไม่มีประกัน (ไม่ทำสัญญาประกัน เพียงสาบานตนหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือตามหมายเรียก)
2.ปล่อยโดยมีประกัน(มีสัญญาประกัน)
3.ปล่อยโดยมีประกันและหลักประกัน(ทำสัญญาประกันและวางหลักทรัพย์เป็นประกัน หลักประกันมี 3 ประเภท ตาม ม.114 คือเงินสด,หลักทรัพย์และบุคคล
ม.110 คดีอาญามีโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 5 ปี ปล่อยชั่วคราวต้องมีประกัน ส่วนจะมีหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่จะเรียนหลักประกันเกินสมควรไม่ได้
ยื่นต่อใคร
1.ผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้ฟ้อง-ยื่นต่อ พงส.หรืออัยการแล้วแต่กรณี
2.ผู้ต้องหาที่ยังไม่ฟ้องแต่ถูกควบคุมตามหมายขังของศาล(อยุ่ระหว่างฝากขัง)-ยื่นต่อศาลที่ออกหมายขังนั้น
3.จำเลยที่ถูกฟ้องแล้ว-ยื่นต่อศาลที่ชำระคดี
4.อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วแต่ยังไม่ยื่นอุทธรณ์-ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษานั้น
5.ถ้าศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลสูงแล้ว-ยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา(ศษลชั้นต้นรับแล้วส่งต่อศาลสูง)
ม.107
1.ผู้รับคำร้องต้องสั่งอย่างรวดเร็ว
2.ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคน พึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ถ้าไม่อนุญาตต้องมีเหตุผลพิเศษตาม ม.
108/1
3.คำสั่งให้ปล่อยผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามคำสั่งโดยทันที
ม.119 ทวิ
-กรณีศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ร้องขอมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งได้
-คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตยืนตามศาลชั้นต้นเป็นที่สุด
-แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องใหม่
-ฎ.539/2536 ม.113 ว.1 มีความหมายว่าระหว่างสอบสวน พงส.,อัยการ มีอำนาจปล่อยชั่วคราวอย่างสูง
รวมกันไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันแรกที่มีการปล่อย เมื่อพ้นกำหนดเวลาหกเดือนแล้ว พงส.หรืออัยการแล้วแต่กรณีไม่มีอำนาจควบคุมผิต้องหาเท่านั้น หากสอบสวนเสร็จแล้วก็ดำเนินการต่อไปได้ แม้การที่ผู้ต้องหาพ้นจากการควบคุม ก็ไม่เป็นเหตุให้ พงส.,อัยการไม่มีอำนาจนำตัวมาศาลแล้วขอหมายขังต่อไป ไม่เกี่ยวกับการสอบสวนชอบหือไม่ชอบแต่อย่างใด การไม่ปฏิบัติตาม ม.113 ว.2 ก็ไม่มี กม.ห้ามอัยการฟ้องคดีแต่อย่างใด
-ชั้นสอบสวน และชั้นอัยการเมื่อมีการผิดสัญญาประกันต้องมีการฟ้องร้องบังคับตามสัญญาประกัน แต่ชั้นศาลไม่ต้องศาลมีอำนาจสั่งปรับตามสัญญาประกันไปได้เลย
-ถ้ามีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาพ้นจากความรับผิดทางอาญาโดยสิ้นเชิง ซึ่งพนักงานอัยการต้องสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหานั้น แต่เมื่อนายประกันได้ผิดสัญญาประกัน ก็ยังต้องรับผิดทางแพ่ง หาพ้นความรับผิดไม่ (ดูฎีกา 4268/2523)
-ฎ.5476/2537 ล่ามไม่สาบานตนในชั้นสอบสวนผู้ต้องหา รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้เท่านั้น มิทำให้
การสอบสวนผู้ต้องหาไม่ชอบ อัยการจึงมีอำนาจฟ้อง
สิทธิของผู้ต้องหา
1.ม.7/1 มีสิทธิ ก) แจ้งหรือขอให้แจ้งญาติทราบการถูกจับ และทราบสถานที่ควบคุม
ข) พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนาย,ให้ทนายเข้าฟังการสอบสวนปากคำ,ได้รับการเยี่ยมตามสมควร,ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย การมอบตัวก็เช่นกัน
2.ได้รับการปล่อยชั่วคราว ม.106,107
3.ทนายความ ม.134/1,134/3,134/4,
4.ให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ม.134/1(1)
5.สิทธิทีจะให้การด้วยการไม่ถูกบังคับขู่เข็ญหรือใช้กำลังบังคับตาม ม.135
6.ไม่ให้ พงส.เปรียบเทียบปรับ ม.38
7.ได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรมตาม ม.134 ว.3
8.รับทราบพยานหลักฐานพร้อมความเห็นของอัยการตาม 146ว.2
9.ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว ม.90
การสอบสวนเป็นเงื่อนไขของการฟ้องร้อง
1.ไม่มีการสอบสวน มีการสอบสวนแต่สอบสวนไม่ชอบ เป็นเหตุให้อัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ม.120
2.การสอบสวนโดยชอบ(ต้องครบทุกประการ)
2.1 ทำโดยเจ้าพนักงานที่ กม.ให้อำนาจและหน้าที่สอบสวนคดีอาญา-ม.2(6)
2.2 พงส.มีเขตอำนาจที่จะสอบสวนในคดีนั้นได้(เป็น พงส.ผู้รับผิดชอบด้วย) ม.18-21
2.3 การสอบสวนดำเนินการไปถูกต้องตาม ป.วิอาญา(อยู่ในดุลยพินิจของ พงส.ผู้รับผิดชอบว่าการสอบสวนเสร็จแล้วตาม ม.140 ซึ่งเมื่อใด กม.ไม่ได้ระบุ ว่าให้ทำการสอบสวนมากน้อยเท่าใด ดู ฎ.1907/2494 แม้ไม่มีการสอบสวนปากคำเจ้าทรัพย์ในคดีปล้น แต่ได้มีการสอบสวนปากคำพยานอื่น ผู้ต้องหา และจำนวนทรัพย์ที่เสียหายแล้ว ก็ถือว่าการสอบสวนที่ชอบแล้ว
-แต่ไม่ได้แจ้งข้อหา(ม.134) หรือสอบสวนปากคำผู้ต้องหาไม่ได้ทำ ไม่ถือว่าคดีนั้นมีการสอบสวนแล้ว กรณีความผิดหลายฐานก็ต้องมีการแจ้งข้อหาและสอบสวนผู้ต้องหาทุกฐาน อัยการจึงจะมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหานั้นๆได้
-ฎ.4080/2540 การร้องทุกข์ ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องระบุฐานความผิด หรือระบุตัวผู้กระทำผิดเพียงอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดอาญาและประสงค์ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อ้าง ม.121 ว.1,ว.2,123,14
-การสอบสวนจะทำที่ใดก็ได้ ตาม ม.130
-พงส.เคยถูกฟ้องอาญาฐานรับรองหรือทำเอกสารอันเป็นเท็จ กรณีเดินไปไปจดปากคำผู้บาดเจ็บที่ รพ.
แล้วมาพิมพ์ลงในแบบพิมพ์คำให้การโดยระบุว่าสอบสวนที่ สภ.อ.....ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หากฟังได้ว่า
พงส.ได้ไปซักถามปากคำที่ รพ.แล้ว การสอบสวนนั้นไม่เสียไป และ พงส.ก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง
-การสอบสวนของ พงส.ไม่จำเป็นต้องมีผู้ต้องหาอยู่ด้วยในการอบสวน เหมือนการพิจารณาคดีชั้นศาล ดู วิอาญา ม.130 ว.ท้ายประกอบกับ ม.172 ว.1 แต่บางครั้งต้องมีผู้ต้องหาอยู่ด้วยเช่นการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ,การชี้ตัวผู้ต้องหา และการนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดของกลางในคดี เป็นต้น
-พนักงานตำรวจที่มีตำแหน่งหน้าที่สอบสวน สามารถทำการสอบสวนได้ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงที่ พงส.นั้นเข้าเวร และแบ่งเวรตามวันเวลาเป็นการบริหารงานภายในที่หัวหน้า พงส.จัดเมท่านั้น การที่ พงส.ในท้องที่นั้นรับคำร้องทุกข์ขณะที่ตนเองไม่ได้เข้าเวร การสอบสวนนั้นก็ชอบด้วยกฎหมาย
-อำนาจของ พงส.โดยเฉพาะ ดู ม.132,133
1.ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายยินยอม ตรวจตัวผู้ต้องหา(กม.ไม่ได้เขียนว่าต้องให้ผู้ต้องหายินยอมหรือไม่ ดังนั้นแม้ผู้ต้องหาไม่ยินยอมก็ทำได้) แต่จะบังคับให้ผู้ต้องหาเขียนหรือลงชื่อไม่ได้ ฎ.1368/2500
พงส.ไม่มีอำนาจบังคับผู้ต้องหาให้เขียนชื่อ เมื่อไม่เขียนก็ไม่ผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
(2) ค้น ตามกฎหมายว่าด้วยการค้น
(3) หมายเรียกบุคคลเพื่อให้ส่งสิ่งของ
(4) ยึดสิ่งของฯ
-ดูประกาศ คปค.ฉบับที่ 25 ด้วย
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหน้าที่ของผู้ต้องหาในคดีอาญา ให้พิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมาย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา มีหน้าที่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือ หรือลายเท้า ตามคำสั่งของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2549
-การที่ พงส.ให้เจ้านักงานอื่นทำการแทน ม.128 และการส่งประเด็น ตาม ม………..
-สังเกต ม.133 ว.3 ห้าม พงส.ตักเตือนหรือพูดให้ท้อใจ หรือใช้อุบายเพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดให้ถ้อยคำ
ด้วยความไม่สมัครใจ
-ย้ำว่าถ้าไม่ได้มีการสอบสวนผู้ต้องหาหรือแจ้งข้อหาถือว่าคดีนั้นไม่มีการสอบสวน อัยการไม่มีอำนาจฟ้องศาลต้นยกฟ้องในข้อหานั้นๆ อ้าง ม.120 และ134
-พงส.ต้องให้โอกาสผู้ต้องหาในการแก้ข้อกล่าวหา อ้างพยานหลักฐานฝ่ายตน ดู ม.131 และ 134 ว.4
-การสอบสวนต้องทำโดย 1)รวดเร็ว 2)ต่อเนื่อง 3)เป็นธรรม
-ฎ.430/2546 แม้รัฐธรรมนูญจบัญญัติว่าการสอบสวนต้องกระทำด้วยความรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม ก็ตาม การที่ พงส.เพิ่งได้เริ่มทำการสอบสวนความผิดฐานมียาเสพติด ขณะผู้ต้องหาถูกขังอยู่ที่เรือนจำในคดีอื่นหลังเกิดเหตุเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง การสอบสวนก็ยังชอบด้วยกฎหมาย
-ม.134 การแจ้งอธิบายข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาได้เข้าใจนั้น เทียบเคียงกับการฟ้องให้พอที่ผู้ต้องหาไม่หลงข้อต่อสู้โดยไม่จำเป็นต้องอ้างเลขมาตราตัวบทและชื่อกฎหมายแต่อย่างใด และกรณีการกระทำของผู้ต้องหาเพียงครั้งเดียว แต่ผิดตามกฎหมายหลายฉบับเมื่อ พงส.ได้แจ้งและอธิบายกฎหมายหนึ่งแล้วก็ถือว่าชอบแล้ว ดูเทียบเคียง ฎ.7628/2541
-ม.134 ว.5 เมื่ออ่านให้ละเอียดและตีความให้ดี จะรู้และยืนยันได้ว่าการแจ้งข้อหา มิใช่การจับ เมื่อผู้ที่ถูกกล่าวหามามอบตัว หรือปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อกล่าวหาได้ต้องเป็นกรณีมีพยานหลักฐานตามสมควรที่จะกล่าวหาผู้นั้นว่ากระทำผิดอาญา ตาม ม.134 ว.2 ด้วย แต่ถ้ามีเหตุที่จะออกหมายขังได้(กรณีไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีการออกหมายจับ) ตาม ม.71(ดู ม.66ประกอบ) พงส.มีอำนาจตาม ม.นี้และนำม.87มาใช้บังคับด้วย
-ม.135 คำให้การที่ได้จากคำมั่นสัญญาหรือการบังคับขู่เข็ญหรือทรมาน จะรับฟังไม่ได้ตาม ม.226 แม้การ
สอบสวนจะไม่เสียไปทั้งหมดก็ตาม ฎ.5294/2549 การฝ่าฝืน ม.133 ทวิ รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้(การสอบสวนไม่เสีย)
วันปิดคอสสิทธิมนุษยชน
-ออกสอบ 1 ข้อ ในกลุ่มการค้นและการจับ
-ม.57 ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับ ม.78,79,80,92,94
-การค้นในที่รโหฐานต้องมีหมายหรือคำสั่งศาล การค้นเพื่อพบคนและสิ่งของ(ม.98)
-ม.81 ห้ามจับในที่รโหฐานเว้นแต่.........ปฏิบัติว่าด้วยการค้นที่รโหฐาน.........โยง ม.92
-ม.92 ห้ามค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายหรือคำสั่งศาล เว้นแต่......................พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ(ทุกระดับชั้น ดูความหมายใน ม.2 (16) ในกรณีดังต่อไปนี้ .....ดู ม.78,79,80 ประกอบ
-เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากในที่รโหฐาน.......
-เมื่อผิดซึ่งหน้ากำลังทำลงในที่รโหฐาน........(ซึ่งหน้าตำรวจผู้จับ)
-ซึ่งหน้าและกำลังถูกไล่จับหนีเข้าไป...................
-เมื่อมีพยานหลักฐานว่าสิ่งของมีไว้เป็นความผิด.................ทั้งเนิ่นช้าจะถูกโยกย้ายหรือทำลาย.....
-ที่รโหฐานผู้ถูกจับเป็นเจ้าบ้านแลการจับมีหมายจับหรือจับตาม ม.78
-ม.96 ค้นที่รโหฐานระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก เว้นแต่...
-ต่อเนื่อง
-ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง
-ค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญและได้รับอนุญาตเป็นพิเศษตามข้อบังคับประธานศาลฎีกาให้ค้น
กลางคืนได้
-ม.93 ห้ามค้นที่สาธารณะเว้นแต่
-เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และ
-มีเหตุอันควรสงสัย......
-ม.78 พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดไม่ได้เว้นแต่
-ความผิดซึ่งหน้าตาม ม.80
-พบโดยมีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าก่อเหตุโดยมีเครื่องมืออาวุธหรือวัตถุ......
-มีเหตุจะออกหมายจับตาม ม.66(2) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วน....
-นายประกันจับลูกประกันตาม ม.117
-เทียบข้อความ ม.78(2) กับ ม.80(2)
-ม.80 ความผิดซึ่งหน้าคือ
1.ความผิดที่เจ้าพนักงานผู้จับเห็นกำลังกระทำหรือในอาการที่แทบจะไม่สงสัยเลยว่าทำผิดมาสดๆ
2.ความผิดตามฐานต่างๆในท้ายวิอาญา โดย
-ถูกไล่จับดังผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ
-แทบจะทันทีทันใดหลังทำผิดในที่ใกล้เคียงนั้นโดยมีสิ่งของได้จากทำผิด มีเครื่องมือหรือ
อาวุธหรือร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่เสื้อผ้าหรือเนื้อตัวผู้นั้น
-ม.66 เหตุที่จะออกหมายจับ เน้น (2) โยง 78(3)
-ราษฎรจับราษฎร ดู ม.79,82,78(4) ต้องเข้าเกณฑ์ ม.80 และความผิดซึ่งหน้านั้นต้องเป็นฐานความผิดท้าย
ป.วิอาญา
-ถ้าเจ้าของบ้านอนุญาตให้เจ้าพนักงานเข้าไป แล้วพบเห็นความผิดซึ่งหน้าก็จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้น และราษฎรก็จับได้ถ้าซึ่งหน้าในฐานตามบัญชีท้ายวิอาญา
-ม.90 ก็น่าออกสอบ
-รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ม.3 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคที่เคยได้รับความคุ้มครองตามจารีตประเพณีและตามพันธกรณีระหว่างประเทศย่อมได้รับความคุ้มครอง
5  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ / Re: สรุปกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 23:35:12
 :Dขอบคุณครับ
6  หมวดกฎหมาย / ธงคำตอบ ผลสอบ / Re: ผลสอบเนติบัณฑิต กลุมวิชากฎหมายอาญา ภาค 1 สมัยที่ 62 ปี 2552 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 13:22:11
 ;)ขอบคุณครับ
7  หมวดกฎหมาย / ธงคำตอบ ผลสอบ / Re: ผลสอบ เนติบัณฑิต กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 2 สมัยที่ 62 ปีการศึกษา 2552 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 12:29:06
ขอบคุณครับ
8  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: ขอธงคำตอบตามคำถามครับ สงสัยว่า เป็น ชิง หรือ ลัก เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 12:08:39
คือผม ไม่แน่ใจว่า จะเป็นชิงได้หรือไม่ ขอธง ทั้ง นายโหด และนายเหี้ยม เลยนะครับ
9  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / ขอธงคำตอบตามคำถามครับ สงสัยว่า เป็น ชิง หรือ ลัก เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 12:06:17
คำถามครับ   นายโหดทราบว่านายอับโชคจะไปเบิกเงินจากธนาคาร จึงแจ้งวันเวลาที่นายอับโชคจะไปเบิกเงินให้นายเหี้ยมทราบและร่วมกับนายเหี้ยมวางแผนชิงทรัพย์ของนายอับโชค ครั้นถึงวันเกิดเหตุนายอับโชคไปเบิกเงินโดยชวนนายโหดไปเป็นเพื่อน เมื่อเบิกเงินได้แล้วนายอับโชคให้นายโหดถือกระเป๋าใส่เงินเดินตามหลังตนมา นายเหี้ยมซึ่งดักรออยู่ได้กระโดดถีบนายโหดล้มลง เป็นเหตุให้นายโหดได้รับอันตรายแก่กายและกระเป๋าใส่เงินหลุดมือ นายเหี้ยมหยิบกระเป๋าดังกล่าวเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไปให้วินิจฉัยว่า นายโหดมีความผิดฐานใด
10  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: สามารถเอาผิดได้โดยวิธีได เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 14:16:19
เห็นด้วยครับ พยาบาลไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะเรียกเก็บเงินโดยทำตามสั่ง และโรงพยาบาลก็ฟ้องไม่ได้ครับ ส่วนราชการเป็นผู้เสียหาย ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่คดีทางการปกครองด้วยครับ  ส่วนความผิดอาญา ดูว่าเข้า ม.154 หรือไม่ ถ้าไม่เข้า คงต้องเป็น ม.157
        ท่านใดเห็นแตกต่าง หรือแก้ใขเพิ่มเติม  ยินดีรับฟังครับ
11  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: กรณีตามฎีกาที่ 4147/2550 เกี่ยบความยินยอม ของผู้เสียหาย ของ อ.เกียรติขจร วัจนะส เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 13:03:59
เพิ่มเติม  เป็นคดีขอองท่านผู้ทรงเกียรติ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตัวฎีกาไปค้นเองนะ ถ้าเก่าไป ขออภัยครับ
12  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / กรณีตามฎีกาที่ 4147/2550 เกี่ยบความยินยอม ของผู้เสียหาย ของ อ.เกียรติขจร วัจนะส เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 13:00:23
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยวางบรรทัดฐานไว้มาเป็นเวลานานแล้วว่าผู้ที่ยินยอมให้มีการกระทำความผิด มิใช่ "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) เช่นฎีกาที่ 968/2479, 1183/2480 และ 643/2486 ซึ่งวินิจฉัยตรงกันว่าผู้กู้ที่ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เกินอัตราตามกฎหมายไม่ใช่ "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ในความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งผู้ให้กู้เป็นผู้กระทำความผิด

ในประเด็นเรื่องความรับผิดในทางอาญาของ "ผู้กู้" ต้องถือว่าผู้กู้ไม่มีความผิดอาญาใด ๆ เลยในความผิดของผู้ให้กู้ดังกล่าว แม้ผู้กู้จะเป็นผู้เสนอดอกเบี้ยที่เกินอัตราแก่ผู้ให้กู้ ผู้กู้ก็ไม่อาจเป็น "ตัวการ" "ผู้ใช้" หรือ "ผู้สนับสนุน" ในความผิดดังกล่าวของผู้ให้กู้ เพราะมีหลักในเรื่องความรับผิดทางอาญาว่า กฎหมายมาตราใดบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองบุคคลใด บุคคลนั้นจะเป็น "ตัวการ" "ผู้ใช้" หรือ "ผู้สนับสนุน" ในความผิดตามมาตรานั้น ๆ ไม่ได้แม้ว่าตนจะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น ๆ เพียงใดก็ตาม ดังนั้น เมื่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้กู้แม้ผู้กู้จะยินยอมให้ผู้ให้กู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งการกระทำของผู้ให้กู้เป็นความผิด แต่ผู้กู้ไม่อาจจะเป็น "ตัวการ" "ผู้ใช้" หรือ "ผู้สนับสนุน" ในความผิดดังกล่าวของผู้ให้กู้ได้เลย เพราะกฎหมายนี้บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้กู้

มีข้อสังเกตว่า หลักดังกล่าวเป็นกรณี "ความรับผิดในทางอาญา" ของผู้กู้ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับกรณี "ความเป็นผู้เสียหายของผู้กู้" เพราะมีความหมายต่างกัน การที่ผู้กู้ไม่มีความผิดใด ๆ ร่วมกับผู้ให้กู้เป็นคนละกรณีกับความเป็น "ผู้เสียหาย" ของผู้กู้ในการดำเนินคดีกับผู้ให้กู้ในความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งศาลฎีกาก็วางบรรทัดฐานในฎีกาที่ 968/2479 ว่า ผู้กู้ที่ยอมให้ผู้ให้กู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ไม่ใช่ "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก ตามฎีกาที่ 4147/2550 นี้ก็เช่นเดียวกัน กฎหมายมาตรานี้บัญญัติลงโทษผู้กระทำ เพราะ "ประสงค์จะคุ้มครองผู้ถูกกระทำ" ซึ่งอายุไม่เกินสิบห้าปี มิให้ผู้ใดมากระทำชำเรา ดังนั้นแม้ผู้ถูกกระทำจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดสักเพียงใด ผู้ถูกกระทำก็ไม่มีความผิด เช่น เด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี จ้างวานชายอายุยี่สิบปีให้มาร่วมประเวณีกับตน ชายผู้กระทำมีความผิดตามมาตรา 277 วรรคแรก แต่เด็กหญิงไม่มีความผิดใด ๆ เลย ตามมาตรา 277 วรรคแรก แม้การกระทำจะถือได้ว่าเป็นการ "ก่อ" ตาม ป.อ. มาตรา 84 เด็กหญิงก็มิใช่ "ผู้ใช้" ตาม ป.อ. มาตรา 84 ในความผิดของชายตามมาตรา 277 วรรคแรก และเด็กหญิงก็ไม่อาจเป็น "ตัวการ" ตาม ป.อ. มาตรา 83 หรือ "ผู้สนับสนุน" ตาม ป.อ. มาตรา 86 ในการกระทำความผิดของชายตามมาตรา 277 วรรคแรก แต่อย่างใด แม้เด็กหญิงจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำนั้น ๆ เพียงใดก็ตาม ทั้งนี้เพราะมาตรา 277 วรรคแรก บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีมิให้ผู้ใดกระทำชำเรา เด็กหญิงจึงไม่อาจเป็น ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ในการกระทำความผิดของชายตามมาตรา 277 วรรคแรก ซึ่งกระทำต่อตัวเด็กหญิงนั้นได้

การที่เด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ไม่มีความผิดใด ๆ ในการกระทำความผิดของชาย ตามมาตรา 277 วรรคแรก จึงเป็นคนละประเด็นกับการเป็นผู้เสียหาย มิได้หมายความว่าหากไม่มีส่วนต้องรับผิดในทางอาญาแล้ว จะกลายเป็นผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญาไปได้ทุกกรณี เพราะการที่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้ตั้งแต่ฎีกาที่ 968/2479 ว่า ผู้กู้ที่ยอม ให้ผู้ให้กู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นผู้เสียหายไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่ได้คำนึงว่า การจะเป็นผู้เสียหายได้หรือไม่ได้ จะต้องพิจารณาว่าผู้กู้มีความผิดทางอาญาใด ๆ ร่วมกับผู้ให้กู้หรือไม่ เพราะแม้ผู้กู้จะไม่มีความผิดอาญาใด ๆ เลยร่วมกับผู้ให้กู้ ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าผู้กู้ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมาเป็นโจทก์ฟ้องผู้ให้กู้ในความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา โดยในฎีกาที่ 1183/2480 ศาลฎีกาให้เหตุผลว่าเพราะผู้กู้ "ทำสัญญาและชำระดอกเบี้ยโดยสมัครใจ" ซึ่งน่าจะหมายความว่า เมื่อยินยอมให้กระทำความผิดแล้ว จะถือว่าได้รับความเสียหายเพราะการกระทำความผิดนั้นในฐานะเป็นผู้เสียหายได้อย่างไร

กรณีตามฎีกาที่ 4147/2550 นี้ หากถือว่าเด็กหญิงซึ่งยินยอมให้ชายร่วมประเวณีโดยสมัครใจ เป็น "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ก็น่าคิดว่าหากนายดำต้องการฆ่าตัวตายจึงจ้างวานให้นายแดงใช้ปืนยิงตน นายแดงอยากได้เงินค่าจ้างจึงทำตาม แต่ยิงไปแล้วนายดำไม่ตาย นายแดงมีความผิดฐานพยายามฆ่านายดำ เพราะความยินยอมของนายดำดังกล่าวไม่อาจยกเว้นความผิดของนายแดงได้ในความผิดดังกล่าวของนายแดง นายดำไม่ต้องรับผิดใด ๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น ตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน เพราะความผิดฐานฆ่าคนตายบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองชีวิตมนุษย์ ซึ่งในที่นี้ คือชีวิตของนายดำ นายดำจึงไม่อาจเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนในความผิดของนายแดงดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับฐานะความเป็น "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ของนายดำในความผิดของนายแดงฐานพยายามฆ่านายดำ กรณีดังกล่าวจะถือได้หรือว่านายดำได้รับความเสียหายจากการกระทำของนายแดงในฐานะเป็นผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ที่จะเป็นโจทก์ (หรือกระทำหน้าที่อื่น ๆ ในฐานะผู้เสียหาย ตามที่ ป.วิ.อ. กำหนด) ฟ้องนายแดงในความผิดฐานพยายามฆ่านายดำ หน้าที่ดังกล่าวควรจะเป็นของรัฐโดยพนักงานอัยการเท่านั้นหรือไม่ หรือควรจะให้ผู้ที่ยินยอมให้ผู้อื่นกระทำความผิดต่อตนเอง เช่น กรณีของนายดำตามตัวอย่าง ทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องนายแดงได้ในฐานะเป็น "ผู้เสียหาย" ตามความหมายของ ป.วิ.อ. ด้วย นอกเหนือจากพนักงานอัยการ

อย่างไรก็ตาม กรณีตามฎีกาที่ 4147/2550 นี้ หากจะให้เหตุผลสนับสนุนเพื่อให้เด็กหญิงสามารถเป็น "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ได้ควรจะต้องอธิบายไปในทำนองที่ว่า เพราะความยินยอมของเด็กหญิงที่ให้ชายร่วมประเวณีกับตน เป็นความยินยอมที่ไม่สมบูรณ์เพราะความเป็นเด็ก ดังนั้นแม้เด็กหญิงจะยินยอมโดยสมัครใจให้ชายร่วมประเวณีกับตน ก็ยังคงต้องถือว่าเด็กหญิง "ได้รับความเสียหาย" (ตามความหมายของผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)) อยู่นั่นเอง เด็กหญิงจึงเป็น "ผู้เสียหาย" ได้ แม้ว่าจะยินยอมโดยสมัครใจให้ชายร่วมประเวณีกับตนก็ตาม ซึ่งความยินยอมของเด็กหญิงดังกล่าวต่างไปจากความยินยอมของผู้กู้ ซึ่งยินยอมให้ผู้ให้กู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราซึ่งเป็นความยินยอมที่สมบูรณ์ ผู้กู้จึงไม่อาจเป็น "ผู้เสียหาย" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ในความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราของผู้ให้กู้ ตามบรรทัดฐานของฎีกาที่กล่าวมาแล้วข้างต้น



เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์
13  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สำหรับสมาชิกที่ต้องการไฟล์เสียงคำบรรยาย สมัย 63 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 14:54:47
ทำไมเมล์ ที่ส่งมาให้มันเป็น ต่างดาวล่ะครับ
14  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สรุปคำบรรยาย กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398(ค่ำ)ครั้งที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 12:30:03
ขอบคุณครับ :D
15  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: สรุปอาญาและคำพิพากษาฏีกาอาญาเรียงตามมาตรา เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 13:01:59
ขอบคุณด้วย
16  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สรุปคำบรรยาย กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 1,2,3,4,5,6,7 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 13:41:00
ขอบคุณครับ
17  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สำหรับสมาชิกที่ต้องการไฟล์เสียงคำบรรยาย สมัย 63 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 13:28:36
ส่งให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
sun237@windowslive.com
18  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: กฎหมายพยาน เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 16:43:04
ขอด้วยคนครับ อ่อนพยาน
19  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สรุปคำบรรยายกฎหมายอาญา ม.59-106 วันเสาร์ ครั้งที่ 1, 2,3 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 16:34:48
ขอบคุณครับ
20  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สรุปคำบรรยาย กฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 1,2,3,4 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 16:30:56
ขอบคุณครับ
21  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: สำหรับสมาชิกที่ต้องการไฟล์เสียงคำบรรยาย สมัย 63 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 16:21:00
ด้วยคนครับผมsun237@windowslive.com
22  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: ไฟล์เสียงคำบรรยาย ภาคปกติ ภาคค่ำ(รวมวิชากฎหมาย เนติ สมัย 63) ชุดที่2 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 14:22:23
ของอ.เดชา ไม่ชัดเลยครับ
23  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: ไฟล์เสียงคำบรรยาย ภาคปกติ ภาคค่ำ(รวมวิชากฎหมาย เนติ สมัย 63) ชุดที่2 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 00:44:04
ขอบคุณมากครับ
24  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง / เสียงอ่านตัวบท ปวิ แพ่ง ครับ (ลิ้งค์ใหม่แล้วครับ) เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 10:38:03
ลิ้งค์ครับ
http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1E836178D7PEB5P2Y6WTDKU98NU2PL
25  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา / เสียงอ่านตัวบท ปวิ อาญา ครับ เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 10:33:51
ตอนที่๑ http://www.upload-thai.com/download.php?id=2d7a746ce0d7a49ce89dce892afb722c
ตอนที่๒ http://www.upload-thai.com/download.php?id=b4fcd14e3f7edb51423dfa1739faa6c5
เครดิต ปอสี่ ๖๑
26  หมวดกฎหมาย / ปรึกษากฎหมายฟรี เนติบัณฑิต / Re: ไฟล์เสียงคำบรรยาย ภาคปกติ ภาคค่ำ(รวมวิชากฎหมาย เนติ สมัย 63) แก้ไขเรียบร้อยค่ะ เมื่อ: มิถุนายน 14, 2010, 19:18:04
ขอบคุณครับ
27  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา / Re: เอกสารสรุปย่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อ: มิถุนายน 08, 2010, 14:19:07
 ;)ขอบคุณ
28  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา / Re: ย่อตัวบทมาตราสำคัญกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อ: มิถุนายน 08, 2010, 14:17:18
ความรู้อยู่คู่คนขยัน






29  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: สรุปอาญาและคำพิพากษาฏีกาอาญาเรียงตามมาตรา เมื่อ: มิถุนายน 08, 2010, 14:06:44
ขอบคุณเลย
30  หมวดกฎหมาย / กลุ่มวิชากฎหมายอาญา / Re: สรุปอาญาและคำพิพากษาฏีกาอาญาเรียงตามมาตรา เมื่อ: มิถุนายน 07, 2010, 15:14:55
ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | สอบสวน | เงินกู้ | สินเชื่อ

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.217 วินาที กับ 24 คำสั่ง